รถไฟชนกัน ที่ปากท่อ ราชบุรี บาดเจ็บ 42 สาหัส 3 ราย ปิดเส้นทางสายใต้ชั่วคราว

รถไฟชนกัน ที่ปากท่อ ราชบุรี บาดเจ็บ 42 สาหัส 3 ราย ปิดเส้นทางสายใต้ชั่วคราว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (24 ก.พ. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. ได้เกิดเหตุรถไฟขนส่งสินค้าที่ 722 ขาขึ้นขบวน 4210 (หาดใหญ่- กทม.) ปลายทางบางซื่อ ชนประสานงากับรถไฟขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 37/45 ขบวน 4550 (กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก-ปาดังเบซาร์) ที่กำลังจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีปากท่อ ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เข้าอย่างเต็มแรง จนทำให้รถไฟตกรางทั้ง 2 ขบวน โดยเฉพาะรถไฟขนส่งสินค้าที่บรรทุกตู้สินค้าเปล่า และบรรทุกถังของเหลว ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนรถไฟโดยสารตู้ที่ 2-3 ชนอัดเต็มแรงทำให้ช่วงด้านหัวตู้ทะลุเข้าหากันเสียหาย ส่วนช่วงหัวรถไฟได้รับความเสียหายเช่นกัน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น เจ้าหน้าที่มูลนิธินำตัวส่งโรงพยาบาลปากท่อ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 42 คน ซึ่งมีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยและบาดเจ็บตามร่างกาย รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 3 ราย โดยแพทย์ได้เร่งปฐมพยาบาลให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า รถไฟขบวนรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 37/45 ขบวน 4550 (กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก-ปาดังเบซาร์) จอดเทียบที่ชานชาลาของสถานีรถไฟในช่อง ราง 2 คาดว่าช่วงเวลาที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังสับรางเพื่อที่จะเบี่ยงให้รถไฟขนส่งสินค้าที่ 722 ขาขึ้นขบวน 4210 (หาดใหญ่- กทม.) ปลายทางบางซื่อ เบี่ยงไปที่ราง 1 เพื่อที่จะเข้าเส้นทางตรงยังสถานีราชบุรี แล้วอาจจะสับรางไม่ทันจึงทำให้เกิดชนกันเข้าอย่างเต็มแรง

ด้านนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ปลัดอำเภอปากท่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน เร่งตรวจสอบ และให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ พร้อมดูแลเรื่องการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่

จากการตรวจสอบสภาพการเสียหาย สภาพรถไฟขนส่งสินค้ามีโบกี้ที่พลิกตกราง จำนวน 2 ตู้ ซึ่งกีดขวางเส้นทางเดินรถทั้งขาขึ้น-ขาล่อง ส่งผลให้ระบบการเดินรถไฟทางภาคใต้ชะงักลง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะสอบถามความต้องการของผู้โดยสารและจะจัดรถบัสลำเลียงส่งกลับ กทม. หรือส่งล่องใต้ตามจุดหมายที่ต้องการต่อไป

ส่วนการกู้โบกี้รถไฟ ขณะนี้ทาง รฟท.ได้นำรถเครนมารอเพื่อย้ายโบกี้ที่ตกรางออก เพื่อช่างของ รฟท.จะได้ซ่อมรางกลับคืนโดยเร็ว