ไวรัสโคโรนา: นศ.แพทย์ไทยขอความช่วยเหลือผ่านสื่อต่างชาติ "ตอนนี้อู่ฮั่นไม่ต่างจากเมืองร้าง"

ไวรัสโคโรนา: นศ.แพทย์ไทยขอความช่วยเหลือผ่านสื่อต่างชาติ "ตอนนี้อู่ฮั่นไม่ต่างจากเมืองร้าง"
VOA

สนับสนุนเนื้อหา

นักศึกษาไทยในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งใช้ชื่อว่า Badeephak Kaosala กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ผ่านทางสไกป์ เล่าถึงการใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในเมืองอู่ฮั่นซึ่งถูกปิดตายในขณะนี้ ขณะที่กำลังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยเพื่อช่วยนำตนและนักศึกษาไทยคนอื่น ๆ ที่ยังติดค้าง ออกไปจากศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 80 คนในประเทศจีน

"ทุกที่ที่ไป คุณจำเป็นต้องตระหนักไว้เสมอว่าต้องพยายามไม่ให้ไปแตะตัวผู้อื่น ต้องเว้นระยะห่างกับคนอื่นที่เดินข้าง ๆ กัน โดยเฉพาะเวลาที่คนเหล่านั้นไอ จาม หรือแม้กระทั่งหายใจ" นักศึกษาแพทย์ชาวไทยวัย 23 ปี กล่าวกับรอยเตอร์

Badeephak ซึ่งศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแพทย์ถงจี้ ในเมืองอู่ฮั่น กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเรื่องยากที่จะหาอาหารเพื่อดำรงชีพในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นไข่หรือนม ที่ล้วนขายหมดเกลี้ยงในแทบทุกร้านที่ไป เพราะดูเหมือนผู้คนในเมืองต่างกักตุนอาหารเหล่านั้นไปหมดแล้ว

"ถนนหนทางต่างไม่มีรถวิ่ง นาน ๆ จะมีรถสักคันผ่านไปเพื่อซื้อยาหรือไปโรงพยาบาล" เขาเล่าถึงสภาพการณ์ของเมืองที่มีประชากรราว 11 ล้านคนแห่งนี้​

Badeephak บอกว่า ตนต้องการเดินทางกลับประเทศไทย แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากการคมนาคมจากเมืองอู่ฮั่นถูกปิดตาย เที่ยวบินเข้าและออกต่างถูกระงับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ทางเลือกเดียวตอนนี้คือต้องรอต่อไป

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า รัฐบาลไทยได้เตรียมเครื่องบินทหารเพื่อใช้ขนส่งพลเมืองชาวไทยออกจากเมืองอู่ฮั่น แต่นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ยังไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลจีนให้ส่งเครื่องบินเข้าไป

กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่า มีชาวไทยอยู่ในเมืองอู่ฮั่น 64 คน ส่วนสถานทูตไทยในกรุงปักกิ่งระบุว่า มีคนไทยในมณฑลหูเป่ยซึ่งอู่ฮั่นเป็นเมืองหลวง ทั้งหมดประมาณ 118 คน

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายกรัฐมนตรีประยุทธ์กล่าวว่าคนไทยส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นยังคงต้องการอยู่ที่นั่นต่อไป

แต่ Badeephak มั่นใจว่า คนไทยที่อู่ฮั่นราว 70-80% ต้องการออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด เนื่องจากทุกคนรู้ดีว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัย

นักศึกษาไทยผู้นี้บอกด้วยว่า "ตอนนี้อู่ฮั่นไม่ต่างจากเมืองร้างแต่อย่างใด"