รายงานพิเศษ : การบูรณาการงานอนุรักษ์ของประเทศตามอนุสัญญาริโอ 3 ฉบับ

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประสานการดำเนินงานของประเทศไทย ตามอนุสัญญาริโอ 3 ฉบับ พร้อมบูรณาการงานอนุรักษ์ทั้งในประเด็นของโลกร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความเสื่อมโทรมของดิน ให้เกิดเอกภาพในระดับประเทศ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความร่วมมืออย่างแข็งขันในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลก โดยการให้สัตยาบันเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาริโอทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งเป็นอนุสัญญาที่เป็นผลมาจากการประชุมสุดยอดว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปี 2535 ประกอบด้วยอนุสัญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ดังนั้น เพื่อให้การบูรณาการงานอนุรักษ์ของประเทศตามอนุสัญญาริโอ 3 ฉบับ เกิดเอกภาพสูงสุด ทั้งในประเด็นของโลกร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ และความเสื่อมโทรมของดิน สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงดำเนินการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการประสานการดำเนินงานร่วม หรือ Synergy ในโครงการสร้างเสริมสมรรถนะของประเทศไทยในการดำเนินการตามอนุสัญญาริโอ เนื่องจาก สผ.เป็นผู้ประสานงานอนุสัญญา 2 ใน 3 ฉบับของอนุสัญญาริโอ โดยมีกรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ประสานงานอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย ดร.ฉวีวรรณ หุตะเจริญ ผู้จัดการโครงการสร้างเสริมสมรรถนะของประเทศไทยในการดำเนินการตามอนุสัญญาริโอ กล่าวว่าการทำงานตามอนุสัญญาริโอจะต้องมีการประสานงานกันมากขึ้น ทั้งระหว่างส่วนราชการ มูลนิธิ และองค์กรพัฒนาเอกชนต่าง ๆ เพื่อให้มีการแบ่งงานตามความถนัด ลดความซ้ำซ้อน และไม่ให้เกิดความสิ้นเปลือง อันจะเกิดประโยชน์ทั้งกับประเทศไทย และประเทศภาคีอนุสัญญาริโอในการร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมโลก ทั้งนี้ สผ.ได้มอบหมายที่ปรึกษาโครงการดำเนินการศึกษาข้อมูลจากผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานตามอนุสัญญาริโอ และจะนำข้อสรุปไปจัดทำแผนแม่บท ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติต่อไป