จังซี่มันต้องถอน

จังซี่มันต้องถอน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
คอลัมน์ หมายเหตุมายา

นิมิต ประชาชื่น

ดูหนังฟังเพลงดูละคร ดูเกมโชว์และรายการบันเทิงต่างๆ

พอจะเห็นได้ว่า ที่จริงเรื่องราวใหม่ๆ ในวงการบันเทิงไทยก็มีออกมาเรื่อยๆ

บ่งบอกว่า คนในวงการของเรา มีความคิดสร้างสรรค์พอสมควร

อย่างเพลง จังซี่มันต้องถอน ที่ต่อไป คงจะกลายเป็นเพลงตำนานของคอเหล้า

เดินตามรอยเพลง เหล้าจ๋า ของ สุชาติ เทียนทอง, Lightnin Bar Blues ของอเมริกันที่เวอร์ชั่นภาษาไทยเขาว่า หัวทิ่มบ่อ

หรือว่า Whiskey in The Jar ของคนไอริช ซึ่งถือว่าเป็นคอเหล้าระดับโลก

องค์กรที่มีหน้าที่ต่อต้านแอลกอฮอล์ อย่าง สสส. คงจะต้องค้อน ควับ เพราะฟังดูคล้ายๆ ส่งเสริมให้คนกินเหล้า กินไม่พอ เช้ามายังต้อง ถอน คือดื่มซ้ำ ในแบบเอาพิษแก้พิษ

แต่ก็นั่นแหละ ถ้าคิดแบบไม่ดัดจริตเกินไป เพลงนี้เป็นความจริงของมนุษย์ปุถุชนที่สืบทอดมายาวนาน

ชีวิตเงียบสงบ ทำงานหนักอย่างในชนบท หรือคนทำมาหากินในเมือง ลึกๆ แล้วล้วนแต่อยากสรวลเสเฮฮา

ถ้าไม่มีน้ำเมามาปลอบประโลมบ้าง ก็ออกจะฝืดและเงียบเหงาเกินไป

กินกันพอดีก็จบไป แต่ถ้าเกินเลย ในเช้าที่กระอุกกระอักซงลง เซงเลง ผู้อาวุโสก็จะสอนบทเรียนของการ ถอน ให้กับนักดื่มรุ่นหลัง

เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่จะยังไงคนเรามีศิลปะในการดำเนินชีวิต ผสมผสานการทำมาหากินเข้ากับงานบุญตามประเพณีศาสนา และตั้งวงดื่มในร้านอาหาร หน้าบ้าน หรือในดงสะแกหลังวัด

จังซี่มันต้องถอน คือมุมมองขำๆ ต่อปรากฏการณ์นี้ และโดดเด่นในการใช้ภาษาอีสาน มาบรรยายอาการเมาค้างในตอนเช้าได้อย่างพิสดาร

ในแง่หนึ่งแสดงให้เห็นความถึงรุ่มรวยภาษาของทางอีสาน

เรื่องราวไทยๆ ในวงการ ยังเห็นได้จากการผลิตซ้ำละครแอ๊กชั่น 2 เรื่อง ซึ่งเรียกเรตติ้งได้พอสมควร

เสาร์ ๕ พาย้อนยุคไปสมัยสงครามเย็นช่วงหลัง 2500 มาจนถึงปี 2518-2519 ที่มีองค์กรมหาประลัย เป็นตัวแทนลัทธิล้างผลาญอะไรสักอย่าง

ส่วน ชุมแพ มาจากนิยายในนิตยสารบางกอกรายสัปดาห์ เนื้อหาสะท้อนการต่อสู้ระหว่างคนรากหญ้ากับอิทธิพลท้องถิ่นที่ระบาดในประเทศไทยเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ใส่บรรยากาศคาวบอยเข้าไปด้วย

เป็นเรื่องสะท้อนความจริงในอดีต

การนำมาสร้างใหม่ ถ้าไม่เชื่อมโยงให้คนปัจจุบันได้รับทราบปัญหาในอดีต

คนดูไม่น้อยอาจจะรู้สึกแบบ จังซี่มันต้องถอน ได้เหมือนกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล