นายกฯ สั่งสภาพัฒนฯ คิดแผนที่11 แบบครอบจักรวาล

นายกฯ สั่งสภาพัฒนฯ คิดแผนที่11 แบบครอบจักรวาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุมประจำปี 2552 เรื่อง จากวิสัยทัศน์ 2570... สู่แผนฯ 11 ของสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เรื่อง ทิศทางการพัฒนาประเทศให้เจริญอย่างยั่งยืน ว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (2555-2559) เป็นแผนที่จัดทำระยะปานกลาง 5 ปี ซึ่งแผนฯ ทั้ง 10 ฉบับที่ผ่านมา เรามีข้อจำกัดหลายๆด้าน แต่ก็ทำให้ประเทศไทยเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็มีผลกระทบต่อสิ่งต่างๆ

สิ่งหนึ่งที่จะต้องพูดเลย คือ เราต้องมองแนวโน้มและการประเมินความเป็นไปได้ของเศรษฐกิจและสังคมโลก รวมไปถึงเศรษฐกิจและสังคมไทยเกินไปกว่าปัญหาเฉพาะหน้า โดยจับกระแสแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายในโลก พร้อมกับการอยู่บนฐานความเป็นจริงว่าช่วงปี 2552-2555 นั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยจะอยู่ในภาวะยากลำบากที่จะต้องฟันฝ่า และเราอาจต้องคิดว่าทำอย่างไร จะไม่ำประเทศไทยไปผูกกับโลกมากเกินไปที่เมื่อเกิดปัญหาจะย้อนกลับมากระทบกับสังคมไทยอย่างรุนแรง ซึ่งเราจะอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นโจกท์สำคัญในการจัดทำแผนฯ ฉบับต่อไป นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการจัดทำแผนฯ ฉบับต่อไป มีประเด็นที่ท้ายทาย คือ การเติบโตของเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ซึ่งทั้งรัสเชีย อินเดีย จีน บราซิล รวมทั้งการเติบโตของกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ซึ่งคาดหมายได้ว่า หลังจากวิกฤติเศรษฐกิจรอบนี้ โครงสร้างดุลอำนาจเศรษฐกิจโลกจะเปลี่ยน โดยเฉพาะประเทศอย่างจีน ที่มีสกุลเงินที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรี เริ่มคิดที่จะนำสกุลเงินของตัวเองมาให้ประเทศอื่นถือครองและนำมาเป็นตัวกลางในการค้าขาย และไทยก็อยู่กึ่งกลางของระบบเศรษฐกิจใหม่ จึงต้องกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในอาเซียนให้มากที่สุด เพื่อดำรงความสำคัญของภูมิภาคอย่างเต็มที่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับวิกฤติอาหารและพลังงานนั้นประเทศไทยต้องทบทวนการบริหารด้านการเกษตร ด้วยการจัดระบบเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจหลักให้ได้ โดยเฉพาะการข้ามพ้นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อย่างการจำนำ ประกันราคาและการชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติให้ได้ เราต้องคิดจัดระบบการถือครองที่ดิน จัดระบบน้ำ ปัญหาหนี้สิน ซึ่งจะต้องสะสางในแผนฯ 11 รวมทั้งเรื่องพลังงานทางเลือกที่จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต เพราะประเทศไทยเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่มีศักยภาพในการผลิตอาหารมากเกินพอ พร้อมกับการผลิตพลังงานทางเลือก เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์ในจุดนี้ได้เต็มที่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล