พ่อเฒ่าล้มหัวฟาดตายคาบ้าน เมียเล่าลางร้าย "อีกาดำ" มาร้องเตือนเป็นศพที่ 3

พ่อเฒ่าล้มหัวฟาดตายคาบ้าน เมียเล่าลางร้าย "อีกาดำ" มาร้องเตือนเป็นศพที่ 3
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(15 ม.ค.63) เวลา 15.30 น. พ.ต.ต.นพล วงศ์พุฒิ สารวัตร สอบสวน สภ.โนนสูง  เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ มีคนลื่นล้มเสียชีวิต อยู่ในบ้านพักเลขที่ 61 หมู่ 3  บ้านนาทราย ตำบลหนองบัว อ.เมืองอุดรธานี จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรจากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ,เจ้าหน้าที่เขตงานหนองขอนกว้าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบศพผู้เสียชีวิต เป็นชายทราบชื่อคือ นายทองรินทร์ อายุ 62 ปี ในสภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าขาวม้าสีเหลืองแดงขาวฟ้า อยู่ข้างในบ้านที่บริเวณประตูหน้าบ้านที่พื้นบ้านและผนังปูน มีคราบเลือดของผู้ตาย  โดยมีญาติพี่น้องรวมถึงภรรยาของผู้ตาย ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน      

นายประวิทย์ อายุ 41 ปี ให้การว่า ตนเป็นหลานของผู้ตาย ในวันนี้ตนออกไปเลี้ยงม้า แล้วเดินเข้ามาในบ้านของผู้ตาย เพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วเห็นลุงนอนหงายแน่นิ่งอยู่และมีเลือดอยู่บนผนังและพื้นบ้าน แล้วตนเดินเข้าไปดูใกล้ๆ  ว่าลุงเป็นอะไร แต่ปรากฏว่าไม่หายใจแล้ว ตนจึงได้ไปวิ่งบอกญาติพี่น้อง ให้มาดู พบว่าลุงได้เสียชีวิตแล้ว ทางญาติจึงได้โทรศัพท์ไปบอกลูกสาวที่อยู่กรุงเทพ 

ส่วนนางปิยานุช อายุ 53 ปี ภรรยาของผู้ตาย ให้การว่า สามีไม่ได้ทำงานอะไรเนื่องจากสุขภาพไม่ดีป่วยเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง มานานกว่า 10 ปีแล้ว ส่วนตนเองทำงานเป็นแม่บ้านของบริษัทแห่งหนึ่งอยู่ในเมืองอุดรธานี  โดยเมื่อช่วงบ่าย ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่นั้น ลูกสาวได้โทรศัพท์มาบอกว่าสามีลื่นล้มอยู่ที่บ้าน ตนจึงได้รีบลางาน กลับมาดูก็พบว่า สามีเสียชีวิตแล้ว

โดยเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา นกอีกาดำก็มาร้อง แล้วเมื่อเช้าก่อนตนออกจากบ้านไปทำงาน อีกาก็มาร้องอีก อยู่ที่บริเวณต้นไม้หลังบ้าน ใกล้กับศาลประจำหมู่บ้าน ซึ่งก็ทำให้ตนไม่สบายใจ เพราะคนโบราณบอกเอาไว้ว่า ถ้านกอีกามาร้อง มันจะมาเอาชีวิตคน โดยในตอนก่อนที่ยายและลูกชายจะเสียชีวิต นกอีกาก็มาร้องเหมือนกัน ซึ่งไม่คิดว่าสามี จะมาจากไปแบบนี้ลื่นล้มเสียชีวิต  

แพทย์เวรได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ผู้ตายมีบาดแผลแตก อยู่ที่บริเวณท้ายทอยของศีรษะ เจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตาย จะเดินออกมาหน้าบ้าน แล้วลื่นล้มหงายหลัง ทำให้ท้ายทอยของศีรษะ ฟาดกับพื้นบ้าน แต่ในตอนนั้นอาจจะยังไม่เสียชีวิตทันที ผู้ตายพยายามจะลุกขึ้นมา แล้วมือที่เปื้อนเลือดก็ไปจับผนังปูน ซึ่งก็ไม่ใครเห็น หรือใครรู้ ทำให้เสียชีวิต มาได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ทางญาติก็ไม่ติดใจการตายครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป