ปลูกสร้างรุกล้ำที่ดินผู้อื่น 3
ความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ผูกพันโจทก์ให้ต้องยอมรับสิทธิของจำเลยต่อไป เพราะโจทก์ย่อมมีอำนาจในะเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ที่จะขัดขวางมิให้จำเลยหรือบุคคลอื่นสอดเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของตนเองโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้ เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้รั้วพิพาทอยู่ในที่ดินของตนอีกต่อไปและได้แจ้งให้จำเลยจัดการรื้อถอนแล้ว แต่แทนที่จำเลยจะรื้อรั้วออกไปเสียทั้งหมด กลับเหลือทิ้งไว้ในที่ดินของโจทก์บางส่วน การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายต้องตรวจสอบ ข้อเท็จจริงย้อนหลังให้ดีว่า ตั้งแต่ดั้งเดิมได้เคย มีการยินยอมให้ปลูกสร้างรุกล้ำโดยเกิดจากข้อตกลงตามสัญญาต่างตอบแทนไว้บ้างหรือไม่ เพราะหากมีข้อตกลงในสัญญาต่างตอบแทนไว้แล้ว ผู้รับโอนจะขอให้รื้อถอนและเรียกค่าเสียหายไม่ได้ เช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 2129/2542 คดีนี้มีหนังสือยินยอมให้ทำการลูกสร้างอาคารร่วมผนัง เป็นข้อตกลงระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดินเดิมในการก่อสร้างอาคารชิดแนวเขตที่ดินของตน และใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กกับผนังอาคารด้านติดกันนั้นร่วมกัน โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยซื้อมาจากภริยาและทายาทผู้รับมรดกของเจ้าของที่ดินเดิม
ดังนั้นการที่มีฐานรากรุกล้ำและเหล็กเส้นที่งอกเงยจึงเกิดจากจำเลยกระทำไปตามข้อตกลงในหนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารร่วมผนัง แม้จะมีส่วนรุกล้ำก็ไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อ เจ้าของที่ดินเดิม โจทก์รับโอนที่ดินของเจ้าของที่ดินเดิมมาในสภาพที่มีการรุกล้ำอยู่ก่อนแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเกี่ยวกับการรุกล้ำ.
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


