ฮอนด้า HEAT
โดย ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุยา
ฮอนด้า HEAT
เรียนท่านอาจารย์
ผมเป็นคนขับรถใหม่ เพิ่งขับได้สองปีเองครับ รถผมยี่ห้อ Honda City ปี 96 เครื่อง 1300 ติดตั้งแก๊ส LPG ปกติใช้ได้ดีไม่มีปัญหาใด แต่มีวันหนึ่งวิ่งไปทำงาน ตามปกติ (ประมาณ 30 กิโล ไป-กลับก็ 60 กิโลต่อวัน)
วันนั้นพัดลมเจ้ากรรมไม่ทำงานทั้งคู่ครับ ก็เลยทำให้เครื่องฮีตแล้วดับ ตอนนั้นผมยังไม่มีความรู้เรื่องรถ (ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะรู้ มากมาย) ก็เลยทำได้แค่รอให้รถเย็นแล้ว ค่อยๆ เติมน้ำในถังพักน้ำ (ไม่กล้าเปิดฝาหม้อน้ำ เขาเขียนคำเตือนไว้ว่าอันตราย ก็เลยกลัว) ครั้งนั้นก็คิดว่าเป็นเพียงการลืมเติมน้ำ
แต่ว่าวันรุ่งขึ้นเติมน้ำเต็มแล้วขับไปได้สัก 20 กิโล เครื่องฮีตและดับครับ ก็เลยเข้าปั๊ม ปรากฏว่าพัดลมทั้งสองตัว ไม่หมุน ตอนเย็นก็เลยเข้าอู่ (เพื่อนกัน) เขาก็บอกว่า อีโมเสียทำให้พัดลม (และอะไรอีกก็ไม่รู้จำไม่ได้) ไม่ทำงาน เขาก็เลยจับต่อตรงให้พัดลมทำงานทันทีที่เปิดกุญแจ (แต่เขาบอกแล้วว่าอาจจะทำให้พัดลมเสียเร็ว) หลังจากนั้นผมก็ใช้รถได้ปกติเพียงแต่ต้องคอยเติมน้ำก่อนไปทำงานทุกวันแค่นั้นเอง
แต่พอมาเมื่อไม่กี่วันนี้ เครื่องเป็น อาการเดิมครับ พัดลมตัวหนึ่งเสีย เครื่องฮีตดับ ก็เลยเข้าอู่ใกล้บ้าน เขาบอกว่า ต้องเปลี่ยนปะเก็น (คืออันนี้รู้อยู่แล้วว่า แตกตั้งแต่ฮีตครั้งแรกแล้ว) ไสฝาสูบเนื่องจากฝาโก่ง ผมก็ให้เขาจัดการไปครับ รายละเอียดดังนี้
1.เปลี่ยนปะเก็น (เห็นเขาไปซื้อจาก ศูนย์มาให้) ราคา 1,400 บาท
2.ไสฝาสูบ (อันนี้ผมไม่เห็นตอนเขา ทำครับ เพราะต้องไปทำงาน) ราคา 1,000-1,200 บาท จำไม่ได้ (ยังไม่มีบิล)
3.เขาบอกว่าต้องเปลี่ยนซีลหลัง เพราะถ้าถอดแล้ว ตัวนี้จะเสียต้องเปลี่ยนใหม่ ราคา 200-350 บาท
4.น้ำมันเครื่อง (เขาบอกว่าของเดิมน้ำมันเข้าไปปนกับน้ำมันเครื่องแล้วต้อง ถ่ายใหม่) ราคา 480 บาท
ค่าแรงอีก 1,000 บาท
แต่ปัญหาหลังจากที่เอาไปซ่อมแล้วตามมาคือ (ตอนนี้ยังไม่ได้รับรถ)
1.ควันขาวตอนจอดรถแล้วเร่งเครื่อง (เขาบอกว่าเป็นที่วงแหวนกับเปลือกวาล์ว อะไรนี่ละต้องเปลี่ยนใหม่) แต่อันนี้เมื่อ ขับไปแล้ว อาการควันขาวจะหายไป
2.เกจ์ความร้อนขึ้นคงที่ ที่ประมาณ สี่สิบเปอร์เซ็นต์ (เกือบๆ ครึ่ง) อันเท่าที่ผมทราบอาการปกติความร้อนประมาณนี้ใช่ไหมครับ
3.รอบเครื่องของน้ำมันสูงมาก 2,000 เปิดแอร์อยู่ที่ 1,500 รอบ ของแก๊สจะ อยู่ที่ 1,500 เปิดแอร์ 1,100 ช่างบอกว่าปรับรอบให้เท่ากันยาก (แต่ก่อนเข้ารอบมันเท่ากัน)
4.อันนี้ปัญหาใหญ่ครับ ตอนทดสอบจะรับรถ พอสตาร์ตรถแล้วเข้าเกียร์ N ปกติครับ พอเข้าเกียร์ D แล้ว เครื่องกระตุกจะดับ ช่างขับให้ดูพอเบรกหรือชะลอ หรือตอนติดไฟแดง หากไม่เข้าเกียร์ N รถดับครับ รอบตกเร็วมากแล้วดับเลย ช่างบอกว่าเป็นที่ ชาฟต์ละลายเนื่องจากว่าเครื่องมีอาการฮีตหลายครั้ง
ผมก็เลยถามช่างว่า นี่มันความร้อนแค่ 40 เปอร์เซ็นต์เองนะ ทำไมมันดับ ตอนผมขับเข้าอู่ เครื่องร้อนเกือบ 90 ทำไมมันไม่ดับ ช่างบอกว่าเป็นเพราะว่าตอนนั้นแรงดันมันรั่ว แต่ตอนนี้เปลี่ยน ปะเก็นกับไสฝาสูบแล้วแรงดันมากขึ้น ทำให้แรงดันเครื่องขัดกับแรงดันเพลา (เขาบอกมาแบบนี้) เครื่องก็เลยฉุด ยิ่งเปิดแอร์เครื่องยิ่งฉุดไปใหญ่
ผมก็สงสัยว่าทำไมตอนเข้ามามันไม่เป็น ถึงแม้จะบอกว่าแรงดันกะเถิด คือด้วย ความไม่รู้ของผม ผมก็ยังไม่กล้าที่จะรับ รถกลับบ้านเพราะกลับมาก็ไม่ได้ใช้ ช่างบอกว่าต้องยกเครื่องใหม่ถึง จะหาย
ผมก็เลยบอกไปว่าอันนี้ผมก็รู้ แต่ที่ผมเอามาซ่อมเนื่องจากผมยังไม่มีเงินพอที่จะยกเครื่องใหม่ ซ่อมพอใช้ได้ไป พลางๆ ก่อน จะได้มีเวลาเก็บเงิน ถ้าผมจะยกตอนนี้ ผมไม่เอามาซ่อมให้ เสียเงินหรอก
ช่างบอกว่าเสียตรงไหน ผมก็ตกลงซ่อมตรงนั้นแล้ว แต่ไอ้อาการที่วิ่งๆ อยู่แล้วเครื่องดับนี้ ไม่ใช่อาการที่จะซ่อมแต่เป็นอาการที่เกิดขึ้นหลังจากซ่อม ช่างเขาก็เลยคิดค่าใช้จ่ายเพียงค่าอะไหล่อย่างเดียว ราคา 3,000 บาท
สิ่งที่ผมอยากรู้ก็คือ อาการเครื่องดับหลังจากที่ความร้อนขึ้นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ (พอเบรกหรือชะลอแตะเบรก) เครื่องจะดับ เกิดจากอะไรครับ ควรที่จะแก้ไขตรงไหน (พอใช้ได้แต่ในอนาคตยกเครื่องแน่ครับ) ช่างดูหัวเทียนแล้วไม่มีน้ำครับ น้ำมันเกียร์ยังสีแดงไม่เหนียว รบกวนด้วยครับ เพราะว่า ต้องพาลูกน้อย (เพิ่งคลอดได้ไม่ถึง อาทิตย์) ต้องไปหา หมอเพื่อตรวจสุขภาพบ่อยๆ ครับ จำเป็นต้องใช้ รถมากมาย
วาคิน โชติรัตนมณี
เรียน คุณวาคิน
ถ้าตอบเฉพาะที่คุณอยากรู้ คือย่อหน้าล่างสุด คุณและอีกหลายท่านก็คงต่อว่า ผมจนได้แหละครับ ว่าทำไมตอบเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่ามาถามอย่างนี้ดีกว่า และขอให้ผมตอบจดหมายของคุณทั้งฉบับ ตามแบบของผมเถิดครับ
1-รถของคุณ เครื่องยนต์เสียหาย ค่อนข้างมากแล้วครับ เนื่องจากคุณ ปล่อยให้น้ำแห้ง แล้วไม่ยอมเติมน้ำ ลงไปในเครื่องยนต์ กลับเติมเพียงแค่ใน หม้อพัก
และถึงจะเติมลงในเครื่องยนต์ด้วยก็คงไม่ทันเสียแล้ว เพราะปล่อยให้เครื่องยนต์ร้อนจนดับ แสดงว่าเกิดการ บีบตัวของปลอกสูบกับลูกสูบ และรั่วหรือแตกของปะเก็นแล้ว จึงดับ
แต่ที่มาติดได้ ก็เพียงเพราะว่าเครื่องยนต์เย็นลงเท่านั้น การบีบของ ปลอกสูบจึงคลายตัวออก แต่ไม่ได้เป็น ปกติอีกแล้ว
2-เกจ์ความร้อนขึ้นราวๆ นั้นก็ไม่สำคัญอะไร แต่เครื่องยนต์นั้นเสียหายมากเกินกว่าที่การปาดฝาสูบ และเปลี่ยนปะเก็น จะเอาอยู่ครับ
เครื่องยนต์โดยเฉพาะเสื้อเครื่องยนต์จะต้องได้รับการปาด และปรับส่วนของ ข้อเหวี่ยงด้วย จึงจะทำงานได้เป็นปกติ คือรอบเครื่องจะคงที่และอยู่ราว 800+/-50
ช่างที่ซ่อมให้คุณขาดประสบการณ์ จึงไม่รู้ว่าเครื่องยนต์ของฮอนด้ามีปัญหา งอตัวของเสื้อสูบด้วยและต้องปาดก่อน จากนั้นก็จะต้องปรับข้อเหวี่ยงกับปรับแนวของปลอกลูกสูบให้ตรง ขณะนี้ทุกอย่างเอียงหมดครับ และเอียงจนบีบลูกสูบ ให้ทำงานลำบาก จนต้องเร่งรอบเครื่อง เอาไว้ หาไม่ก็จะดับ
3-ในตอนแรกที่ยังติดเครื่อง เดินเบา ได้นั้น ก็เพราะเสื้อสูบยังถูกขึงไว้ด้วยฝาสูบกับนอตยึดฝาสูบ การบีบตัวจึงยังไม่มาก จนเอียงเข้าหากันมากเกินไป พอจะมี ความหลวมอยู่บ้าง จนเมื่อช่างถอดฝาสูบออก เสื้อสูบก็โก่งตัว บีบกระบอกสูบเข้าหากัน แบบงอเหมือน กล้วยหอมนะครับ
คือแทนที่จะแบนมันก็งอ อันนี้ช่าง จะวัดได้โดยการใช้บรรทัดเหล็กหนาๆ วางลงบนเสื้อสูบก็จะเห็นทันที ว่าโก่งไปเท่าไรแล้ว
และถึงไปปาดเสื้อสูบ ก็ยังไม่ได้ทำให้ความโก่งของเสื้อสูบหายไป เพียงแต่ทำให้เรียบเท่านั้น ความโก่งงอของแต่ละกระบอกสูบยังคงเหมือนเดิม ต้องปรับใหม่ด้วยการคว้านกระบอกสูบ เปลี่ยนปลอกสูบใหม่ ปรับให้ตรงกับ แนวของเพลา ข้อเหวี่ยงอีกที จึงจะพอ ใช้ได้ครับ
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผมมองดูแล้ว ช่างซ่อมให้คุณไม่ไหวหรอก โดยเฉพาะ ช่างที่คุณเอารถไปซ่อมนั่นแหละ เขาจะทำได้ก็เพียงแค่เสนอให้คุณเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เท่านั้น
ช่างชำนาญงานอื่นๆ จะซ่อมให้ได้ครับ แต่แพงนะครับ หลักหมื่น ถึงสองหรือเกือบสามหมื่นบาท จึงพอจะเอาอยู่
แนะนำให้คุณติดต่อช่างฮอนด้าที่ผมแนะนำดีกว่า ลองโทรศัพท์ไปหารือกับเขา ส่วนจะซ่อมที่เขาหรือไม่นั้น ผมไม่เกี่ยว และไม่อยากแนะนำเอาด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าต้องซ่อมแพงแน่นอน
ซึ่งคุณก็คงไม่ค่อยอยากซ่อมเท่าไร ลองพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน หากไม่ซ่อมอย่างที่ผมแนะนำไว้ ก็มีทางเดียวคือ เปลี่ยนเครื่องยนต์ในราคาราวสองหมื่น กว่าบาทครับ
ช่างฮอนด้าที่ผมเชื่อถือ โทรศัพท์ 0-2925-9125 เฟิสต์ ออโต้ อยู่ที่บางบัวทองนะครับ
ธเนศร์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา
ป.ล. อีโมไม่มีนะครับ ในรถยนต์ มีแต่ เทอร์โมฯครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

