สธ. แถลงไม่พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาเพิ่ม ยังอยู่ที่ 14 คน ยัน มาตรการคัดกรองเข้มข้น 5 สนามบิน

สธ. แถลงไม่พบผู้ป่วยไวรัสโคโรนาเพิ่ม ยังอยู่ที่ 14 คน ยัน มาตรการคัดกรองเข้มข้น 5 สนามบิน
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้(29 ม.ค. 63) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า วานนี้ (28ม.ค.) กระทรวงสาธารณสุข คัดกรองพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 เข้าระบบเพิ่มขึ้นอีก 22 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังสะสม 158 ราย โดยคัดกรองได้ที่สนามบิน 29 รายและเป็นผู้ป่วยที่มีอาการไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง 125 ราย และมี 4 ราย ได้รับแจ้งจากโรงแรม ที่พัก มัคคุเทศก์ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระบบป้องกันควบคุมโรค อาการหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 62 ราย

นพ.ธนรักษ์ กล่าวต่อว่า การพบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรคเพิ่มขึ้นทุกวัน แสดงถึงประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง คัดกรอง ถ้าตรวจเจอดีแล้ว แสดงว่าเราทำงานได้ครบถ้วน จะช่วยให้การควบคุมการแพร่ระบาดได้ผลดี 

อย่างไรก็ตามแม้ในต่างประเทศการติดต่อจากคนสู่คน ขอยืนยันว่าในประเทศไทยขณะนี้ผู้ป่วยยืนยันทุกคนติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ที่สำคัญโรคนี้สามารถป้องกันได้ ขอให้ทุกคนดูแลร่างกายให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากอนามัย”

ทั้งนี้ ในบ่ายวันนี้ (29ม.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะนำคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ปัญหาโรค ติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติไปตรวจเยี่ยมให้กำลังผู้ปฏิบัติงาน พร้อมเยี่ยมชมระบบเฝ้าระวัง คัดกรองโรคที่ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ดังนั้น ขอประชาชนอย่าตระหนกไทยยังไม่พบการระบาดของโรคในประเทศ ขอ ให้ร่วมมือกับทางราชการปฏิบัติตามคำแนะนำ อย่าเชื่อ อย่าแชร์ ข่าวลือ ขอให้มั่นใจในระบบในการดูแลรักษาพยาบาล เรามีเครือข่ายห้องปฏิบัติ การร่วมตรวจวินิจฉัย 5 หน่วยงาน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รพ.จุฬาฯ รพ.ราชวิถี รพ.รามาฯ และสถาบันบำราศนราดูร ให้สามารถตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่2019 มีความแม่นยำ เชื่อถือได้ ในส่วนการรักษาผู้ป่วยทั้ง 8 ราย ที่ติดเชื้อจากจีนเรารักษาหาย กลับบ้านได้แล้ว 5 ราย เหลืออีก 3 รายอาการดีขึ้น รอตรวจยืนยันทางห้อง ปฏิบัติการอีกครั้ง ก็จะอนุญาตให้กลับบ้านได้

สำหรับการจัดการกับผู้จัดทำที่ส่งเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับเรื่องโรคปอดอักเสบจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 สร้างความตื่นตระหนกแก่คนในสังคม กระทรวงสาธารณสุขได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข นำโดย นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าร่วมประชุมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเบื้องต้นตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ดำเนินคดีกับผู้ปล่อยข่าว สร้างความเสียหายในสังคม มีผู้กระทำผิดจำนวน 7 ราย โดยจะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับผู้ที่สร้างความเสียหาย เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม 

ด้านการตรวจคัดกรอง 5 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ สะสมตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. – 27 ม.ค. 2563 จำนวน 166 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรองสะสม ทั้งสิ้น 25,029 ราย ใน วันที่ 24 - 28 ม.ค. 2563 ได้เพิ่มการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินเชียงรายอีก 1 แห่ง และตรวจคัดกรองจากสายการบินของกว่างโจวและฉางชุน 60 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง จำนวน 5,825 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค

สำหรับข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศปิดการเดินทางสาธารณะที่เข้าออกเมืองอู่ฮั่นและพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทุกช่องทาง และประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นและเมืองที่มีการระบาดตามคำประกาศของทางการจีน ระหว่างเดินทางในต่างประเทศขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือมีมลภาวะ และไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยไอจาม 

แนะนำควรสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการเข้าไปตลาดค้าสัตว์มีชีวิต การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์ที่ป่วย หรือตาย และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรวมถึงเนื้อสัตว์ที่ไม่สุกดี หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" อย่างเคร่งครัด