ตร.ไม่กล้าสรุปใครฆ่าชูเกียรติ ชี้หลักฐานยังไม่ชัดพอ ภรรยาไม่เชื่อผู้หญิงกดเงินคือคนร้ายตัวจริง

ตร.ไม่กล้าสรุปใครฆ่าชูเกียรติ ชี้หลักฐานยังไม่ชัดพอ ภรรยาไม่เชื่อผู้หญิงกดเงินคือคนร้ายตัวจริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตร.ประชุมคลี่คลายคดีฆาตกรรมนายพล ชี้หลักฐานยังไม่ชัดพอที่จะออกหมายจับใคร รอประสานธนาคารเปิดวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัย ด้านภรรยาชูเกียรติเข้าตรวจสอบทรัพย์สิน พบพระสมเด็จไฟไหม้ตกที่เกิดเหตุ เชื่อผู้หญิงกดเงินอาจถูกคนร้ายจ้างวาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) โดย พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำรง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ธานี เกษจุโลม ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.หน.ศสส.ภ.1 พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี ผกก.2 ป. พ.ต.ท.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย รอง ผกก.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา สว.สส.ภ.จว.นนทบุรี ที่ บก.ภ.จว.นนทบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อเร่งคลี่คลายคดีคนร้ายสังหาร พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้ อายุ 69 ปี อดีตรอง ผบช.ภ.7 ก่อนอำพรางการฆาตกรรมด้วยการจุดไฟเผาศพและบ้านพักเลขที่ 47/131 หมู่บ้านกฤษดานคร 10 อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.ฉลองให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับใครได้ เพราะกลัวว่าถ้าออกหมายจับไปแล้วจะผิดคน ทำให้การทำงานล่าช้าไป ต้องรอให้ทุกอย่างชัดเจนมากกว่านี้ ในส่วนของผู้หญิงที่นำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติไปกดเงิน และกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจับภาพไว้ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รางวัล 1 แสนบาท ในการชี้เบาะแสว่าเป็นใครนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใคร เพราะเป็นภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดของทางห้างโลตัส สาขาหลักสี่ โดยในวันที่ 9 กรกฎาคม ทางธนาคารจะเปิดทำการ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปประสานกับธนาคารที่หญิงต้องสงสัยนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เชื่อว่าจะได้ภาพที่ชัดเจนมากกว่านี้

สองสามีภรรยาที่ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง จากการสอบสวนแล้วไม่พบข้อพิรุธอะไร เพราะทั้งสองเป็นคนจังหวัดเดียวกับท่านชูเกียรติ ท่านก็มักจะเรียกมาใช้สอยเป็นประจำ ทั้งใช้ให้ขับรถบ้าง ใช้ให้ไปกดเงินบ้าง แล้วแต่ภารกิจที่จะใช้ ส่วนพยานหลักฐานตามจุดต่างๆ จากของธนาคาร 3-4 แห่งที่คนร้ายไปกดเงิน ยังไม่ได้ภาพจากธนาคารมา เพราะธนาคารปิด ถ้าธนาคารเปิดอะไรต่างๆ ที่มันยังอึดอัดอยู่อาจจะสว่างขึ้น ส่วนคนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน เพราะว่าท่านชูเกียรติเป็นคนตัวใหญ่ พล.ต.ต.ฉลองกล่าว

วันเดียวกัน นางกัลยาณี ภัยลี้ อายุ 65 ปี ภรรยา พล.ต.ต.ชูเกียรติ พร้อมบุตรชาย เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินที่ยังหลงเหลืออยู่ที่บ้านเลขที่ 47/131 หมู่บ้านกฤษฎานคร 10 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี สถานที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ คอยดูแล และระหว่างที่กำลังรื้อค้นทรัพย์สินได้พบพระสมเด็จ 1 องค์ สภาพถูกไฟไหม้ตกอยู่ตรงจุดที่ พล.ต.ต.ชูเกียรตินอนเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

นางกัลยาณีกล่าวว่า พระสมเด็จองค์ที่พบนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าใช่องค์ที่ผู้ตายคล้องคออยู่หรือไม่ เพราะผู้ตายเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง ส่วนรูปผู้หญิงที่นำบัตรเอทีเอ็มของ พล.ต.ต.ชูเกียรติไปกดเอาเงิน เห็นภาพแล้วแต่ไม่คุ้นหน้าเลย จึงไม่ทราบว่าเป็นใคร เชื่อว่าหญิงที่ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มไม่น่าจะเป็นคนร้าย อาจจะถูกจ้างให้ไปกดเงินมากกว่า ส่วนที่คนร้ายสามารถรู้รหัสได้เพราะผู้ตายจดรหัสบัตรเอทีเอ็มไว้ที่บัตร จึงทำให้คนร้ายรู้รหัสกดเอาเงินไปได้

ด้าน พล.ต.ต.ทรงวุฒิ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมมากนัก นอกจากภาพถ่ายหญิงต้องสงสัยที่ไปกดเอทีเอ็ม เนื่องจากติดวันหยุดราชการ จึงขัดข้องเรื่องการประสานข้อมูลจากธนาคาร ทั้งนี้ การสืบสวนแบ่งทีมมุ่งไปทุกทางที่เป็นไปได้ โดยทีมสืบสวนมองว่าคนร้ายต้องเป็นคนที่ พล.ต.ต.ชูเกียรติไว้ใจมาก ถึงเข้านอกออกในได้ เบื้องต้นก็เรียกมาสอบทุกคน หนึ่งในนั้นมีคนที่นำอาหารมาส่งให้ พล.ต.ต.ชูเกียรติในบ่ายวันก่อนเกิดเหตุ ก็เรียกมาสอบแล้ว ให้การว่าเห็น พล.ต.ต.ชูเกียรติอยู่คนเดียว ซึ่งจากการสอบสวนดูแล้วไม่น่าจะใช่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล