ราชทัณฑ์ ยัน ไม่มีไวรัสโคโรนาระบาดในคุก หลังสื่อนอกตีข่าว นักโทษข้ามแดนติดเชื้อ

ราชทัณฑ์ ยัน ไม่มีไวรัสโคโรนาระบาดในคุก หลังสื่อนอกตีข่าว นักโทษข้ามแดนติดเชื้อ
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีสำนักข่าว Daily Mail ของสหราชอาณาจักร ได้รายงานข่าวว่านักโทษชายรายหนึ่ง ซึ่งถูกคุมขังในประเทศไทย และถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สหราชอาณาจักร ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำบุลลิงดัน (HM Prison Bullingdon) มีอาการป่วย และต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 พร้อมนำนักโทษรายนี้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งด้านนอกเรือนจำ ตามมาตรการกักกันโรค ว่า ผู้ต้องขังรายดังกล่าวคือนายมาร์ค จอห์น รัมเบิล อายุ 31 ปีสัญชาติอังกฤษ ถูกจับกุมในข้อหาตาม พ.ร.บ.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนและถูกส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2562 และได้ดำเนินการตรวจสุขภาพแรกรับ ซึ่งผลตรวจพบว่าผู้ต้องขังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สัญญาณชีพปกติ ปฏิเสธโรคประจำตัว ไม่มีปัญหาสุขภาพจิต ปฏิเสธการใช้สารเสพติดและไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยฟกช้ำที่ร่างกาย

พ.ต.อ.ณรัชต์ ระบุด้วยว่า ต่อมาสถานเอกอัคราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยร้องขอต่ออัยการสูงสุด เพื่อส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในข้อหาสมคบเพื่อจำหน่ายยาเสพติดไปยังประเทศอังกฤษ และในวันที่ 22 ม.ค.63 จึงได้ส่งตัวผู้ต้องขังไปพบแพทย์หญิงรวมทิพย์ สุภานันท์ ซึ่งเป็นแพทย์ของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากมีคำร้องขอใบรับรองแพทย์ เพื่อให้ระบุว่าผู้ต้องขังสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินกลับสหราชอาณาจักรได้ เนื่องจากเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งผลการตรวจร่างกายพบว่าอาการปกติ ไม่มีไข้ พร้อมสั่งเอกซเรย์ปอด และเก็บตัวอย่างเสมหะ เป็นเวลา 2 วัน เพื่อตรวจเช็ควัณโรคปอด

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขในการวางมาตรการป้องกันการระบาดของโรคปอดอักเสบไวรัสโคโรนาภายในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ โดยมีการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ป่วยโรคไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 มีการนำเจ้าหน้าที่ด้านการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขเข้ามาคัดกรองและตรวจร่างกายผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกวันพร้อมรายงานตลอด 24 ชั่วโมง และคัดแยกผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจออกจากผู้ต้องขังทั่วไป

หากตรวจพบผู้ต้องขังเข้าข่ายจะมีมาตรการรองรับโดยร่วมมือกับโรงพยาบาลแม่ข่ายในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งในเรือนจำก็มีการให้ความรู้การดูแลตนเอง การรณรงค์การรักษาความสะอาดและสุขอนามัยอย่างเต็มที่ ทำให้ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ต้องขังถึง 374,406 ราย ยังไม่พบรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาภายในเรือนจำ และเพื่อความปลอดภัยจึงได้มีการประสานขอความร่วมมือไปยังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้มีการตรวจการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง