เสธ.แดงฟันธง คดีสนธิ-มวยล้ม

เสธ.แดงฟันธง คดีสนธิ-มวยล้ม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นายกฯ ย้ำเร่งคดียิงสนธิ ลิ้มทองกุล ก่อนรองผบ.ตร. ที่รับผิดชอบคดีเกษียณ ส่วนการต่ออายุราชการคงยากเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ดีเอสไอแจงวุ่นส.ต.อ.ผู้ต้องหาไม่เคยมาเบิกรถหรืออาวุธไปใช้ ยันหากจะนำของออกไปต้องได้รับอนุมัติจากศาลก่อน เสธ.แดงมาแล้วฟันธงมวยล้มแน่ ชี้ตร.บอกมีพยานถึง 50 ปาก แต่ตอนนี้ยังสอบไปไม่ถึงไหน ส่วนรองผบ.ตร.ที่รับผิดชอบอีกไม่นานก็เกษียณแล้ว คงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก ด้านโฆษกกลาโหม ยันการขอตัวจ่าพลร่มผู้ต้องหายิงสนธิ มีขั้นตอนอยู่แล้วไม่มีการปกป้อง แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องตร.ขอตัวหน.ฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 อยู่ระหว่างดำเนินการ

ความคืบหน้าคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งตำรวจออกหมายจับ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ ซึ่งทั้งคู่หายตัวไปนั้น เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจในการสาวหาตัวผู้บงการคดีลอบสังหารนายสนธิ ว่า อย่างที่ย้ำไปแล้วว่าตนและพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ซึ่งดูแลคดีดังกล่าวพูดคุยกันเป็นระยะ ยังไม่มีปัญหาอุปสรรคในการเดินหน้าคดี เมื่อถามว่าล่าสุดพล.ต.อ.ธานี ระบุยังไม่มั่นใจว่าจะหาตัวผู้บงการได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราต้องทำไปตามพยานหลักฐาน ต้องเริ่มจากตัวผู้ปฏิบัติ การก่อน จากนั้นค่อยๆ ขยายผล การเชื่อมโยงหรือข้อสันนิษฐานต่างๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น

เมื่อถามว่าแล้วถ้าหากพล.ต.อ.ธานี เกษียณอายุราชการไปก่อนที่จะสาวหาตัวผู้บงการได้จะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พยายามเร่งรัดกันอย่างเต็มที่ ต่อข้อถามว่าจะถึงขั้นต้องต่ออายุราชการให้พล.ต.อ.ธานีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การต่ออายุมันต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ ฉะนั้นก็พยายามเร่งรัดคดีต่อไป

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอสอบสวนเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์หมายเลขทะบียน สษ 1785 กทม. ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดียิงนายสนธิว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ส.ต.อ.วรวุฒิ มุ่งสันติ ผู้ต้องหาตามหมายจับไม่เคยทำเรื่องเบิกอาวุธปืน รถยนต์ หรืออุปกรณ์สืบสวนพิเศษของดีเอสไอไปใช้ โดยในวันที่ 23 ก.ค.นี้ พ.อ.สุรศักดิ์ ณ ลำปาง ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและการตรวจสอบ จะรับผิดชอบหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน สษ 1785 มาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ยังประสานโดยตรงไปยังพล.ต.อ.ธานี ว่า ดีเอสไอพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจไม่ได้ระบุชัดเจนว่า รถยนต์ในความรับผิดชอบของดีเอสไอเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรกับคดียิงนายสนธิ เนื่องจากไม่ใช่รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุยิง ในเบื้องต้นจึงเป็นการประสานเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์คันดังกล่าวเท่านั้น

ในส่วนของการเบิกใช้อาวุธปืนและอุปกรณ์สืบสวนพิเศษนั้น ดีเอสไอยืนยันได้ว่ามีระเบียบควบคุมการเบิกใช้อุปกรณ์พิเศษอย่างเข้มงวด และมีกฎหมายดูแลการใช้งานอย่างรัดกุม โดยก่อนเบิกใช้อุปกรณ์พิเศษต้องได้รับการอนุมัติจากศาลก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นจะมีความผิดทางอาญา รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าว

ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่จ.ส.อ. ปัญญา ศรีเหรา สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลอบยิงนายสนธิ ว่าทหารมีผู้บังคับบัญชาทางตามลำดับชั้น ไม่ใช่ว่าตำรวจพูดอะไรแล้วจะจับไปส่ง ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะขณะนี้ตำรวจไม่ได้เกรงกลัวทหารเหมือนเมื่อก่อน และไม่ใช่ว่าตำรวจตั้งข้อหาแล้วเราไปสั่งพักราชการ หากเขาบริสุทธิ์ ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นการที่ตำรวจจะมาขอตัวผู้ใต้บังคับบัญชาไปดำเนินคดี ต้องขอดูเอกสารหลักฐานให้แน่ชัดว่ามีความผิดอะไร จึงควบคุมตัวได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกควบคุมตัวไป

ยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบของกลางเมื่อไหร่จึงจะพบผู้กระทำความผิด ซึ่งรถของกลางที่จับได้เป็นคนละคันกับที่ก่อเหตุ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นการสร้างหลักฐานขึ้นมา สุดท้ายคดีนี้เป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะมีพยานกว่า 50 คนแต่สอบสวนยังไปไม่ถึงไหน ทั้งนี้พอถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ พล.ต.อ.ธานี ต้องเกษียณอายุราชการไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เชื่อว่า สุดท้ายคดีนี้ก็จับใครไม่ได้ เสธ.แดง กล่าว

วันเดียวกัน พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงตำรวจได้ทำหนังสือขอตัวจ.ส.อ.ปัญญาไปดำเนินคดี ว่ากองทัพบกดำเนินการอยู่ ขั้นตอนต่างๆ เหมือนคดีทั่วไป รมว.กลาโหมยืนยันว่าขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคงอยู่อีกหลายขั้นตอน ดังนั้นหากติดต่อมาขอให้หน่วยต้นสังกัดดำเนินการไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่ามีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ว่าจ.ส.อ. ปัญญา เป็นคนก่อเหตุ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับตำรวจทางกองทัพบกให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ส่วนรูปคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เมื่อถามว่ากองทัพส่งนายทหารกรมพระธรรมนูญไปร่วมดูแลหรือยัง พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ในขั้นต้นคงต้องอยู่ในกระบวนการ หากได้รับการร้องขอจากตำรวจมา ขั้นตอนต่อไปต้องดำเนินการตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับรูปคดีว่าคดีเป็นไปในลักษณะอย่างไร ส่วนกรณีพ.อ. สุนัย ประภูชะเน หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคนนั้น เพิ่งทราบข่าวว่า ตำรวจทำเรื่องขอตัวพ.อ.สุนัย มาแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียด

ยืนยันว่า รมว.กลาโหมและผบ.เหล่าทัพที่รับผิดชอบจะไม่ปกป้อง และจะดำเนินการไปตามกฎหมาย ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงข่าวคงจะไม่นำข่าวมาเกี่ยวข้องกับรูปคดี จึงไม่อยากให้ประเด็นข่าวทำให้เรื่องต่างๆ ไขว้เขวและทำให้ประชาชนเข้าใจรูปคดีผิด ส่วนที่มีคนมองว่ากองทัพตกเป็นแพะในคดีนี้นั้น ผมไม่คิดแบบนั้น แต่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ เรื่องทั้งหลายต้องทำให้เป็นความจริง ทั้งนี้รมว. กลาโหม ไม่รู้สึกหนักใจเพราะเรื่องต่างๆ จะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ในส่วนของกองทัพจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชา โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล