ชาวเน็ตแหวะ! คนงานเลาะตีนไก่ด้วยปาก เจ้าของโรงงานอ้างแทะไวกว่าใช้คีม 5 เท่า

ชาวเน็ตแหวะ! คนงานเลาะตีนไก่ด้วยปาก เจ้าของโรงงานอ้างแทะไวกว่าใช้คีม 5 เท่า
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(29 ม.ค.63) เมื่อเวลา 11.00 น. นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย, ปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย และเทศบาลตำบลบ้านเดื่อ ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ เลขที่ 175 หมู่ 11 ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย มีนางนงลักษณ์ อายุ 31  เป็นเจ้าของ ซึ่งมีการพบว่าที่โรงงานแห่งนี้ได้ทำการแปรรูปขาไก่ หรือ เล็บมือนาง โดยการให้คนงานนั่งแทะกระดูกไก่ออกจากขาไก่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นำชุดตรวจสอบสารปนเปื้อนมาทำการตรวจด้วย ซึ่งไม่พบสารปนเปื้อนหรือสารอันตรายในขาไก่เล็บมือนางแต่อย่างใด

นางนงลักษณ์ เจ้าของโรงงาน กล่าวว่า ตนทำโรงงานแปรรูปขาไก่มา 5 ปี รับซื้อชิ้นส่วนขาไก่และโครงไก่ มาทำการแปรรูปเลาะกระดูกออก ครั้งละประมาณ 3 ตัน  ขายให้กับลูกค้าวันละประมาณ 400-500 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อก่อนเคยใช้คีมเลาะกระดูก พบว่าใช้เวลานาน 1 ขา ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แถมลูกค้าไม่รับซื้อ เพราะบอกว่าขาไก่เละและตีกลับทั้งหมดทำให้ต้องทิ้งเสียเปล่า แต่พอใช้คนงานแทะกระดูกทำเวลาได้เร็วกว่าใช้คีมถึง 5 เท่า ขาไก่สวยได้รูป หลังจากตกเป็นข่าวแล้วก็ได้ฝึกให้คนงานใช้คีม และยืนยันจะเลิกใช้ปากแทะกระดูกอีกต่อไปแล้ว เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับโรงงานในลักษณะเดียวกันก็ต้องปรับเปลี่ยนเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้ได้ทำการปิดโรงงานชั่วคราวจนกว่าจะคนงานจะพร้อมในการใช้เครื่องมือ

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในครั้งนี้ได้ลงมาตรวจดูสภาพโรงงาน พบว่ามีสัดส่วน มีความสะอาด ทราบว่าทางโรงงานได้ดูแลสุขภาพของแรงงานอยู่เป็นประจำ แต่อันตรายจากการใช้ปาก ทั้งกับคนงานที่ทำก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค ซึ่งขั้นตอนในการทำขาไก่ต้องต้มให้สุกแล้วนำไปฟรีซให้แข็งตัวเป็นทรง ง่ายต่อการนำกระดูกออก จึงได้แนะนำให้ใช้เครื่องมือ ประเภทคีม หรือมีด ช่วยในการนำกระดูกไก่ออก ต้องฝึกให้ชำนาญ เพราะจะทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ตัวคนงานและลูกค้าผู้บริโภคที่ซื้อไปรับประทานด้วย ผู้ประกอบการได้รับกระทบต้องปรับตัว โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบโรงงานแปรรูปในลักษณะเช่นนี้ซึ่งมีในพื้นที่ประมาณ 4-5 แห่ง ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย