ศาลนัดพร้อมอัยการฟ้อง “ปารีณา” ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 27 ม.ค. 63

ศาลนัดพร้อมอัยการฟ้อง “ปารีณา” ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 27 ม.ค. 63
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศาลนัดพร้อมอัยการฟ้อง "ปารีณา" ร่วมหนุ่มอีกคน ครอบครองปืนกลเล็ก-กระสุนเจาะเกราะ ผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 27 ม.ค. 2563

พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสัชญา หรือ ขวัญ อายุ 44 ปี และ นางปารีณา ไกรคุปต์ อายุ 43 ปี ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ประเภทปืนกลเล็ก และกระสุนชนิดระเบิดเจาะเกราะซึ่งไม่ใช่ชนิดและขนาดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ โดยมีไว้ในครอบครอง อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 พ.ร.บ.อาวุธปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2522 มาตรา 6 และฉบับ พ.ศ. 2530 มาตรา 3 พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 มาตรา 15, 42 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 371

โดยคำฟ้อง ระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยเป็นพลเรือน ร่วมกับพวกอีก 1 คนที่เป็นพลเรือนซึ่งยังหลบหนี ได้ร่วมกันมีอาวุธปืน วัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ อันเป็นความผิดที่เหตุพิเศษเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม โดยระหว่างวันที่ 29 พ.ค.-15 ก.ค. 57 จำเลยกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีอาวุธปืนกลเล็ก พร้อมซองกระสุนปืน 1 อัน ซึ่งเป็นลูกกระสุนระเบิดยิงชนิดระเบิดเจาะเกราะ จำนวน 19 นัด อันเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะแต่การสงคราม ซึ่งไม่ใช่ประเภท ชนิด และขนาดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2522) ข้อ 2, 3 ออกตามความใน พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย

ขณะที่วันที่ 15 ก.ค. 57 ซึ่งเป็นวัน-เวลาที่อยู่ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร จำเลยร่วมกับพวกที่หลบหนี มีกล้องส่องเวลากลางคืนจำนวน 1 ชุด, เสื้อเกราะกันกระสุนจำนวน 1 ตัว และหมวกเกราะกันกระสุน จำนวน 1 ใบ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม และจำเลยยังพาอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .38 SUPER เครื่องหมายทะเบียน กท 4507271 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธปืนของจำเลยที่ได้รับอนุญาตให้มีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กับกระสุนปืนออโตเมติกจำนวน 31 นัด และอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์กับกระสุนปืนลูกกรดจำนวน 8 นัด ติดตัวไปใน ซ.สมคิด ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ซึ่งเป็นทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้พกพา เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. อันเป็นเขตที่อยู่ในอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งศาลประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.3041/2562 และกำหนดนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 27 ม.ค. 63 เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีดังกล่าวเป็นการโอนคดีฟ้องมาจากศาลทหารกรุงเทพ โดย นายสัชญา หรือ ขวัญ สถิรพงษะสุทธิ นั้นเป็นข่าวถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 57 ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก หลังการยึดอำนาจ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจับกุมนายสัชญาได้พร้อมอาวุธปืนสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง