จีนต้องลุกขึ้นตอบโต้ หลังอเมริกาออกกฎหมายใหม่เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง

จีนต้องลุกขึ้นตอบโต้ หลังอเมริกาออกกฎหมายใหม่เข้าข่ายแทรกแซงกิจการภายในฮ่องกง

“รัฐบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของฮ่องกง” เป็นกฎหมายระดับสหรัฐ เทียบได้กับพระราชบัญญัติของประเทศไทยเนื่องจากเป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศสหรัฐอเมริกา (ไม่ใช่กฎหมายของมลรัฐ) และลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายของสหรัฐอเมริกาโดยประธานาธิบดีผู้เป็นประมุขของประเทศ (เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศไม่ใช่พระมหากษัตริย์จึงเรียกว่ารัฐบัญญัติ) เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยรัฐบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของฮ่องกงได้เพิ่มเติมรัฐบัญญัตินโยบายสหรัฐอเมริกา - ฮ่องกงปี พ.ศ. 2535 ระบุนโยบายของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อฮ่องกง รวมถึงการประเมินผลการพัฒนาการเมืองในฮ่องกง โดยบทบัญญัติของกฎหมายนี้ให้อำนาจตามรัฐธรรมนูญของประธานาธิบดีในการกระทำแทรกแซงในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในกฎหมายซึ่งจะห้ามการขายอาวุธที่ผลิตในสหรัฐฯ เช่นแก๊สน้ำตาและกระสุนยางให้กับเจ้าหน้าที่ของฮ่องกง

นอกจากนี้ รัฐบัญญัติดังกล่าวยังให้อำนาจประธานาธิบดีระงับสถานะการค้าพิเศษของฮ่องกงและให้ดุลยพินิจของกระทรวงการต่างประเทศในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ถูกลงโทษจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในข้อหาบ่อนทำลายเขตปกครองตนเองของฮ่องกง โดยให้วีซ่าแก่บุคคลผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกจับกุมหรือถูกคุมขังในฮ่องกง

การประกาศใช้บังคับรัฐบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของฮ่องกงโดยสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ เป็นอีกความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตยของฮ่องกงหลังจากชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งท้องถิ่นของฮ่องกงเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยที่ฝ่ายผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงคว้าชัยชนะใน 17 จาก 18 เขต

ความจริงรัฐบัญญัติสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของฮ่องกงโดยเนื้อแท้แล้วเป็นกฎหมายที่ประกาศความเป็นตำรวจโลกและผู้พิทักษ์ประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกา เพราะใช้ข้ออ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเพื่อแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่น แต่การอ้างถึงสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ทำให้กระบวนการออกกฎหมายประเภทนี้อาจถือว่าชอบธรรม เพราะถือว่ามีมูลเหตุจากการกดขี่ประชาชนในประเทศเป้าหมาย จากนั้นรัฐสภาสหรัฐฯ จึงจะเสนอร่างให้พิจารณา เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วจะเปิดทางให้รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้ประเทศเป้าหมาย เพื่อให้เลิกทำตัวเป็นเผด็จการ หาไม่แล้วสหรัฐจะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อบุคคลและองค์กร จะห้ามผู้นำและข้ารัฐการของประเทศเผด็จการเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม นางสาวหัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า “เพื่อตอบโต้พฤติกรรมอันไร้เหตุผลของฝ่ายสหรัฐ รัฐบาลจีนตัดสินใจระงับทบทวนใบอนุญาตให้เรือรบสหรัฐที่ขอเข้ามาเทียบท่าในฮ่องกงเพื่อพักผ่อน ตามที่ยื่นมานับจนถึงขณะนี้”

นอกจากนี้ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทำการคว่ำบาตรองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีฐานปฏิบัติการในสหรัฐ ที่ทำพฤติกรรมเลวร้ายกรณีเหตุไม่สงบล่าสุดในฮ่องกง ได้แก่ กองทุนประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นอีดี) ฮิวแมนไรท์สวอทช์ และฟรีดอมเฮาส์

การตอบโต้จากจีนเกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถทบทวนสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกงทุกปี และเพิกถอนสิทธินั้นได้หากเสรีภาพของฮ่องกงถูกแทรกแซง ทั้งๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ทั้งสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน พยายามสรุปข้อตกลงการค้า “เฟส 1” หลังจากทำสงครามการค้ายืดเยื้อมานานกว่า 1 ปีครึ่งแล้วก็ตาม