จับพิรุธหญิงอ้างติดเชื้อโควิด-19 ป่วนทั้งหมู่บ้าน-โรงพยาบาล ร้องจะเอาใบรับรองแพทย์

จากกรณี โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย หญิงอายุ 50 ปี ชาวศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อ้างว่าตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาขอตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์ ด้วยอาการไข้ต่ำ 37.5 โดยแจ้งกับแพทย์ว่า ตนติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากทำงานเป็นไกด์ พานักท่องเที่ยวมากมายหลายชาติทั้งเยอรมันและฝรั่งเศส และได้พาท่องเที่ยวใน จ.สุโขทัย ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม แล้วไม่สบาย และย้ำว่าขอให้ออกใบรับรองแพทย์ให้ด้วยว่าตนป่วยจริง
ซึ่งแพทย์ได้ทำการตรวจร่างกายโดยละเอียดตามขั้นตอนของการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ทั้งสอบสวนเส้นทาง ว่ามีใครใกล้ชิดเสี่ยงสัมผัสโรคบ้าง และทำการตรวจเอกซเรย์ปอด เจาะเลือดตรวจหาเชื้อ และให้กักตัวในห้องกักโรคที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ ซึ่งผลเลือดจากการตรวจหาเชื้อนี้เบื้องต้นปกติ และปอดปกติ
แต่เนื่องจากคนไข้รายนี้ มีข้อพิรุธ ต้องการใบรับรองแพทย์ตลอดเวลา ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานข้อมูลจาก รพ.สต. ว่ามีเคสที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่ ทาง รพ.สต.เช็กข้อมูลแล้วแจ้งกลับมาว่าคนไข้รายนี้ไม่เคยไปไหนเลยอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา จากนั้นได้ปรึกษานายอำเภอศรีสัชนาลัย นิติกรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พิจารณาให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยังท้องถิ่นที่หญิงสาวคนดังกล่าวอาศัยอยู่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดทราบ หญิงสาวคนนี้จะต้องเดินทางไปขึ้นศาลฟังคำตัดสินในวันที่ 19 มีนาคม จึงสันนิษฐานว่า น่าจะกุเรื่องขึ้นมาว่าติดเชื้อโควิด-19 เพื่ออ้างว่าถูกกักตัวจะได้ไม่ต้องเดินทางไปขึ้นศาล ก็อาจเป็นได้
นพ.สุทนต์ ทั่งศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จึงมอบหมายให้ น.ส.จีระภา นาคนิล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.เสมา วัฒนา รองสว.(สอบสวน) สภ.ศรีสัชนาลัย ว่ามีหญิงอายุ 50 ปี ชาว ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย เข้ามารับการรักษาตัว โดยแจ้งว่า ติดเชื้อโควิด-19 ปล่อยข่าวในพื้นที่ว่าติดเชื้อโควิด-19 สร้างความปั่นป่วนในชุมชน และเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ
ทางด้าน น.พ.สุทนต์ กล่าวว่า อยากวิงวอนว่าอย่าสร้างเรื่องปั่นป่วน เช่นนี้ให้ผู้คนแตกตื่น และเพิ่มภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากปัจจุบันนี้ ทั้งแพทย์และพยาบาลต้องทำงานอย่างหนัก อีกทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการตรวจรักษาตัดกรองโรคโควิด-19 มีราคาแพง การแอบอ้างหลอกลวง ทำให้เราต้องเสียอุปกรณ์การตรวจ เสียค่าชุด PPE ที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ใส่ป้องกัน และชุดตรวจ VTM ซึ่งราคาแพงมาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)