ผีน้อยโวย! กักตัวตามสั่งทุกอย่าง แต่ข้อมูลส่วนตัวในเอกสารราชการโผล่ว่อนเน็ต

ผีน้อยโวย! กักตัวตามสั่งทุกอย่าง แต่ข้อมูลส่วนตัวในเอกสารราชการโผล่ว่อนเน็ต

ผีน้อยโวย! กักตัวตามสั่งทุกอย่าง แต่ข้อมูลส่วนตัวในเอกสารราชการโผล่ว่อนเน็ต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาท ว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ระบุตัวเองว่าเป็นแรงงานไทย ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา โดยโพสต์ข้อความว่าเริ่มเข้าโปรแกรมกักตัวเอง 14 วันตามที่ราชการขอความร่วมมือทันทีที่เดินทางถึงบ้านพักใน จ.ชัยนาท โดยยืนยันว่าต้องการแสดงความมีสามัญสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม แม้ว่าตนเองจะผ่านการตรวจไข้โดยละเอียดจากทีมแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขที่สนามบิน และทีมแพทย์อนุญาตให้เข้าโปรแกรมกักตัวเองที่บ้าน แต่ก็ต้องพบกับความเดือดร้อน เพราะจู่ๆ มีคนนำหนังสือราชการ ของหน่วยงานเกี่ยวกับการเดินทางเข้าออกประเทศหน่วยงานหนึ่ง มาแชร์บนโลกออนไลน์

แรงงานไทยรายนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หนังสือดังกล่าวมีรายชื่อของผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศทั้งหมด 6 คน รวมทั้งตนด้วย โดยระบุรายละเอียดชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ทำให้รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล เพราะการแชร์หนังสือดังกล่าวมีการใช้ข้อความลักษณะเตือนให้ระวังพวกตน อาจจะเป็นพาหะแพร่เชื้อโควิด-19 ยิ่งทำให้ตนเองถูกเพื่อนบ้านและสังคมมองด้วยความเหยียดหยันรังเกียจ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วตนไม่ได้มีไข้ ไม่ได้มีเชื้อ กระทรวงสาธรณสุขเองก็รับรองตั้งแต่ตอนลงเครื่องแล้ว

แต่การปล่อยให้หนังสือราชการหลุดออกมาเผยแพร่แบบนี้ ยิ่งซ้ำเติมพวกตน จึงต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบหาคนที่แอบเผยแพร่หนังสือดังกล่าวมาลงโทษ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก โดยเมื่อครบ14วันในการกักตัวเอง จะมีการให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อฯอีกครั้งในเรื่องนี้

ล่าสุดเวลา 08.30 น. วันที่ 11 มี.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านของผู้โพสต์ ที่เป็น 1 ใน 6 ราย ที่ในหนังสือของ ตม. ได้รับการเปิดเผยว่า ตนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการวัดไข้ตลอด ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องที่เกาหลี พอกลับมาที่ประเทศไทยก็มีการวัดไข้ พอกลับมาถึงจังหวัดชัยนาท ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ตนเดินทางไปที่โรงพยาบาลตนก็ทำตามเพราะเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม แยกห้อง กักตัว วัดไข้ ดูอาการอยู่ที่ รพ. 4 วัน แล้วอนุมัติให้กลับบ้านได้ ในระหว่างกลับบ้าน ก็มีการให้วัดไข้ ส่งผลตลอดทางโทรศัพท์ กันตัวเองออกจากครอบครัวจนถึง วันที่ 19 มี.ค. 2563

ส่วนตัวก็รับผิดชอบต่อสังคม เชื่อฟังเจ้าหน้าที่ตลอด แต่อยากฝากบอกคนทั่วไปว่า อยากให้มีความมั่นใจในตัวเอง ว่าโรคนี้ไม่ได้ติดกันง่ายๆ อยากให้ป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดมากกว่า และศึกษาให้เยอะๆ ไม่อยากให้พากันไปรังเกียจคนที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงจนเกิดเหตุ ป้องกันตัวเองให้ดีที่สุด ดีกว่าไปควบคุมคนอื่นๆ เริ่มจากการควบคุมตัวเองง่ายกว่า

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล