2 ตร.ประชาชื่นโดนสั่งย้ายด่วน หลังหนุ่มบุรีรัมย์ร้องถูกจับไปซ้อม

2 ตร.ประชาชื่นโดนสั่งย้ายด่วน หลังหนุ่มบุรีรัมย์ร้องถูกจับไปซ้อม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผบก.น.2 สั่งย้าย 2 ตำรวจ สน.ประชาชื่น หลังหนุ่มโวยถูกตำรวจจับตรวจฉี่ ก่อนทำร้ายอ่วม พร้อมตั้งกรรมการสอบ หากพบบกพร่องฟังโทษวินัย-อาญาทันที

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี ตามที่สื่อสังคมโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข่าว หนุ่มบุรีรัมย์ถูกชายอ้างตัวเป็นตำรวจ ขอตรวจฉี่และทำร้ายร่างกาย ก่อนให้เงิน 100 บาทไปซื้อยากินเอง และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย โดยได้รับรายงานจาก บก.น.2 ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สน.ประชาชื่น

โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ได้ออกตรวจในพื้นที่ เมื่อมาถึงบริเวณอู่รถทัวร์แห่งหนึ่ง พบชายต้องสงสัยมีท่าทีพิรุธ จึงเข้าไปแสดงตัวทำการขอตรวจค้น และตรวจปัสสาวะ จากนั้นได้เชิญตัวชายคนดังกล่าวไปที่สถานีตำรวจ เพื่อตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

>> หนุ่มเข้าเมืองกรุงโดนตำรวจซ้อมอ่วม ก่อนให้เงินร้อยไปซื้อยามาทาเอง

ต่อมาผลการตรวจไม่พบสิ่งผิดกฎหมายและสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้พูดคุยปรับความเข้าใจ และไม่ติดใจเอาความกัน พร้อมได้ปล่อยตัวชายคนดังกล่าวไป ต่อมาชายคนดังกล่าวได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้เอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคู่กรณีที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาตรวจสอบและเกิดกระทบกระทั่ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

รองโฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมาประจำที่ ศปก.บก.น.2 และให้คณะกรรมการรายงานผลให้ทราบโดยเร็ว หากพบข้อบกพร่องหรือกระทำผิดจริง มีพฤตินอกรีต เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ก็จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาดต่อไป

อีกทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีการกำชับและกวดขันให้ผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วยในสังกัด ลงไปตรวจสอบและดูแลการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชามาโดยตลอด ซึ่งมีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี