ชาวเน็ตจีนจี้สอบ “องค์กรการกุศล” คาดยื้อเงินบริจาคช่วย นศ.ขาดอาหาร จนเสียชีวิต

ชาวเน็ตจีนจี้สอบ “องค์กรการกุศล” คาดยื้อเงินบริจาคช่วย นศ.ขาดอาหาร จนเสียชีวิต
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

กรณีของ อู่ฮวาเหยียน นศ.หญิงชาวจีน วัย 24 ปี ที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรงและเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค. ทำให้ชาวเน็ตตั้งคำถามถึงการทำงานขององค์กรการกุศลที่อ้างว่าระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยว่าส่อเจตนาเตะถ่วง หวังฮุบเงินเฉียดล้าน เพราะโอนเงินให้ผู้ป่วยแค่ 20,000 หยวน

>> สุดสลด นศ.สาวจีนอดอาหาร 5 ปี เก็บเงินรักษาน้องชาย เสียชีวิตแล้วหลังโรครุมเร้า

เว็บไซต์ Global Times ของจีน รายงานว่า ผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ ซิน่าเว่ยป๋อ  เรียกร้องให้ตรวจสอบองค์กรการกุศลที่ให้การช่วยเหลือเด็ก CCAFC และช่องทางระดมทุนออนไลน์ที่เรียกว่า 9958 ซึ่งระดมทุนจากชาวจีนทั่วประเทศ ได้เงินรวมกว่า 1 ล้านหยวน และระบุว่าจะนำเงินไปช่วยเหลืออู่ฮวาเหยียน

แต่หลังจากอู่เสียชีวิตเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อนของอู่ซึ่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อ และ เฉิน เจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนรายหนึ่ง ออกมาตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของ CCAFC ว่าโปร่งใสหรือไม่ พร้อมระบุว่า อู่เสียชีวิตไปโดยได้รับเงินช่วยเหลือจาก CCAFC เพียง 20,000 หยวนเท่านั้น

สาเหตุที่กรณีของอู่ได้รับเงินบริจาคจำนวนนับล้านหยวน เริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือน ต.ค.2019 ที่ผ่านมา หลังจากสื่อท้องถิ่นในเมืองกุ้ยหยางของจีน รายงานถึงอู่ว่าเป็นนักศึกษาหญิงวัย 24 ปี ที่สูงเพียง 135 ซม. และหนักเพียง 22 กก. เนื่องจากอู่ต้องการเก็บเงินไว้ดูแลน้องชายที่มีอาการทางสมอง

เธอจึงกินแต่ข้าวต้มและผักดองมาตั้งแต่อายุราว 18-19 ปี ทำให้เธอขาดสารอาหารอย่างรุนแรง และมีปัญหาที่ลิ้นหัวใจ ก่อนจะได้รับการวินิจฉัยว่าเธอมีอาการของโรคชราในเด็ก หรือ โรคโปรจีเรีย  ซึ่งมีชื่อเต็มว่า Hutchinson-Gilford Progeria Syndrome (HGPS)

อย่างไรก็ตาม อู่ได้พูดผ่านสื่อว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และขอความช่วยเหลือจากผู้มีจิตเมตตา ทำให้คนเป็นจำนวนมากบริจาคเงินให้แก่อู่ผ่านช่องทาง 9958 จนได้ยอดเงินหลักล้านในเวลาไม่กี่สัปดาห์

แต่เว็บไซต์ SCMP สื่อฮ่องกง รายงานเพิ่มเติมว่า CCAFC มอบเงินให้อู่เป็นเงิน 20,000 หยวนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลในระหว่างรอการผ่าตัดลิ้นหัวใจเท่านั้น เพราะแพทย์ระบุว่า อู่ต้องทำน้ำหนักเพิ่มให้ได้อย่างน้อยถึง 30 กก.จึงจะไม่เสี่ยงต่อการผ่าตัด แต่เธอก็เสียชีวิตไปเสียก่อน

เมื่อผู้บริจาคเงินให้อู่ทราบข่าวการเสียชีวิต จึงตั้งคำถามผ่านสื่อออนไลน์ว่าเพราะเหตุใด CCAFC จึงไม่โอนเงินไปอู่และครอบครัวจัดการเอง เพราะเงินล้านหยวนจะทำให้เธอได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดในจีนก็ยังได้

แต่ CCAFC ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ประสานกับทางองค์กร พร้อมระบุว่าจะรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายด้านอื่นของอู่ ทางองค์กรจึงเก็บเงินที่เหลือไว้เพื่อเตรียมนำไปใช้ในการผ่าตัดและการพักฟื้นหลังจากนั้นแทน

ทว่า หน่วยงานรัฐที่ CCAFC อ้างอิง ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยรับปากว่าจะดูแลกรณีของอู่เป็นการส่วนตัว ทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย รวมถึงให้ CCAFC ออกมาชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการขององค์กรว่าเพราะเหตุใดจึงไม่มอบอำนาจให้ครอบครัวของอู่จัดการเงินเอง

เว็บไซต์ BBC ของอังกฤษ รายงานเพิ่มเติมโดยอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของ เจิ้งเหอฮง อดีตเจ้าหน้าที่ของ 9958 ซึ่งระบุว่า องค์กร CCAFC มักเสาะหาคนที่มีชะตากรรมน่าเห็นใจ และนำมาประชาสัมพันธ์ระดมเงินบริจาค

หลังจากนั้นก็จะเตะถ่วงการจ่ายเงินให้ผู้ที่เป็นต้นเรื่อง และส่วนใหญ่ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็จะเสียชีวิตไปก่อน หลังจากนั้นองค์กรก็จะนำเงินบริจาคที่เหลือมาใช้จ่ายในองค์กรแทน เช่น เป็นเงินโบนัสให้เจ้าหน้าที่ แทนที่จะนำเงินไปช่วยเหลือผู้อื่นที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม CCAFC ยืนยันว่าทางองค์กรเก็บรักษาเงินเอาไว้ให้อู่ตามที่ครอบครัวของเธอขอเอาไว้ และสาเหตุที่ยังไม่ได้จ่ายเงินค่าผ่าตัด เป็นเพราะอู่ยังเพิ่มน้ำหนักได้ไม่ถึงเกณฑ์ พร้อมระบุว่า ทางองค์กรตั้งใจมอบเงินให้อู่ทั้งหมดหลังจากการผ่าตัดและพักฟื้นผ่านไปด้วยดี แต่อู่เสียชีวิตไปเสียก่อน

บีบีซี ทิ้งท้ายด้วยว่า การร้องเรียนเรื่ององค์กรการกุศลฉวยโอกาสและเอาเปรียบผู้ที่เดือดร้อนหรือผู้ที่ยากจนในจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาได้หลายปีแล้ว เพราะสื่ออินเทอร์เน็ตมีความสะดวกรวดเร็ว รวมถึงช่องทางระดมทุนออนไลน์ที่มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทำให้การเคลื่อนไหวด้านนี้ดำเนินไปอย่างง่ายดายเกินกว่าจะตรวจสอบหรือสอดส่องได้อย่างทั่วถึง