งูเห่ากัด-ปล่อยพิษใส่เด็กน้อยดับ ญาติผวาอาถรรพ์ "งูเจ้าที่" พรากชีวิตไป

งูเห่ากัด-ปล่อยพิษใส่เด็กน้อยดับ ญาติผวาอาถรรพ์ "งูเจ้าที่" พรากชีวิตไป
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เด็กชายขวบเดียวเสียชีวิตเพราะพิษงูกัด ญาติเชื่อเพราะอาถรรพ์งูเจ้าที่ พ่อปู่เคยทักเจ้าของไม่ค่อยอยากให้อยู่ อีกทั้งยายเคยฆ่างูหลายตัวเพราะแอบเข้าคอกหมู

(19 ก.ย.) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมีเหตุเด็กอายุขวบเศษ หลังนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอ่างทอง เนื่องจากถูกงูกัด ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบชันสูตรศพ ก่อนจะพบญาติๆ ของ น้องตี๋ อายุ 1 ปี 1 เดือน เสียชีวิตจากเหตุถูกงูกัด กำลังรอรับศพน้องไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาด้วยอาการโศกเศร้า

โดยเฉพาะ นางเสถียร อายุ 52 ปี ยายของเด็ก และ นางสาวโอ๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี แม่ของน้อง เมื่อเห็นร่างลูกชายก็ได้ก้มหอมและร่ำไห้อยู่ตลอดเวลา น้องตี๋ถูกงูไม่ทราบชนิดกัดที่ขาด้านขวาตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ ก่อนส่งตัวตัวมารักษาที่โรงพยาบาลอ่างทอง และเสียชีวิตลงในที่สุด

โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าถูกพิษงูกัด สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะนำร่างของน้องตี๋ไปตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นางเสถียร เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนลี้ยงหมูอยู่ด้านข้างบ้าน ซึ่งเป็นบ่อน้ำเก่าที่มาเช่าที่ปลูกบ้าน โดยมีน้องตี๋และหลานชายอีกคนหนึ่งอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ตนกำลังคลี่มุ้งกางให้หมูกว่า 30 ตัวที่เลี้ยงไว้ อยู่ๆ น้องตี๋ก็ส่งเสียงร้อง ตนคิดว่าหลานคงหิวนม จึงให้หลานชายอีกคนชงนมให้กินและนำลงเปล แต่ก็ยังไม่หยุดร้องตนจึงเข้ามาดู

จากนั้นจึงเห็นน้องตี๋ร้องไห้แล้วยกขาให้ดู จึงดีงกางเกงขายาวที่ใส่อยู่ขึ้นดู พบรอยเขี้ยวที่ขาขวาและรอยช้ำจึงรีบโทรไปเรียกลูกสาว ซึ่งทำงานอยู่ที่ อ.ป่าโมก มารับไปโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ ก่อนที่จะถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลอ่างทองและเสียชีวิต ทำให้ตนรู้สึกเสียใจมากที่ปล่อยให้หลานวิ่งเล่นจนโดนงูกัดตาย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของน้องตี๋ พื้นที่ตำบลบางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พบ นายปั้นทอง อายุ 58 ปี ตาของน้องตี๋ โดยบ้านหลังดังกล่าวลักษณะเป็นเพิงชั้นเดียวติดกับคอกหมู ด้านหน้าติดคลองชลประทานด้านข้างและด้านหลังเป็นบ่อน้ำ สภาพภายในรกไปด้วยสิ่งของต่างๆและบริเวณกลางลานบ้านมีกอไผ่ขนาดใหญ่อยู่

นายปั้นทอง เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตรงนี้เป็นบ่อน้ำเก่า ซึ่งตนและภรรยาได้มาเช่าปลูกบ้านและคอกเลี้ยงหมู แต่ไม่ทราบว่าจะมีงูชุกชุม กระทั่งเมื่ออยู่มาได้ไม่นานก็พบว่ามีงูเห่าอยู่บริเวณนี้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงที่หมูออกลูกงูเห่าจะได้กลิ่นคาวเลือดหมูและเข้ามาที่คอกบ่อยๆ จนถูกตีตายไปหลายสิบตัว

ซึ่งนางเสถียรภรรยาของตนก็เคยเกือบถูกกัดแต่เดชะบุญที่ เจ้าร็อกเกอร์ หมาพันธุ์ไทย และ เจ้าโก้ พันธุ์บางแก้ว ที่เลี้ยงไว้กัดเสียก่อนที่นางเสถียรจะใช้ฉมวกแทงจนตาย ทำให้ตนคิดว่าอาจจะเป็นแรงแค้นของงูเจ้าที่ หวังจะมาเอาคืนหรือไม่

ที่ผ่านมาเคยมีพ่อปู่ร่างทรงที่จังหวัดสระบุรีทักว่า เจ้าที่ตรงนี้ไม่ยอมให้อยู่อาศัย ถ้าอยู่จะมาเอาชีวิตลูกสาวไป ตนเป็นคนอีสานมาได้ภรรยาในพื้นที่ จึงทำพิธีแก้ตามความเชื่อของตน แต่สุดท้ายคนที่มารับเคราะห์แทนกลับเป็นหลานของตน

หลังเกิดเหตุนางเสถียรภรรยามีความคิดจะย้ายออกไปจากที่นี่ เพราะเกรงกลัวว่าเจ้าที่เจ้าทางจะมาเอาชีวิตคนอื่นๆ ในครอบครัวอีก ซึ่งตนก็จะไม่ยอมไป แต่นางเสถียรบอกว่า หากไม่ย้ายไปก็จะขอเลิก ตนจึงอยากขอให้ผู้ที่มีความชำนาญในเรื่องงูช่วยกำจัดงูพิษในบริเวณนี้ให้ด้วย เพราะตนเสียหลานไปแล้วคนหนึ่ง ไม่เช่นนั้นหากยังไม่ย้ายไปแล้ว ไม่กำจัดก็อาจจะมีคนต้องเสียชีวิตอีก