คนดีจริง ไม่ใช่แค่ลมปาก-ถือศีล 5! แต่ต้องมีธรรม 5 ข้อ ที่พาคนอื่นเป็นคนดีด้วย

คนดีจริง ไม่ใช่แค่ลมปาก-ถือศีล 5! แต่ต้องมีธรรม 5 ข้อ ที่พาคนอื่นเป็นคนดีด้วย

ปัจจุบันนี้คนไทยเรากล่าวอ้างถึงศีล 5 (เบญจศีล) กันมากเหลือเกิน ถึงขนาดว่าเป็นคนดีมีเพียงศีล 5 ก็พอถมเถไปแล้ว ซึ่งศีล 5 มีประวัติเป็นมาดังนี้คือ

จากหลักฐานที่ถูกค้นพบด้านประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนานั้นพบว่า ศีลข้อที่ 2 คือ ห้ามลักทรัพย์แต่เดิมเป็นศีลข้อแรกที่บังเกิดขึ้นก่อน ต่อจากนั้นศีลข้อที่ 3 จึงเกิดตามมา คือ ห้ามประพฤติผิดในกาม ซึ่งเมื่อเกิดการประพฤติผิดในศีลทั้ง 2 ข้อแล้วจึงเกิดเป็นการโกหก หลอกลวง ไม่ยอมรับ ไม่ยอมสารภาพผิดต่อขึ้นมา จึงเกิดเป็นศีลข้อที่ 4 คือ ห้ามพูดเท็จ และเมื่อเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงมากขึ้นถึงกับมีการฆ่าฟันกัน จึงเป็นที่มาของศีลข้อที่ 1 คือ ห้ามฆ่าสัตว์

ส่วนศีลข้อที่ 5 คือ ห้ามดื่มสุรานั้นเกิดขึ้นเมื่อเกิดมีสุรา (เหล้า) ขึ้นแล้ว เมื่อคนดื่มเหล้ามากขึ้นก็เกิดความเมามาย ทำให้ประมาทมัวเมาทำในสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นตีรันฟันแทงกัน นัยว่าดื่มสุรามากนักเป็นบ่อเกิดของการผิดศีลทั้ง 4 ข้อก่อนหน้าเลยก็ว่าได้

เมื่อเกิดมีพระพุทธศาสนาขึ้น พระพุทธเจ้าจึงทรงนำบทบัญญัติเหล่านี้มาเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติของพุทธบริษัทโดยเริ่มต้นจากอุบาสก อุบาสิกา นับว่าศีล 5 นั้นเป็นเรื่อง่ายที่ยากต่อการปฏิบัติในหมู่ชาวไทย อาจเป็นเพราะว่าคนไทยนั้นมีความคุ้นเคยกับการปฏิบัติในทางตรงกันข้ามกับศีล 5 ในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาจนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ทำให้เมื่อมายึดถือศีล 5 ก็ไม่สามารถทำได้ทุกข้อ หรืออาจทำไม่ได้เลย

1) ตั้งใจงดเว้นจากการฆ่าสัตว์
2) ตั้งใจงดเว้นจากการลักขโมย
3) ตั้งใจงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
4) ตั้งใจงดเว้นจากการพูดเท็จ พูดคำหยาบ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อ
5) ตั้งใจงดเว้นจากดื่มสุรา

ครับ! เมื่อคนเราละเว้นในข้อห้ามทั้ง 5 นี้ได้แล้ว ก็ไม่น่าจะพอเพียงที่จะเป็นคนดีได้นะครับ เพราะหากคนเรายังขาดความเมตตากรุณาต่อกันอยู่ เนื่องจากเมืองไทยบ้านเราทุกวันนี้ดูแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมากเหลือเกิน และทั้งสองฝ่ายดูไม่มีความเมตตากรุณาต่อกันเลย ความจริงศีล 5 นี่ต้องมีการปฏิบัติควบคู่ไปกับธรรม 5 (เบญจธรรม) จึงจะควรนับว่าเป็นคนดีได้ เพราะเมื่อมีข้อละเว้นก็จำต้องมีข้อปฏิบัติด้วย สำหรับเบญจธรรมที่สอดรับกับเบญจศีลอย่างสมบูรณ์มีดังนี้ คือ

1) เมตตา กรุณา : เมตตา คือ การปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข และกรุณา คือ การช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ เมื่อมีความเมตตากรุณาแล้วย่อมป้องกันการฆ่าได้อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว

2) สัมมาอาชีวะการเลี้ยงชีพโดยสุจริต : การลักขโมยไม่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อคนเราทำมาหากินโดยสุจริต

3) การสำรวมในกาม การยินดีเฉพาะในคู่ครองของตน : เมื่อยินดีเฉพาะในคู่ครองของตนแล้วปัญหาเรื่องการประพฤติผิดในกามด้วยการไปผิดลุกผิดเมียคนอื่นเขาก็จะไม่เกิดขึ้น

4) ความมีสัจจะการพูดความจริง : ก็จะป้องกันการกล่าวคำเท็จได้โดยสมบูรณ์ ส่วนการพูดส่อเสียด  เพ้อเจ้อคงไม่มีเมื่อมีความเมตตา กรุณาแล้ว

5) การมีสติสัมปชัญญะ การมีสติรอบคอบ : การดื่มสุราทำให้เมาขาดสติ (รู้ตัวก่อนลงมือทำ) และสัมปชัญญะ(รู้ตัวขณะที่ทำ) การดื่มสุราจึงไม่ต้องดื่มเพราะมีสติสัมปชัญญะอยู่แล้ว      

ท่านผู้ใหญ่ที่นับถือของผู้เขียนท่านหนึ่งที่เคยกล่าวกับผู้เขียนว่า

“จงมีเมตตานะลูก ต้องเมตตา เราทุกคนเอาชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้ต้องเคยได้รับความเมตตาอุปถัมภ์ค้ำชู หรือแม้กระทั่งเมตตาไว้ชีวิตจากใครบางคนหรือหลายๆ คนมาแล้ว อย่าลืมความเมตตาเหล่านั้น และอย่าลืมแสดงความเมตตากลับสู่โลกใบนี้บ้าง อย่าให้ใครเขาต้องเข้าใจผิดว่าเราเป็นคนที่ไม่เคยได้รับความเมตตาเลยในชีวิต เพราะเหตุว่าเราแสดงตนเป็นคนที่ไร้ซึ่งความเมตตาในหัวใจเลย มันจะเศร้ามากนะ”

ครับ! การเป็นคนดีต้องมีเมตตาคือการปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข และกรุณาคือการช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!