กลุ่ม NOHMEX รับกระแสแพนด้า จัดงานฟื้นหัตถกรรมภาคเหนือ

กลุ่ม NOHMEX รับกระแสแพนด้า จัดงานฟื้นหัตถกรรมภาคเหนือ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กระแสแพนด้าน้อยทำให้ธุรกิจทางภาคเหนือกระเตื้องขึ้นมาทันตาเห็น โดยนายณัฐพงษ์ หาญภัทรไชยกูล นายกสมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ (NOHMEX) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ ทางกลุ่ม NOHMEX ร่วมกันกับศูนย์ศิลปาชีพ และ อบจ. ในการเตรียมจัดงาน ศิลปาชีพเชียงใหม่ น้อมใจเทิดไท้องค์มหาราชินี ในเดือนสิงหาคม 2552 ขึ้น ซึ่งเป็นงานที่เรียกว่าล้างตาจากงานแสดงสินค้าที่ออกหลายครั้งที่ผ่านมา แต่รายได้ไม่เข้าเป้าเลย โดยในงานนี้จะมีสินค้าหัตถกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ สินค้าของส่งออกภาคเหนือมาจำหน่าย ภายในงานจะมีงานหัตถกรรมครบทุกด้าน หัตถศิลป์ ความสามารถทักษะขั้นสูง ของฝาก ของที่ระลึกจากกลุ่มชาวบ้าน และกลุ่มหัตถกรรมเพื่อการส่งออกครบทุกหมวด รวมทั้งการออกร้านของผู้ประกอบการใน NOHMEX จำนวนกว่า 200 รายไปออกด้วย

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สินค้าหัตถกรรมของสมาชิกในกลุ่มตกลงอย่างมาก เฉลี่ยแล้วรายละ 20 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากงานบิ๊กเมษายน งานแสดงสินค้าที่ฮ่องกง และล่าสุดงานเมดอินไทยแลนด์ ก็มียอดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โดยในสัปดาห์แรกของงานเมดอินไทยแลนด์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมามีความคึกคักมากกว่า ในขณะที่ปีนี้มีวันหยุดยาว ทำให้รายได้ในช่วงต้นสัปดาห์ลดลง และคาดว่าจนถึงจบงานน่าจะมีรายได้ของกลุ่มรวมแล้วไม่น่าเกิน 8 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาทั้งกลุ่มมีรายได้ถึงสิบล้านบาท

ส่วนงานที่เชียงใหม่ที่จะจัดขึ้นนั้น ตนหวังว่ากลุ่มจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาดูแพนด้า ซึ่งงานนี้ใช้งบประมาณในการจัดงานทั้งสิ้น 3 ล้านบาท โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง อบจ.เชียงใหม่ สสว. และผู้ประกอบการ

เท่าที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดขายตกลงเป็นเพราะการท่องเที่ยวลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองภายใน การประท้วงของกลุ่มสีต่างๆ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบโดยรวมต่อธุรกิจรายย่อมๆ เพราะคนที่จะเดินทางมาซื้อสินค้าซัพพลายเออร์จากต่างประเทศ หรืองานรับช่วงก็มีออร์เดอร์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งตอนนี้ทางกลุ่มไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เตรียมที่จะออกงานแสดงสินค้าทั้งที่สิงคโปร์ งานศิลปาชีพเชียงใหม่ น้อมใจเทิดไท้องค์มหาราชินี ในเดือนสิงหาคม งานบิ๊กที่จะถึงในเดือนตุลาคมด้วย แม้ว่าภาพรวมการส่งออกจะลดลง แต่จากงานทั้งสามงาน ตนมั่นใจว่าน่าจะช่วยให้รายได้เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ หรือมีรายได้ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ตนมองว่า รัฐบาลน่าจะมีบทบาทในการดูแลเอสเอ็มอีมากขึ้น เช่น การส่งเสริมให้คนไทยซื้อสินค้าหัตถรรมไทย อันจะเป็นอีกช่องทางที่จะช่วยไม่ให้รายย่อยต้องปิดตัวไปอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล