"ปู่ฤๅษี" ข่มขืนลูกสาววัย 15 ไม่ยอมกล่าวลาสิกขา ยันตัวเองบริสุทธิ์ ก่อนถูกนำตัวฝากขัง

"ปู่ฤๅษี" ข่มขืนลูกสาววัย 15 ไม่ยอมกล่าวลาสิกขา ยันตัวเองบริสุทธิ์ ก่อนถูกนำตัวฝากขัง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจนำตัว “ปู่ฤๅษี” ฝากขัง แจ้งข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี ,กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง ศาลให้นำตัวผู้ต้องหาไปสึกจากพระเสียก่อน แต่ไม่ยอมกล่าวคำลาสิกขา ขอนุ่งขาวแทน

ความคืบหน้าหลังจากตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ และสภ.ศรีวิไล นำหมายศาลจังหวัดบึงกาฬ เข้าจับกุม พระไพบูล หรือ ปู่ฤๅษีไพบูล อายุ 45 ปี เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำปู่ฤๅษีภูสิงห์มิ่งมิตร จ.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 15 ปี ,กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้ถูกกระทำนั้นเป็นผู้สืบสันดานของตนเอง หลังลูกสาววัย 15 ปีได้ให้การว่าถูกปู่ฤๅษีซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ทำการข่มขืนในสำนักสงฆ์

>> จับแล้ว ปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 จนตั้งท้อง เจอ 3 ข้อหาหนัก

>> ปู่ฤๅษีโต้ข่มขืนลูกสาววัย 15 จนตั้งท้อง ลั่นรักษาศีลเคร่งครัดทุกข้อ ท้าตรวจดีเอ็นเอ

>> ญาติฝั่งแม่วอนช่วย เด็กหญิงวัย 15 ถูกฤๅษีพ่อแท้ๆ เอาตัวไปล่วงละเมิดที่สำนัก

ล่าสุดในวันนี้ พ.ต.ท.ประภาส ทองคำภา รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ศรีวิไล และ ร.ต.อ.เสกสรรค์ นาห่อม รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ได้รวบรวมหลักฐาน นำตัวไปเสนอขอฝากขังที่ศาลจังหวัดบึงกาฬ โดยก่อนจะนำตัวไปฝากขัง ศาลสั่งให้นำพระไพบูล  ไปลาสิขากับพระครูโอภาสธรรมรส เจ้าอาวาสวัดป่าโชติรสธรรมมากร ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นผู้ปกครองสงฆ์โดยตรง โดย พระไพบูลยังขอยืนยันในความบริสุทธิ์อยู่ โดยขอนุ่งห่มขาว ไม่ขอกล่าวคำลาสิขา โดยมีนางดาลัด หิรัญไพบูล ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดบึงกาฬ เป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย หลังจากเปลี่ยนชุดผ้าเหลืองมาเป็นนุ่งขาวห่มข่าวเสร็จเจ้าคณะอำเภอได้ให้พร จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวพระไพบูล ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดบึงกาฬต่อไป โดยทางคณะลูกศิษย์ลูกหา ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสดกว่า 250,000 บาท ไว้รอประกันตัวพระหรือปู่ฤๅษีไพบูลในชั้นศาล ซึ่งจะต้องรอจนถึงช่วงบ่ายถึงจะทราบว่าศาลท่านอนุญาตให้ประกันตัวได้หรือไม่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะจะเดินไปขึ้นรถยนต์ที่ลูกศิษย์ขับมารับท่ามกลางการควบคุมของตำรวจอย่างใกล้ชิด ปู่ฤๅษีไพบูล ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่าที่ยังไม่ยอมกล่าวคำลาสิกขานั้นเพราะว่าตัวเองบริสุทธิ์ไม่ได้ข่มขืนลูกสาวตามที่ญาติๆ ภรรยาเก่ากล่าวหา ถ้าคนทำอย่างนั้นกับลูกสาวของตัวเองมันก็ชั่วยิ่งกว่าหมา จากนั้นก็ยกฝ่ามือขึ้นมาเหนือหน้าอกบอกว่าไม่พูดอะไรอีก แล้วเปิดประตูขึ้นรถไป

ทางด้านนายศุภลักษณ์ สายยงค์ ลูกศิษย์ที่คอยนำรถมารับ-ส่งได้ตอบคำถามแทนปู่ฤๅษีว่า ท่านยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะญาติอดีตภรรยาหาเรื่องใส่ร้ายให้เสียหาย อาจเป็นเพราะโกรธที่ทิ้งกันมานานแล้วหนีมาบวช แต่ปู่ฤๅษีเคยเล่าให้ฟังว่า ญาติฝ่ายภรรยารังเกียจเพราะท่านเป็นคนฐานะยากจนและเป็นชาวนา จึงถูกขับไล่ออกจากบ้านมาจึงหนีมาบวชเป็นพระ เรื่องนี้ผู้ใหญ่ทะเลาะกันเอาเด็กมาเป็นเครื่องมือจึงเกิดปัญหาขึ้นมา เกี่ยวกับคดีก็ได้แต่งตั้งทนายขึ้นมาเพื่อต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม และเพื่อพระศาสนา และติติงสื่อบางสื่อที่เสนอข่าวให้ร้ายรุนแรงเกินจริง แต่ก็มีหลายสื่อดีที่เสนอข่าวอย่างเป็นกลาง ส่วนการดำเนินคดีนั้นทางตำรวจมีระยะเวลารวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนส่งอัยการในห้วงตามระยะเวลาฝากขังทั้งหมด 7 ผัด ผัดละ 12 วัน รวม 84 วัน ทั้งนี้ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา