บึ้มพลีชีพ2โรงแรมดังกลางกรุงจาการ์ต้า ตาย 9 เจ็บกว่า 50 คาดฝีมือเจไอ แจ้งสถานทูตดูแลคนไทยใกล้ชิด

บึ้มพลีชีพ2โรงแรมดังกลางกรุงจาการ์ต้า ตาย 9 เจ็บกว่า 50 คาดฝีมือเจไอ แจ้งสถานทูตดูแลคนไทยใกล้ชิด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ระเบิดพลีชีพ 2 โรงแรมดังกลางกรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย ดับคาที่ 9 บาดเจ็บกว่า 50 เชื่อฝีมือ เจไอ แจ้งสถานทูตดูแลคนไทยใกล้ชิด เตือนเดินทางระวัง แมนฯยุไนเต็ด กลัวไม่ปลอดภัยยกเลิกหวดกระชับมิตร สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียว่า เกิดเหตุระเบิด 2 โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว เจดับบลิว แมริออท และริตซ์ คาร์ลตัน ในย่านธุรกิจสำคัญกลางกรุงจาการ์ตาตั้งแต่เวลาเกือบ 08.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซียซึ่งตรงกับเวลาเดียวกันในประเทศไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน และได้รับบาดเจ็บอีกไม่น้อยกว่า 50 คน โดยเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่บริเวณที่จอดรถและห้องอาหารของโรงแรมเจดับบลิว แมริออท เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต 7 คน และโรงแรมริตซ์ คาร์ลตัน มีผู้เสียชีวิต 2 คน แรงระเบิดส่งผลให้เกิดกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งยังส่งผลให้กระจกของโรงแรมดังทั้งสองแตกละเอียดเช่นเดียวกับโครงสร้างบางส่วนของโรงแรมที่ได้รับความเสียหาย ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่านักท่องเที่ยวและพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบพากันวิ่งหนีออกจากโรงแรมด้วยความตื่นกลัวหลังเกิดเหตุ ก่อนที่จะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจอินโดนีเซียได้ปิดล้อมพื้นที่ดังกล่าวทันทีหลังเกิดเหตุเพื่อตรวจพิสูจน์หลักฐาน และมีรายงานในเวลาต่อมาว่าเจ้าหน้าที่พบว่าผู้ก่อเหตุที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท ปลอมตัวเป็นแขกเข้าพักในห้อง 1808 ซึ่งตรวจพบสารเคมีและอุปกรณ์ที่ใช้ทำระเบิดภายในห้องพัก รวมถึงระเบิดที่ยังไม่ระเบิดขึ้นอีกลูกหนึ่ง ส่วนที่โรงแรมริตซ์ คาร์ลตันทีวีวงจรปิดจับภาพชายสวมสูทและใส่หมวกเบสบอลพร้อมสะพายเป้ไวที่หน้าอกและถือกระเป๋าอีกใบหนึ่งเดินเข้าไปในห้องอาหารก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้น

นายทีโอ ซัมบัวกา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคง รัฐสภาอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า มีสิ่งบ่งชี้ว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นที่โรงแรมทั้งสองแห่งจะเป็นระเบิดพลีชีพ โดยมีรายงานว่าระเบิดที่ใช้ก่อเหตุครั้งนี้ทำขึ้นเอง และทางการอินโดนีเซียสันนิษฐานว่าเป็นไปได้สูงที่กลุ่มที่ลงมือจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายนูร์ดิน โมฮัมเหม็ด ท็อป มุสลิมหัวรุนแรงที่เกิดในมาเลเซีย เพราะการระเบิดพลีชีพเช่นนี้เป็นวิธีที่เครือข่ายนี้นิยมใช้

ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยุทโโยโน ของอินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงเป็นสมัยที่ 2 ชี้ว่าเหตุระเบิดโรงแรมทั้งสองแห่งเป็นการกระทำของกลุ่มก่อการร้าย รัฐบาลจะจับกุมและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ ทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมารับโทษโดยไม่สนใจว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีภูมิหลังทางการเมืองอย่างไร และยังประณามผู้ก่อเหตุไร้มนุษยธรรมไม่สนใจว่าจะสร้างความเสียหายต่อประเทศ โดยเฉพาะผลลบต่อเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว รวมถึงภาพลักษณ์ของอินโดนีเซียในสายตาประชาคมโลก

สำหรับเหตุระเบิดต่อเนื่องดังกล่าวถือเป็นเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังจากที่รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามอย่างหนักที่จะฟื้นคืนความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงในประเทศได้ และแม้จะยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศความรับผิดชอบในขณะนี้ แต่ส่วนใหญ่ต่างสงสัยกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือเจไอ ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงน่าจะอยู่เบื้องหลังเหตุครั้งนี้ เช่นเดียวกับที่เคยลงมือก่อเหตุระเบิดรถยนต์ที่โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เมื่อปี 2546 มีผู้เสียชีวิตไป 12 ราย และก่อนหน้านั้นเพียงปีเดียวก็วางระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลีมีผู้เสียชีวิตมากถึง 202 ราย

วันเดียวกันสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ แถลงยกเลิกโปรแกรมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมรวมดาราอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีที่กรุงจาการ์ตา ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้แล้ว เพราะโรงแรมริตซ์ คาร์ลตัน เป็นหนึ่งในโรงแรมที่นักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ดมีกำหนดจะเข้าพักในวันที่ 18 กรกฎาคมด้วย ทำให้สโมสรหวั่นเรื่องความปลอดภัยจึงแจ้งยกเลิกไปยังสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย ซึ่งแมตช์ดังกล่าวถือเป็นนัดที่ 2 ของการทัวร์เอเชียก่อนเปิดฤดูกาลที่วางโปรแกรมแข่งที่มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เกาหลีใต้ และสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายเควิน โอรูก นักวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเมืองในกรุงจาการ์ตา กล่าวว่า เหตุระเบิดทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ด้านความมั่นคงที่รัฐบาลอินโดนีเซียพยายามสร้างขึ้นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และส่งผลกระทบอย่างหนักคือความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งนักธุรกิจและนักลงทุนที่เข้าพักในโรงแรมที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ขณะที่ตลาดหุ้นและค่าเงินรูเปียของอินโดนีเซียพากันร่วงลงทันทีที่เปิดการซื้อขายหลังเกิดเหตุระเบิดครั้งนี้ โดยตลาดหุ้นอินโดนีเซียลดลงทันที 2 เปอร์เซนต์เมื่อเปิดตลาด เช่นเดียวกับค่าเงินรูเปียที่อ่อนค่าลง 0.7 เปอร์เซนต์มาอยู่ที่ 10,200 รูเปียต่อดอลลาร์สหรัฐ ทำให้คาดว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียอาจต้องเทขายเงินดอลลาร์ในความครอบครองและซื้อเงินรูเปียเข้าไปเก็บเพื่อพยุงค่าเงินไม่ให้อ่อนค่ามากเกินไป

ด้านผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ประธานาธิบดีกลอเรีย อาโรโย ของฟิลิปปินส์ แสดงความเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ขณะที่นายเควิน รัดด์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ประณามเหตุระเบิดดังกล่าวเป็นการกระทำของพวกป่าเถื่อน ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ก็ประณามว่าเป็นการกระทำของพวกไร้สติ และพร้อมให้ความช่วยเหลือใดๆตามที่รัฐบาลอินโดนีเซียร้องขอ

นอกจากนี้ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่างประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยสำหรับนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงไปยังอินโดนีเซียหากไม่มีกิจจำเป็นด้วย ทางการอินโดนีเซียระบุว่าในบรรดาผู้เสียชีวิตมีชาวนิวซีแลนด์อยู่ด้วยหนึ่งคน ขณะที่ชาวต่างชาติอีก 13 รายที่ได้รับบาดเจ็บคือชาวอเมริกัน ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเกาหลีใต้

น.ส.วิมล คิดชอบ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ทางการไทยขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลังทำให้เกิดสูญเสียชีวิตและความเสียหายต่อผู้บริสุทธิ์ เบื้องต้นสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา แจ้งว่าไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุระเบิด และกระทรวงการได้สั่งการให้ดูแลคนไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งแจ้งเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังโดยเฉพาะการเดินทางไปในย่านชุมชน ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสถานทูตไทยได้ที่ + 62 8111 86253

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล