รวบ "เสือถิง นายายอาม" หัวหน้าแก๊งเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย 1 ล้าน

รวบ "เสือถิง นายายอาม" หัวหน้าแก๊งเรียกค่าไถ่ชาวอินเดีย 1 ล้าน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กองปราบรวบ “เสือถิง นายายอาม” หัวหน้าแก๊ง กักขัง ปล้นเรียกค่าไถ่ ชาวอินเดีย 1 ล้าน

นายประสิทธิ์ อายุ 62 ปี ชาว จ.จันทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรีที่ 187/2553 ลงวันที่ 30 เม.ย. 2553 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” ถูกตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวได้ ในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

จากกรณี เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2553 เวลา 20.00 น. นายประสิทธิ์ฯ ผู้ต้องหาพร้อมพวกรวม 5 คนเป็นชาวมาเลย์ 2 คน และชาวอินเดีย 2 คน ได้ร่วมกันวางแผนกับผู้ต้องหาอีกคน ซึ่งเป็นชาวอินเดีย ทราบว่าผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชาวอินเดียมีเงินและทรัพย์สินจำนวนมาก

จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ไปรับตัวผู้เสียหายจาก สนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้อาวุธปืนบังคับผู้เสียหายมายังสวนผลไม้ ม.14 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสวนของนายประสิทธิ์ โดยได้จับมัดมือไพล่หลัง แล้วขังไว้ในกระต๊อบ โดยมีผู้ต้องหากับพวกเฝ้าอยู่ 2 คน

หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ติดต่อไปยังญาติของผู้เสียหาย เพื่อเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 1 ล้านบาท พร้อมข่มขู่หากไม่นำเงินมาให้จะฆ่าให้ตาย โดยได้ขังไว้ประมาณ 3 วัน ระหว่างนั้นผู้เสียหายขอทำทีเข้าห้องน้ำ แล้วหลบหนีออกขอความช่วยเหลือและไปแจ้งความที่ สภ.มะขาม พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน จนกระทั่งศาลออกหมายจับไว้ กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คน จึงได้แยกย้ายกันหลบหนีออกจากพื้นที่ ไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด

จนกระทั่งวันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลาประมาณ 20.00 น. ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้สืบทราบว่า นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา ซึ่งได้รับฉายา ว่า เสือถิง นายายอาม หลบหนีมาพักอาศัย อยู่ ม.7 ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จึงได้เข้าทำการสืบสวน และจับกุม ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.มะขาม จ.จันทบุรี ดำเนินคดี

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทำการก่อเหตุดังกล่าวจริงหลังก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีเรื่อยมาโดยหลบมาทำสวน ใน จ.เพชรบูรณ์ และจะอยู่ประมาณ 2-3 เดือนแล้วหลบหนีไปเรื่อยๆ ไม่มีหลักแหล่ง จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ในที่สุด

จากการตรวจสอบกับทางเจ้าของคดีทราบว่าผู้ต้องหาที่เหลือ อีก 4 คนซึ่งเป็นชาวมาเลย์ 2 คน กับชาวอินเดีย 2 คน ได้หลบหนีหมายจับดังกล่าวและยังไม่สามารถจับกุมมาดำเนินคดีได้