พบหนุ่มเพชรบูรณ์ป่วยหลังกลับจากจีน 9 วัน สงสัยอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา

พบหนุ่มเพชรบูรณ์ป่วยหลังกลับจากจีน 9 วัน สงสัยอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

โรงพยาบาลหล่มสักรับตัวหนุ่มเพชรบูรณ์เข้ารับการรักษา หลังต้องสงสัยอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา ป่วยหลังกลับจากประเทศจีน อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเลือด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (26 ม.ค.) โรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับตัวผู้ป่วยชาย 1 ราย ที่สงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อทีมแพทย์ พยาบาล ได้ทำการซักประวัติทราบว่า ผู้ป่วยเดินทางไปประชุมที่เมืองเซินเจิ้น และเมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 13 – 15 ม.ค. 2563 โดยออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 15 ม.ค. 2563

โดยหลังจากกลับจากประเทศจีน 9 วัน คือ วันที่ 24 ม.ค. 2563 มีอาการป่วย มีน้ำมูก เสมหะ ปวดศีรษะ และมีไข้สูงถึง 38.6 องศา วันที่ 25 ม.ค. ได้เดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลหล่มสัก และทางแพทย์ขอให้ ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ และเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ

พร้อมทั้งได้ประสาน โรงพยาบาลสุขภาพตำบลบ้านโสก อำเภอหล่มสัก ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของผู้ป่วยรายดังกล่าวพร้อมค้นหาผู้ต้องสงสัยเพิ่มจากผู้สัมผัสบ้านของผู้ป่วย หรือผู้ต้องสงสัย เพื่อให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายแพทย์ศักรินทร์ ธนเกียรติสกุล ผอ.รพ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่น โดยก่อนหน้านี้ 2-3 วัน ได้พบผู้ป่วย 1 ราย เข้ารับการรักษาตัวโดยมีอาการไข้หวัด โดยก่อนหน้านี้มีประวัติของผู้ป่วยเดินทางไปประเทศจีนมหานครเซินเจิ้น ภายหลังผู้ป่วยเข้ารับการตรวจละเอียด เบื้องต้นผลการตรวจเป็นลบไม่พบเชื้ออู่ฮั่น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ได้กันผู้ป่วยรายนี้เข้ารับรักษาตัว และคัดกรองในห้องพิเศษ แยกจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อติดตามตรวจสอบดูอาการ โดยล่าสุดได้ส่งเชื้อให้ทางศูนย์ฯ จังหวัดพิษณุโลกตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

หากผลการตรวจเลือดจากศูนย์ตรวจเลือดแลปจังหวัดพิษณุโลก ยืนยันว่าไม่พบเชื้อไข้หวัดอู่ฮั่น จะแจ้งให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบโดยเร็วอีกครั้งหนึ่ง จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ให้รอผลการตรวจสอบจากทางราชการก่อน หากพบมีการติดเชื้อจริงจะจัดให้มีการแถลงข่าวให้สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปได้รับทราบอย่างแน่นอน

ล่าสุด เฟซบุ๊กโรงพยาบาลหล่มสัก ได้โพสต์ชี้แจง ระบุว่า “เรียนชี้แจงกรณีกระแสข่าว "พบผู้ป่วยมีอาการคล้ายติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น”นั้น ทางโรงพยาบาลหล่มสักขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลใดๆ ว่า มีผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสอู่ฮั่นในเขตอำเภอหล่มสัก

โดยผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศจีน วันที่ 15 ม.ค.63 มารับการรักษาที่โรงพยาบาลหล่มสักเมื่อวันที่ 25 ม.ค.63 ด้วยอาการไข้ ไอ ปวดศีรษะ มีน้ำมูก และเนื่องจากช่วงนี้ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน ต้องมีการปฏิบัติตาม flow ของการควบคุมโรค คือต้องรับไว้สังเกตอาการในห้องแยก โดยต้องแยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป และส่งตรวจเชื้อในลำคอทางห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย

ผลการตรวจทดสอบ เบื้องต้นเชื้อในลำคอ( แบบRapid ) ของผู้ป่วยรายนี้ผลเป็นลบ( negative) แต่ต้องส่งตรวจละเอียดเพื่อยืนยันผลอีกทีจาก สคร.เขต 2 ที่พิษณุโลก ซึ่งจะส่งไปได้ในวันจันทร์ที่ 27ม.ค.63 และจะทราบผลยืนยันประมาณวันพุธที่ 29 ม.ค.63 นี้

 โดยก่อนหน้านี้ ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางไปประเทศจีนมหานครเซินเจิ้น และผู้ป่วยไม่ได้กินค้างคาวอย่างที่มีการเสนอหรือเผยแพร่ข่าวแต่ประการใด หากทราบผลตรวจอย่างเป็นทางการ ทางผู้บริหารโรงพยาบาลจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วอีกครั้งหนึ่ง จึงขอประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง และขอความกรุณาในการแชร์ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้ป่วยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ต.บ้านโสก พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่เริ่มรู้กันหมดแล้วว่า มีคนในหมู่บ้านถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้กังวลอะไรมาก เนื่องจากยังไม่ทราบว่า ป่วยเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่ และเชื่อมั่นว่าโรงพยาบาลคงจะดูแลผู้ป่วยรายนี้อย่างดีแน่นอน