"บิ๊กแดง" เผย ทหารติดโควิด-19 แล้ว 5 นาย สั่งเคอร์ฟิวกองทัพ เข้าบ้านพักก่อน 3 ทุ่ม

"บิ๊กแดง" เผย ทหารติดโควิด-19 แล้ว 5 นาย สั่งเคอร์ฟิวกองทัพ เข้าบ้านพักก่อน 3 ทุ่ม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการกำลังพล ต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ซึ่งล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ เพิ่ม 107 คน รวมจำนวนผู้ป่วยสะสม 934 คน ซึ่งกระจายอยู่ใน 47 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในส่วนของกองทัพบก มีกำลังพลที่ได้รับการยืนยันติดเชื้อ โควิด 5 นาย และกำลังพลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง และอยู่ระหว่างการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข 238 นาย ทั้งนี้ กำลังพลของกองทัพบกดังกล่าว ได้ให้ความร่วมมือในการกักตัวอยู่บ้าน ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล และกองทัพบก มีระบบการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ กองทัพบก มีหน้าที่ในการเตรียมกำลังพล บุคลากรทางการแพทย์ และยุทโธปกรณ์ทุกประเภท ในการสนับสนุนรัฐบาล การเตรียมความพร้อมในเรื่องกำลังพล จึงมีความสำคัญสูงสุดในห้วงเวลานี้ ดังนั้น เพื่อให้การควบคุม พิทักษ์ และปกบ้องกำลังพล และครอบครัวของกองทัพ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอสั่งการให้ปฏิบัติตามคำสั่ง โดยมีผลการบังคับใช้กับกำลังพลในสังกัด ทบ. ทุกนาย ดังนี้

1.กำลังพลที่พักอาศัยในบ้านพักของทางราชการ ให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบริเวณโดยไม่จำเป็น ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้ามาพักอาศัยโดยเด็ดขาด ยกเว้นได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้บังคับบัญชา ระดับผบ.พัน. ขึ้นไป และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการโรคระบาดของเชื้อไวรัส โควิด – 19 อย่างเคร่งครัด ห้ามกลับเข้าบ้านพัก เกินเวลา 21.00 น. หากมีความจำเป็น ให้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชา เป็นรายบุคคล ส่วนกำลังพลที่มีบ้านพักอาศัยส่วนตัวอยู่นอกหน่วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการ และเฝ้าระวัง ให้แจ้งที่อยู่บ้านพัก และช่องทางการติดต่อสื่อสาร ที่สามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา ส่วนหน่วยที่มีการฝึกร่วมกับมิตรประเทศในที่ตั้ง ให้ดำเนินการตามมาตรการนี้เช่นเดียวกัน ยกเว้น การฝึกนอกที่ตั้ง ให้ปฏิบัติตามตารางการฝึก และคำสั่งของกองทัพบก เรื่องมาตรการควบคุมโรคระบาด

2. การเดินทางออกนอกพื้นที่ กทม.หรือ จังหวัดหนึ่ง ไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะกรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง เช่น การเดินทางไปราชการ การสับเปลี่ยนกำลังของหน่วย หากไม่มีคำสั่งให้กำลังพลทุกระดับปฏิบัติหน้าที่ในที่ตั้งปกติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-22 เม.ย.2563 ยกเว้นการลากิจที่จำเป็น เร่งด่วน ฉุกเฉิน ให้รายงานโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชา

3.ให้ ผบ.หน่วย ปรับปรุงอาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โรงยิม, ไต้ถุนกองร้อย, สโมสรของหน่วย เพื่อลดความแออัดของกำลังพล และลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับกำลังพล และเพื่อกักบริเวณในการเฝ้าระวังผู้ที่กลับจากการลาพัก

4. ตามที่ ทบ. ได้สั่งการไปแล้ว โดยให้หน่วยปรับเปลี่ยนระเบียบปฏิบัติประจำวันเพื่อป้องกันโรคตามคำแนะนำ ขอให้รักษาวินัยในเรื่องดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เช่น อยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 เมตร มีอุปกรณ์, ภาชนะ,กระติกน้ำดื่มส่วนตัว การกระจายที่นั่ง แบ่งผลัดรับประทานอาหาร/การออกกำลังกายกลางแจ้งกลางแดด กิจกรรมใดที่ต้องรวมพลพร้อมกั้นจำนวนมาก ให้พิจารณาแบ่งการปฏิบัติเป็นผลัดเพื่อลดความแออัด

5. งดการปล่อยลาพักของทหารกองประจำการ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค สำหรับการเยี่ยมญาติสามารถปฏิบัติได้ แต่ต้องเป็นไปตามมาตรการการระวังป้องกันโรคระบาด ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์กำลังพล ส่วน พลทหารฯ และกำลังพลทุกระดับที่ได้ลาพักไปแล้ว เมื่อกลับมาขอให้หน่วยได้จัดสถานที่ให้อยู่ต่างหาก และกันตัวเองออกจากกำลังพลส่วนใหญ่เป็นเวลา 14 วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ หากพบอาการป่วยให้ส่งตรวจรักษาทันที

6.ให้ทุกหน่วยพิจารณาจำกัดทางเข้า – ออกของหน่วย/ ส่วนกองรักษาการณ์ให้แปรสภาพเป็น เจ้าหน้าที่คัดกรอง, เฝ้าระวัง บุคคลเข้าหน่วย โดยจัดหาอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือตามจุดเข้า – ออก โดยกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ให้ใส่หน้ากากทุกนาย

7. ผู้บังคับกองร้อย และผู้บังคับกองพัน จะต้องเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด โดยมีผู้บังคับการกรม และ ผบ.พล หรือเทียบเท่า เป็นผู้กำกับดูแลอีกชั้นหนึ่ง หากไม่กำกับการปฏิบัติฯ หรือได้รับการรายงานฯ ถือว่าขัดคำสั่ง จะมีผลในการปรับย้ายทันที ทั้งนี้ ผบ.หน่วยทุกนายจะต้องทุ่มเทเสียสละ ดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างดีที่สุด / โดยเฉพาะพลทหารซึ่งมีกำลังพลถึง 120,000 นาย ซึ่ง ผบ.ทบ. มีความห่วงใยต่อพลทหารกองประจำการ ที่กำลังจะปลดประจำการสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จึงขอเสนอทางเลือก ให้กับน้องๆ สมัครเป็นทหารกองประจำการต่อ โดยกองทัพบกจะพิจารณาโอกาสเป็นนักเรียนนายสิบ ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะสามารถแบ่งเบาภาระของครอบครัว มีรายได้และสวัสดิการที่ชัดเจนแน่นอน ส่วนน้องๆ พลทหาร ที่มีความประสงค์จะขอปลดประจำการในเดือน เม.ย. ขอขอบคุณทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการรับใช้ประเทศชาติ และการช่วยเหลือประชาชน อย่างไรก็ตาม ขอให้น้องๆ ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง ว่ามีงานรออยู่ก่อนที่จะขอปลดประจำการฯ สุดท้ายนี้ ขอให้กำลังพลทุกนายติดตามสถานการณ์ และปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพบกที่ได้สั่งการไปแล้วอย่างเคร่งครัด