จับหมอดูแสบพร้อมลูกสาว หลอกหญิงป่วยซึมเศร้าทำพิธีเสริมดวงชะตา สูญ 7 ล้าน

จับหมอดูแสบพร้อมลูกสาว หลอกหญิงป่วยซึมเศร้าทำพิธีเสริมดวงชะตา สูญ 7 ล้าน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กองปราบตามจับหมอดูพร้อมลูกสาว หลอกลวงหญิงป่วยซึมเศร้าทำพิธีเสริมดวงชะตา สูญเงินไปกว่า 7 ล้านบาท

(21 ก.พ.) นางสายสมร (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี และ น.ส.สุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ถูกตำรวจกองปราบปราม ติดตามจับกุมได้ บริเวณริมถนนทางเข้าบ้านท่ามะนาว ต.ยางนอน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี

สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณกลางปี 2562 นางสายสมร หรือ ป้าหมอ ได้เช่าห้องแถวเปิดเป็นร้านหมอดูไพ่ อยู่ในตลาด จ.ร้อยเอ็ด ต่อมานางสุขใจ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้มาเดินซื้อของในตลาด และเข้าไปดูดวงไพ่กับนางสายสมร โดยถูกทำนายทายทักว่ากำลังดวงตก เป็นทุกข์ มีเคราะห์หนัก และเพิ่งเสียของรักไป ซึ่งประกอบกับผู้เสียหายเพิ่งจะสูญเสียแม่ไปได้ไม่นานจึงหลงเชื่อ

นางสายสมรจึงแนะนำให้มาทำพิธีสะเดาะเคราะห์กับตน โดยให้นำเงินสดมาให้ เพื่อตนจะไปจัดหาซื้อของมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ โดยผู้เสียหายไม่ต้องมาร่วมพิธี เมื่อทำพิธีเสร็จ นางสายสมร ก็จะถ่ายรูปแล้วส่งไปให้ผู้เสียหายดู

หลังจากนั้นนางสายสมรก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับผู้เสียหายอีกหลายครั้ง อ้างว่าดวงไม่ดีจะมีเหตุเสียของรัก หรือคนในบ้านอาจจะเกิดอุบัติเหตุหนัก ให้ทำพิธีเสริมดวง สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ซึ่งขณะนั้นผู้เสียหายเป็นโรคซึมเศร้าจึงได้หลงเชื่อ ทำให้ในห้วงเวลาประมาณ 4-6 เดือนในปี 2562 ถูก นางสายสมรหลอกเอาเงินสดโดยให้โอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากของ น.ส.สุกัญญา บุตรสาวนางสายสมร เป็นเงินจำนวน 7,285,622 ล้านบาท

จากการตรวจสอบทราบว่า ก่อนหน้าที่จะมาพบกับผู้เสียหายรายนี้ นางสายสมร และ น.ส.สุกัญญา บุตรสาว มีพฤติกรรมหลวงลวงผู้เสียหายในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ อีก 2 ราย โดยรายแรกความเสียหาย 50,000 บาท รายที่สองเสียหาย 170,000 บาท โดย นางสายสมร และ น.ส.สุกัญญา บุตรสาว ตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายจึงไม่ติดใจเอาความ

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสายสมร และ น.ส.สุกัญญา ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยนางสายสมร รับว่าได้หลอกเอาเงินจำนวน 7,285,622 ล้านบาท จากผู้เสียหายมาจริง

โดยนำเงินที่ได้มาเล่นการพนันซื้อหวยออนไลน์ นำมาซื้อทรัพย์สินเป็นรถยนต์ 2 คัน และนำมาต่อเติมสร้างบ้านที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งปัจจุบันเงินจำนวนดังกล่าวถูกใช้จ่ายจนหมดแล้ว หลังจับกุม ได้นำตัวส่ง พงส.สภ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป