"ประยุทธ์" ลุกขึ้นโต้ โวชนะโหวตนายกฯ ไม่ต้องพึ่ง ส.ว. เป็นคนใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส

"ประยุทธ์" ลุกขึ้นโต้ โวชนะโหวตนายกฯ ไม่ต้องพึ่ง ส.ว. เป็นคนใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงหลังจากนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ประธานวิปฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีหลายเรื่องที่ถูกอภิปราย แต่ไม่เคยโกรธ แม้จะมีการการปล่อยข่าวทั้งการเผชิญศึกในศึกนอก เพราะถือว่าเป็นกลไกของระบอบประชาธิปไตย การที่ตนเองได้เข้ามาอยู่ในกลไกนี้ก็มาจากรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับทุกคน ดังนั้นจะวิจารณ์ว่าดีหรือไม่ดี ก็มาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ที่ผ่านมาอาจจะไม่ถูกใจใครทั้งหมด แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมติของประชาชนที่คัดเลือกเข้ามา พร้อมถามสมาชิกว่าจำได้หรือไม่การที่ตนเองมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้รับคะแนนเท่าไหร่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ด้วยจำนวนส.ส.มากกว่า 250 เสียง และไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของ ส.ว.

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ตนเองยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและไม่เคยมีแนวคิดล้มล้างการปกครองในระบบประชาธิปไตยการที่ตัวเองได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ก็เพราะเหตุการณ์ในปี 2553 และ 2557 จึงจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศทำให้เกิดความสงบสุข พร้อมถามย้อนกลับไปว่าก่อนที่ตัวเองจะเข้ามามีคดีอยู่กี่คดี บางคนก็ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ไม่ยอมติดคุก ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านกล่าวหา ว่า ตนเองละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น ยืนยันว่าไม่เคยก้าวล่วง ใคร โดยเฉพาะสื่อโซเชียล ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ตนเองอย่างมากมายแต่ก็ไม่เคยไปดำเนินการ แม้จะมีการสร้างความรู้สึกไม่ดีให้ตนเองตลอด แต่ตนเองก็เป็นคนอารมณ์ดี ใจเย็น ยิ้มแย้มแจ่มใส

นายกรัฐมนตรี ยังคงย้ำว่าตัวเองอารมณ์ดี เป็นลูกผู้ชาย ชายชาติทหาร เป็นสุภาพบุรุษแบบทหาร จะต้องรักษาสัตย์ของตนเอง จิตใจของตัวเองก็ต้องรักษาด้วย พร้อมไม่อยากก้าวล่วงใครทั้งสิ้น แต่มันก็จำเป็นเมื่อมีการอภิปรายก็ต้องฟังคำอธิบายที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขให้เกิดความชัดเจนขึ้น แต่วันนี้มีหลายอย่างที่เกิดการบิดเบือนที่เรียกว่า Fake News

จากนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย ได้ประท้วงนายกรัฐมนตรี ที่ได้กล่าวข้อความเท็จในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ใช้เสียงของ ส.ว. แต่จำได้ว่าการโหวตเป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส.และส.ว.ที่ได้ร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีด้วย จึงถือว่าเป็นข้อความเท็จ แต่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า เป็นการประชุมร่วมกันและได้มีการหารือกันทั้งสองสภา ซึ่งตนเองได้ชี้แจงไปแล้วพร้อมกับระบุว่า ชี้แจงอย่างง่ายๆ แต่ถ้ายังเข้าใจยากก็ไม่รู้ว่าจะชี้แจงไปทำไม