อย่าปล่อยผ่าน! ทีมวิจัยชี้ ชนวนเหตุกราดยิง มาจากการทุจริตอย่างเป็นระบบ

อย่าปล่อยผ่าน! ทีมวิจัยชี้ ชนวนเหตุกราดยิง มาจากการทุจริตอย่างเป็นระบบ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2563) นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน ให้สัมภาษณ์ในมุมของนักวิชาการและทีมงานวิจัย ของ ป.ป.ช. ถึงกรณีจ่าทหารคลั่งกราดยิงประชาชนกลางเมืองโคราชในห้วงที่ผ่านมา ว่า จะมองถึงมูลเหตุจูงใจที่ทำให้คนร้ายก่อเหตุในครั้งนี้มากกว่า โดยส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความขัดแย้งเกี่ยวกับค่านายหน้าในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โครงการจัดสรรที่ดินสร้างบ้านพักเพื่อขายให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทหาร และในฐานะที่ตนทำงานวิจัยให้กับ ป.ป.ช. ในเรื่องการทุจริตที่มีผู้มีอิทธิพล และขบวนการทุจริตที่เป็นระบบ ได้มีการพูดคุยในกลุ่มนักวิจัยเพื่อวิเคราะห์ถึงมูลเหตุที่แท้จริงว่า คนร้ายเกิดแรงกดดันจากความขัดแย้งในเรื่องค่านายหน้าจริงหรือไม่ จึงทำชนวนให้ก่อเหตุรุนแรงในครั้งนี้ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดู ซึ่งทราบว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตรวจสอบโครงการนี้เป็นการเร่งด่วนแล้วทั่วประเทศ ว่า ดำเนินโครงการในลักษณะไหน เหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะหากยังปล่อยผ่านก็อาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นมาได้

ทั้งนี้ ในระดับจังหวัด ตนมองว่าอาจจะทำอะไรไม่ได้มาก ต้องเป็นระดับนโยบายจึงจะสามารถแก้ปมที่เป็นมูลเหตุแท้จริงของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งประเด็นหนึ่งอยากจะฝากในระดับนโยบายคือเรื่องการมีธรรมาภิบาล เพราะหลายคนอาจจะมองข้าม แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดปัญหาที่มีผลกระทบต่อผู้คนได้ ดังนั้น จึงควรสร้างธรรมาภิบาลในองค์กรทุกๆองค์กร ถ้าหากทำได้จะมีคุณูปการต่อประชาชนอย่างมาก ซึ่งสิ่งที่ตนทำได้ในตอนนี้ก็คือ เสนอประเด็นและวิเคราะห์ประเด็นเพื่อแก้ไขปัญหา โดยขอยืนยันในกลุ่มนักวิจัยที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต ว่า ปัญหาวันนี้เกิดจากการทุจริต แล้วทำให้ไปสู่ปัญหาอื่นๆมากมาย ฉะนั้น ถ้าแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้บ้านเมืองก็จะดีขึ้น ซึ่งตนและทีมนักวิจัยได้ลองเอางานวิจัยที่กำลังดำเนินการอยู่เข้าไปจับกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่โคราช ก็พบว่า ตรงกับงานวิจัยหลายอย่าง คือมีลักษณะของผู้มีอิทธิพล และมีลักษณะของการทุจริต หรือไม่โปร่งใสที่เป็นระบบซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อน ทีมงานวิจัยจึงคิดว่า จะทำข้อสรุปที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นำเสนอให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะคณะกรรมการระดับชาติ จะได้นำวิกฤติที่เกิดขึ้น มาเป็นโอกาสในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมต่อไป

นอกจากนี้ อาจจะจัดเวทีเสวนาศึกษาปัญหาการทุจริตว่า จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นการทุจริต แบบ 4.0 หรือการทุจริตอย่างเป็นระบบ ซึ่งจากการวิจัยพบว่า ระบบก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริต เช่นเรื่องประโยชน์ทับซ้อน ,วัฒนธรรมการปกครองของบุคคลในหน่วยงาน/องค์กร ฯลฯ ดังนั้น องค์กรวิจัยฯ จึงจำเป็นต้องเข้าไปเป็นตัวกลาง เพื่อไปบอกไปให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้หน่วยงาน/องค์กรอยู่รอดและไม่เกิดปัญหา นายทวิสันต์ กล่าว