ของใช้ แจ็คสัน พุ่ง! นักสะสมแห่ประมูล

ของใช้ แจ็คสัน พุ่ง! นักสะสมแห่ประมูล

ของใช้ แจ็คสัน พุ่ง! นักสะสมแห่ประมูล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไมเคิล แจ็คสัน เครียดหนักก่อนตาย รู้ตัวว่าสังขารไม่ไหว แต่จำใจรับคอนเสิร์ต 50 รอบ เพื่อปลดหนี้ เพราะกลัวถูกฆ่า ลูกสาวเอลวิสเผย ไมเคิลเคยเปรยว่า สุดท้ายอาจตายเหมือนราชาร็อกแอนด์โรลล์ ตำรวจเร่งล่าหมอประจำตัวอาจฉีดยาเกินขนาดทำนักร้องดังตาย คาดรู้ผลชันสูตรอีก 4-6 สัปดาห์ ทนายเผยอาจมีฟ้องร้องแย่งสิทธิ์เลี้ยงลูก แฟนทั่วโลกยังไว้อาลัยไม่สร่างซา

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ชื่อดังของอังกฤษ รายงานเมื่อวันที่ 27 มิถุนายนว่า ไมเคิล แจ็คสัน ซูเปอร์สตาร์ผู้ทุกข์ทรมานตกอยู่ในความหวาดกลัวต่อคอนเสิร์ต 50 รอบ ในกรุงลอนดอนที่กำลังใกล้เข้ามา ซึ่งเขาได้บอกกับคนใกล้ชิดว่า ถ้าเขาไม่แสดง เขาต้องถูกฆ่าแน่ และสุขภาพจิตของยอดซูเปอร์สตาร์ก็ยับเยินไม่มีชิ้นดี ในช่วงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

รายงานระบุว่า การต้องพึ่งยาหลากหลายชนิดของไมเคิลไปไกลเกินกว่าจะควบคุมได้ และส่งผลให้ไมเคิลซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ ตกเป็นเหยื่อความกลัวในสิ่งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นั่นก็คือกลัวการขึ้นเวที ร่างกายอันเหนื่อยล้าของไมเคิลหมดสภาพในที่สุด หลังจากอ่อนล้ามานานเพราะการซ้อมหนักเพื่อรับมือกับการหวนคืนสู่เวทีที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นที่สนามกีฬาโอทูในกรุงลอนดอนเดือนหน้า

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับไมเคิลกล่าวว่า เมื่อคืนก่อนเพิ่งจะเกิดความวิตกกันว่าสุขภาพจิตของไมเคิลใกล้ถึงจุดจบ เพราะไมเคิลต้องพึ่งจิตแพทย์มากเหลือเกิน โดยนักร้องดังบอกว่า กำลังถูกต้อนให้จนมุม และรู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผลว่าตัวเองจะตายหรือถูกฆ่า ถ้าไม่ขึ้นเล่นคอนเสิร์ตที่กรุงลอนดอน โดยไมเคิลยังคงพูดเรื่อยๆ ว่า ต้องเล่นคอนเสิร์ต เพราะเป็นหนี้มหาศาล แต่สิ่งหนึ่งที่ไมเคิลพูดอยู่ตลอดเวลาคือร่างกายของตัวเองใกล้จะปิดสวิตช์ลงแล้ว และต้องพึ่งยามากขึ้นเรื่อยๆ

เพื่อนของไมเคิลกล่าวว่า ตอนที่นักร้องดังเซ็นสัญญาแสดงคอนเสิร์ตที่โอทู ก็เหมือนกับการเซ็นหนังสือรับรองการตายของตัวเอง เพราะไมเคิลไม่พร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ คนใกล้ชิดพากันวิตกต่ออารมณ์ที่แปรปรวนของไมเคิลก่อนที่เขาจะจบชีวิตลง โดยบางเวลาไมเคิลก็ตื่นเต้น มีชีวิตชีวา และมีความกระตือรือร้นที่จะเปิดการแสดง แต่พอต่อมา นักร้องดังก็ทรุดตัวลงนั่ง และไม่ยอมตอบโต้อะไรกับใครที่รายล้อมอยู่รอบตัว

ไมเคิลยังกังวลเรื่องรอยแผลจากศัลยกรรมบนหน้าอก หลังผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง และรู้สึกท้อใจ ที่ต้องกินยาเพิ่มพิเศษอีกสำหรับรักษาอาการติดเชื้อเล็กน้อย โดยนักร้องดังบอกทีมงานว่า กำลังวิตกว่าโรคมะเร็งจะคร่าชีวิต และกำลังถูกพระเจ้าลงโทษ แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะเหตุใด ความพยายามที่จะเลื่อนการแสดงคอนเสิร์ตเพราะปัญหาสุขภาพนั้น ทำให้ไมเคิลถึงกับระเบิดอารมณ์ว่า "ผมเป็นหนี้อยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เจ้าหนี้จะฆ่าผมแน่ ถ้าไม่เล่นคอนเสิร์ตที่ลอนดอน"

รายงานยังระบุด้วยว่า ไมเคิลได้แสดงความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าเออีจีจัดคอนเสิร์ตถึง 50 รอบ โดยไมเคิลบอกกับแฟนเพลงก่อนหน้านี้ว่า ไม่รู้จะทำอย่างไรกับคอนเสิร์ตตั้ง 50 รอบ ตัวเองแค่อยากจะเปิดการแสดงแค่ 10 รอบ และเดินทางไปทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ในหลายเมืองใหญ่ ไม่ใช่ 50 รอบ ในสถานที่เดียว โดยไมเคิลยืนยันว่า ได้ทราบก่อนนอนว่า บัตรถูกขายสำหรับคอนเสิร์ต 10 รอบ แต่พอตื่นขึ้นมาก็พบว่า เขาถูกจับจองให้ต้องแสดงถึง 50 รอบ และบัตรชมคอนเสิร์ต 7.5 แสนใบ ยังจำหน่ายหมดแล้ว

เดอะซันรายงานอีกว่า ช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยปัญหาได้สะท้อนความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าที่ผิดรูปผิดร่างและหัวใจที่ฟั่นเฟือนของยอดนักร้องดัง โดยครอบครัวแจ็กสันต่างชี้นิ้วโทษคนที่อยู่รายล้อมไมเคิล ที่เรียกว่า "ดิ เอนนาเบลอร์" หรือ "คนทำสิ่งเป็นไปได้" ที่ผลักดันให้แจ็กสันต้องเข้ามุมอับ โดยอดีตโปรดิวเซอร์ของไมเคิลกล่าวว่า ไมเคิลตกเป็นเหยื่อพวกหมอนักต้มตุ๋น ที่ทำลายใบหน้าเขาเสียโฉม และให้ยาระงับปวดแก่เขา คนเหล่านี้ตักตวงเงินหลายพันดอลลาร์เป็นค่ายา ค่าวิตามินและอื่นๆ

ล่าแพทย์ประจำตัวฉีดยาแก้ปวดเกินขนาด

รายงานยังระบุอีกว่า ตำรวจกำลังติดตามหาตัวแพทย์ประจำตัวของไมเคิลที่หายตัวไป มาสอบสวนกรณีการฉีดยาแก้ปวดที่นำไปสู่การเสียชีวิตของยอดนักร้องซูเปอร์สตาร์ โดยตำรวจลอสแองเจลิสกำลังตรวจสอบรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูที่ถูกลากมาจากบ้านของแจ็กสันตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ โดยตำรวจเชื่อว่าแพทย์ผู้นี้เป็นคนฉีดยา "เดเมอรอล" ซึ่งเป็นยาแก้ปวดมีฤทธิ์แบบเดียวกับมอร์ฟีน ก่อนที่แจ็กสันจะหัวใจหยุดเต้น ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า คอนเสิร์ตที่กำลังใกล้เข้ามาและการติดยาแก้ปวดที่คุกคามชีวิต ได้ผลักดันให้แจ็กสันผู้เปราะบางเข้าไปสู่ความเครียดขั้นวิกฤติ

ทนายเผยติดยาแก้ปวดมานานแล้ว

นายไบรอัน ออกซ์แมน ทนายของครอบครัวแจ็กสันซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาล ตอนที่แพทย์ไม่สามารถกู้ชีพแจ็กสันกลับคืนมาได้ กล่าวว่า การติดยาแก้ปวดของแจ็กสันเป็นสิ่งที่น่าห่วงอย่างยิ่งมานานแล้ว ตนเคยบอกทุกคนก่อนหน้านี้แล้วว่า ถ้าวันใดตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ไมเคิลเสียชีวิต เขาจะไม่ปิดปากอีกต่อไป พร้อมเตรียมจะเปิดเผยชื่อของคนที่ให้ยาแจ็กสัน ถ้าผลการชันสูตรออกมาว่า การใช้ยาดังกล่าวเป็นสาเหตุให้นักร้องดังหัวใจหยุดเต้น

นายออกซ์แมน กล่าวว่า แจ็กสันเริ่มพึ่งพายาแก้ปวด หลังจากได้รับบาดเจ็บหลายครั้งเมื่อหลายปีก่อน แจ็กสันจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดตอนที่เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ผมขณะถ่ายทำโฆษณาให้เป๊ปซี่ และตอนที่ตกจากเวที ถึงขั้นกระดูกสันหลังหัก และขาหัก แต่การใช้จนเป็นประจำได้กลายเป็นภัยคุกคามชีวิตของไมเคิล

ลิซาเผยไมเคิลเปรยอาจตายแบบเอลวิส

ลิซา มารี เพรสลีย์ บุตรสาวคนเดียวของ เอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อกแอนด์โรลล์ และอดีตภรรยาของไมเคิล ได้เขียนในบล็อกของเธอในเว็บไซต์ชุมชนสังคมออนไลน์ มายสเปซ ว่า อดีตสามีกลัวมานานแล้วว่าจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแบบเดียวกับบิดาของเธอ

ในบล็อกที่ใช้หัวข้อว่า "เขารู้ตัว" ลิซา มารี ซึ่งแต่งงานอยู่กินกับไมเคิล ไม่ถึง 2 ปีช่วงระหว่างปี 2537-2539 กล่าวว่า อดีตสามีกลัวในชะตากรรมของตัวเองว่าจะต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในการพูดคุยเมื่อหลายปีก่อน โดยไมเคิลกับเธอได้พูดคุยกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องของชีวิต เธอยังจำได้ในประเด็นที่ว่านี้ ที่เขาถามเธอเกี่ยวกับเหตุการณ์การเสียชีวิตของบิดาเธอ ที่บางช่วงเขาจ้องมองเธออย่างจริงจัง และพูดด้วยท่าทางที่ค่อนข้างสงบว่า เขากลัวว่าจะมีจุดจบแบบเดียวกับบิดาของเธอ ซึ่งเธอพยายามช่วยให้เขาหลุดพ้น แต่ก็พลาดจนมีวันนี้เกิดขึ้นจนได้ ซึ่งเป็นการเสียชีวิตที่ถูกเปรียบเทียบกับการจากไปอย่างกะทันหันของราชาเพลงร็อกแอนด์โรลล์ เอลวิส เพรสลีย์ ขณะมีวัย 42 ปี เมื่อปี 2520

ลิซายังยืนยันด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับไมเคิลไม่ใช่เรื่องน่าอาย ตอนที่สื่อลงข่าวในทำนองว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของคนสองคนที่ต่างกันซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไปได้มาเกี่ยวข้องกัน แต่สำหรับเธอ เธอเชื่อในรักของเขาที่มีให้เธอว่ามากเพียงใด และเธอก็รักเขา เธอพยายามช่วยเขาให้หลุดพ้นจากสภาพการใช้ชีวิตแบบทำร้ายตัวเองเช่นนั้น แต่ทำไม่สำเร็จ โดยลิซาเขียนทิ้งท้ายว่า อยากจะช่วยเขาจากสิ่งที่ไม่คาดฝันที่เพิ่งจะเกิดขึ้น

ไมเคิลไม่อยากแก่ตายอย่างมาร์ลอน แบรนโด

คนใกล้ชิดอีกคนหนึ่งเขียนใน ฮัฟฟิงตัน โพสต์ ว่า แจ็กสันเคยปรารภว่า "ผมอยากจะไปอย่างเอลวิส เพรสลีย์ ไม่อยากไปอย่างมาร์ลอน แบรนโด" ซึ่งหมายถึงสภาพร่างกายของแบรนโดที่แก่หง่อมก่อนตาย เทียบกับเอลวิสที่เสียชีวิตเพราะกินยาเกินขนาดในขณะที่ยังอยู่ในวัย 40 กว่าเท่านั้น

"คนส่วนใหญ่ที่รู้จักเขาดีพูดตรงกันว่าแจ็กสันเป็นคนน่าสงสาร ขี้อาย ไม่เคยมีชีวิตวัยเด็ก จึงยังคงนิสัยขี้เล่นเหมือนเด็กๆ ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีแรงกดดันเพราะชีวิตความเป็นดาราที่ไม่มีความเป็นส่วนตัว จนติดยาที่สามารถจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นปกติ"

ทนายความของเขาคนหนึ่งบอกในรายการ ลาร์รี คิง ไลฟ์ ทางซีเอ็นเอ็นว่า "ไมเคิล แจ็กสันใช้ชีวิตในความเจ็บปวดตลอดเวลา เดินก็ปวด ร้องเพลงก็ปวด เคลื่อนไหวอย่างไรก็ปวด...ไม่ว่าจะปวดทางร่างกายหรือจิตใจก็ตามที" ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะซัน ของอังกฤษ อ้างแหล่งข่าวโรงพยาบาลว่า ไมเคิล แจ็กสัน เสียชีวิตหลังจากฉีดยาระงับปวดเดเมอรอล (ซึ่งคล้ายกับมอร์ฟีน) เกินขนาด โดยคนใกล้ชิดยืนยันตรงกันว่าราชาเพลงป๊อประดับโลกอายุ 50 ปี ต้องกินยาแก้ปวดจำนวนมากตลอดเวลาจนกลายเป็น "คนติดยาแก้ปวด"

เผยเทปเสียงแจ้งเหตุไมเคิลหยุดหายใจ

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์หลายแห่งได้นำเทปเสียงที่ระบุว่า เป็นเสียงของชายคนหนึ่งที่โทรศัพท์แจ้งไปยังโอเปอเรเตอร์ของหมายเลขฉุกเฉิน 911 ว่า มีชายวัย 50 ปี ต้องการขอความช่วยเหลือ ผู้ป่วยไม่หายใจ การโต้ตอบยังคงดำเนินต่อไปที่แสดงให้เห็นว่า ชายที่โทรแจ้งเข้าไป ไม่อาจระงับสติอารมณ์ได้ และระบุว่า ผู้ป่วยไม่ตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ที่โทรศัพท์แจ้ง 911 คือทีมงานของไมเคิล แจ็กสัน เจ้าของฉายาราชาเพลงป๊อป และบอกด้วยว่า เรามีแพทย์ส่วนตัวอยู่กับเขา แต่เขาไม่ตอบสนองใดๆ แพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจของเขา

เมื่อโอเปอเรเตอร์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปฏิกิริยาของผู้ป่วยจากแพทย์ของแจ็กสัน ก็มีเสียงเหมือนผู้ที่โทรแจ้งละจากสายโทรศัพท์ไปถามแพทย์และมีเสียงแทรกให้ได้ยิน ก่อนจะกลับมาและขอรถพยาบาลอย่างเร่งด่วน ซึ่งเดอะซันระบุว่า เสียงโทรศัพท์ดังกล่าวมีขึ้นจากบ้านเช่าของแจ็กสัน ในเบเวอร์ลีย์ ฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

คาดรู้ผลชันสูตรอีก 4-6 สัปดาห์

ด้านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์เทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า การชันสูตรศพของ "ราชาเพลงป๊อป" ไมเคิล แจ็กสัน ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไม่สามารถบอกถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเขาได้ และจะมีการตรวจหาสารพิษต่อไป และคาดว่าจะได้ผลในอีก 4-6 สัปดาห์ โดยผู้ชันสูตรคือ ดร.ลัคชมานัน สัตยาวากิสวารัน ที่เคยช่วยในการค้นหาสาเหตุการเสียชีวิตในคดีฆาตกรรมที่ โอ.เจ.ซิมป์สัน อดีตนักอเมริกันฟุตบอลที่ตกเป็นจำเลยฆาตกรรมภรรยาตัวเองกับชู้รัก

นายเกรก ฮาร์วีย์ โฆษกสำนักงานชันสูตรศพ ในเมืองบอยล์ นครลอสแองเจลิส เปิดเผยว่า สาเหตุการเสียชีวิตยังต้องรอออกไปอีก ซึ่งหมายถึงว่า จะต้องมีการทดสอบทางการแพทย์เพิ่มเติมอีก เช่น การตรวจหาสารพิษและการศึกษาอื่นๆ อีก แต่ไม่มีร่องรอยของอาชญากรรมหรือบาดแผลที่ศพของแจ็กสัน แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าพบร่องรอยการใช้ยาในร่างกายของยอดนักร้องหรือไม่ จนกว่าจะมีการตรวจสอบในขั้นตอนสุดท้าย ที่จะต้องใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ แต่พูดถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ชันสูตรทราบเรื่องที่แจ็กสันใช้ยาบางชนิดตามใบสั่งแพทย์ด้วย

โฆษกสำนักงานชันสูตรกล่าวอีกว่า จะคืนศพให้ครอบครัวได้ในเวลาตั้งแต่ 18.00 น. ตามเวลาฝั่งแปซิฟิกของวันศุกร์ แต่ตำรวจแอลเอขอให้เก็บรักษาศพเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยในการจำกัดข้อมูลการเสียชีวิตที่จะเปิดเผยออกมา จนกว่ารายงานการชันสูตรศพขั้นสุดท้ายจะเปิดเผยต่อสาธารณชน ในการชันสูตรขั้นต่อไป ได้รวมถึงระบบประสาทและปอดด้วย และแม้จะมีการประกาศการเสียชีวิตจากห้องฉุกเฉินแต่ก็ยังไม่มีการลงนามรับรองอย่างเป็นทางการ

รายงานในสหรัฐระบุว่า แจ็กสันหยุดหายใจหลังจากฉีดยาระงับปวดเดเมอรอล ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของยา เพทธิดีน ซึ่งเป็นยาแก้ปวดที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดอยู่ในระดับปานกลาง ถึงรุนแรง หรือใช้เป็นยาชา ยาสลบก่อนผ่าตัด โดยยาจะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตอบสนองต่อความเจ็บปวด สามารถใช้ได้ทั้งรับประทานและฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุดหรือฉีดทางผิวหนัง หรือฉีดเข้าเส้นเลือดดำ แต่ฤทธิ์ของยาก็อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ถ้าใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

ก่อนหน้านี้ นายออกซ์แมน ทนายของครอบครัวแจ็กสัน ยืนยันว่า ตำรวจแอลเอต้องการสอบปากคำแพทย์ประจำตัวของแจ็กสัน ที่อาจฉีดยาแก้ปวดเดเมอรอลเกินขนาดให้แกยอดนักร้องซูเปอร์สตาร์จนนำไปสู่การเสียชีวิต และยืนยันว่า ตำรวจได้เข้าไปตรวจค้นบ้านของแจ็กสันเพื่อค้นหายา และกระบอกฉีดยา แต่ไม่ทราบว่าพบหรือไม่ แต่พบเพียงหลอดแก้วบรรจุยาฉีด และพบยาตามใบสั่งแพทย์จำนวนมาก

ชี้อาจมีฟ้องร้องแย่งสิทธิ์เลี้ยงลูกไมเคิล

นายออกซ์แมนยังกล่าวอีกว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการฟ้องร้องแย่งสิทธิ์ในการดูแลลูกๆ ทั้ง 3 คนของนักร้องดัง ซึ่งได้แก่ ไมเคิล โจเซฟ แจ็กสัน จูเนียร์ หรือพรินซ์ ไมเคิลที่ 1 วัย 12 ปี, ปารีส ไมเคิล แคทเธอรีน แจ็กสัน วัย 11 ขวบ และพรินซ์ บลังเค็ท ไมเคิล แจ็กสัน ที่ 2 วัย 7 ขวบ โดยเฉพาะลูกคนโต 2 คนที่เกิดจากนางเด็บบี้ โรว์ อดีตนางพยาบาลที่เคยแต่งงานกับไมเคิลเมื่อปี 2539 ก่อนจะหย่ากันเมื่อปี 2542 โดยยอมทิ้งสิทธิ์ในการดูแลลูกในคดีหย่าร้างเมื่อปี 2542 พร้อมยืนยันว่า ไมเคิลเป็นพ่อที่ดี

ทนายความคนเดิมกล่าวว่า การเสียชีวิตของไมเคิลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ระยะยาวที่ไม่ใช่เพียงแค่แย่งสิทธิ์ในการดูแลทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกของนักร้องดังด้วย และตัวเองกำลังเตรียมทำคดีนี้ หลังจากเคยทำคดีหย่าของทั้งคู่มาแล้ว ส่วนตัวเองนั้นชอบเด็บบี้ โรว์ และคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีคนใดคนหนึ่งจากไป อีกคนหนึ่งก็จะออกมาอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อแม่ ส่วนเด็กๆ ตอนนี้อยู่ในความดูแลของนางแคทเธอรีน มารดาของไมเคิล และพี่เลี้ยง ขณะที่ผู้จัดการของไมเคิลเปิดเผยว่า เด็กสบายดี แต่สภาพจิตใจเด็กๆ ไม่ค่อยดีนัก เมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของบิดา

ด้าน ไอริส ฟินซิลเวอร์ อดีตทนายความของเด็บบี้เผยว่า ขณะนี้อดีตภรรยานักร้องดังยังไม่คิดเรื่องจะฟ้องร้องเรียกสิทธิ์เลี้ยงดูลูกๆ หรือไม่ แต่ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไร ตัวเองก็พร้อมสนับสนุน 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสภาพจิตใจของเด็บบี้ในขณะนี้รับมือกับการตายของไมเคิลได้ไม่ดีเท่าใดนัก เธอโศกเศร้า และยังคงรักไมเคิลเสมอ โดยเธอมักจะคิดตลอดว่าไมเคิลคือเพื่อนรักของเธอ

แฟนเพลงทั่วโลกยังไว้อาลัย

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของไมเคิลยังคงทำให้แฟนเพลงทั่วโลกตกอยู่ในอาการช็อก และจัดพิธีไว้อาลัยขึ้นทั่วทุกหัวระแหง ที่จีน ที่ซึ่งไมเคิล แจ็กสัน ได้บุกเบิกวัฒนธรรมเพลงป๊อปตะวันตกในจีนเป็นครั้งแรก คนหนุ่มสาวนับร้อยคนพากันมารวมตัวที่กรุงปักกิ่งเพื่อจุดเทียนรำลึกและร่วมร้องเพลงเก่าของเขา ด้วยบรรยากาศที่เศร้าสลด ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ไมเคิลมีแฟนเพลงเหนียวแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สถานีโทรทัศน์เกือบทุกช่องของญี่ปุ่นเปลี่ยนมาเป็นรายการพิเศษที่เกี่ยวกับแจ็กสัน สถานีโทรทัศน์ในหลายประเทศเชิญศิลปินที่เลียนแบบแจ็กสันมาร่วมพูดคุยในรายการพิเศษ

ที่ฝรั่งเศส แฟนเพลงหลายร้อยคน ไปรวมตัวกันที่หน้าโบสถ์นอเทรอดาม ในกรุงปารีส พวกเขาถือรูปถ่ายของแจ็กสัน ร้องเพลงและเต้น ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญร่ำไห้ ขณะที่แฟนเพลงในกรุงลอนดอน ไปรวมตัวกันที่ไลริค เธียเตอร์ ที่ซึ่งมีการนำเอางานเพลงในอัลบั้มทริลเลอร์มาจัดแสดง และรอฟังข่าวการคืนตั๋วคอนเสิร์ต ดิส อิส อิต ที่แจ็กสันจะเปิดแสดงในกรุงลอนดอน 50 รอบ จำนวน 7.5 แสนใบด้วย ซึ่งล่าสุดผู้จัดงานเผยว่าจะรับคืนตัว โดยจะเปิดเผยข้อมูลและวิธีการคืนตั๋วต้นสัปดาห์หน้า และขอให้ผู้ที่ซื้อตั๋วไปเก็บตั๋วหรือหลักฐานการซื้อไว้ด้วย

ส่วนที่ฟิลิปปินส์ เจ้าหน้าที่เรือนจำแห่งหนึ่งมีแผนจะจัดงานไว้อาลัยให้แจ็กสัน โดยให้นักโทษแสดงเลียนแบบท่าเต้นในมิวสิกวิดีโอ ทริลเลอร์ อันเลื่องชื่อ ที่มีคนคลิกเข้าไปดูในยูทูบถึงตอนนี้ กว่า 23 ล้านครั้ง ขณะที่เม็กซิโกซิตี้ แฟนๆ มารวมตัวกันที่อนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพแองเจิล เพื่อร่วมไว้อาลัย บางคนพยายามเต้นท่ามูนวอล์กทั้งน้ำตา ส่วนสถานบันเทิงต่างๆ เปลี่ยนมาเปิดเพลงของแจ็กสัน ท่ามกลางบรรยากาศซึมเศร้าของนักเที่ยว และมีรายงานว่า แฟนเพลงทั่วภูมิภาคละตินอเมริกันมีแผนจะไปร่วมไว้อาลัยตามเมืองต่างๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

เจ้าชายบาห์เรนเศร้าไมเคิลตาย

เชคอับดุลลา บิน ฮาหมัด อิซา อัล คาลิฟา โอรสกษัตริย์แห่งบาห์เรน ที่เคยให้ที่พักพิงกับไมเคิล แจ็กสันในช่วงที่รอดคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กเมื่อปี 2548 ทรงเผยว่า เสียพระทัยจากการเสียชีวิตของไมเคิล โลกสูญเสียยักษ์ใหญ่แห่งวงการดนตรีไปแล้ว ขณะที่ชาวบาห์เรนบางส่วนต่างภาคภูมิใจที่นักร้องดังเคยเลือกบาห์เรนเป็นบ้านอาศัยกับลูกๆ อยู่ช่วงหนึ่ง

ทั้งนี้ เชคอับดุลลา ซึ่งมีพระประสงค์อยากจะเป็นนักแต่งเพลง ทรงรับไมเคิลมาอยู่ด้วย และทรงให้เงินทองนักร้องดังใช้ แต่ภายหลังทรงฟ้องร้องเรียกเงินจากไมเคิลเป็นเงิน 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าไมเคิลไม่ทำตามสัญญาความร่วมมือด้านเพลงที่สัญญาไว้ แต่ภายหลังยอมความกันได้นอกศาล

ของใช้"แจ็คสัน"พุ่ง-นักสะสมแห่ประมูล

ข้าวของที่เคยเป็นของไมเคิล แจ็คสัน ต่างก็ถีบตัวทำราคาทะยานมากไปกว่าราคาประเมินในช่วงก่อนที่เขาจะตายมากมายหลายสิบเท่า ในการประมูลข้าวของของแจ็คสันเมื่อวันศุกร์ ในการประมูลที่ลาสเวกัส ซึ่งจัดโดยสถาบันการประมูล Julien's Auctions สมบัติ 21 ชิ้น ซึ่งรวมถึงเสื้อเชิ๊ตประดับแก้วคริสตอล ที่เขาเคยใส่ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต หรือรูปมิกกี้เม๊าซ์ ที่เขาเคยวาดตอนเป็นเด็ก ก่อนที่เขาจะตาย มีการประเมินกันว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะมีราคารวมกันประมาณ 6,000 ดอลล่าร์เป็นอย่างมาก แต่ปรากฏว่าพวกมันถูกประมูลออกไปในสนนราคามากถึง 205,000 ดอลล่าร์

หลังจากที่เขาตาย สมบัติของแจ็คสันต่างก็มีความหมายใหม่ และนักสะสมสมบัติคนดัง รวมทั้งแฟนเพลงบางส่วน ที่ต่างก็หวังจะได้สมบัติของเขาติดไม้ติดมือกลับบ้าน เพื่อเป็นของที่ระลึก หรือเพื่อทำกำไร ต่างก็พากันไปที่ Planet Hollywood โรงแรมผสมสถานกาสิโน ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประมูล

การประมูลประจำปีรายการนี้ วางแผนกันมานานแล้ว และปีนี้ โดยหลักจะเป็นการประมูลสมบัติของเอลวิส และ มาริลีน มอนโรว์ แต่บังเอิญ แจ็คสันมาตายก่อนเปิดงานแค่วันเดียว เรื่องนี้ก็เลยทำให้ผู้จัดงานวิตกว่าพยายามหากำไรจากการตายของแจ็คสัน จนเคยคิดที่จะระงับการประมูลข้าวของของแจ็คสัน แต่เนื่องจากงานนี้มีนักประมูลมาจากทั่วโลก งานจึงต้องมีต่อไป

ข้าวของที่นำมาประมูลวันนี้เป็นของ เดวิด เกสต์ โปรดิวเซอร์ และโปรโมเตอร์ แจ็คสัน เป็นคนแนะนำให้เขารู้จักกับลิซ่า มินเนลลี และต่อมาทั้งสองได้แต่งงานกัน

ในบรรดาสิ่งที่นำออกประมูลเมื่อวานก็รวมถึง ต้นฉบับเนื้อเพลง ``Bad,'' ที่เขียนด้วยลายมือของเขา รวมถึงโน๊ตที่แจ็คสันเขียนถึงคนๆหนึ่งที่ชื่อว่า " เกร็ก " ซึ่งโน๊ตนี้ถูกประมูลออกไปในราคา 18,750 ดอลล่าร์

สำหรับของที่แพงที่สุดในการประมูล เป็นของ เกลนน์ จอห์นสัน นักสะสมสมัครเล่นโดยหลังจากที่สู้ราคากันอย่างหนัก เขาก็ได้เป็นเจ้าของเสื้อเชิ๊ต ประดับคริสตัลสวารอฟสกี้ ที่แจ็คสันใส่เล่นคอนเสิร์ต Victory tour ปี 1984 ในราคา 52,500 ดอลล่าร์ เขาบอกว่า เสื้อผ้าของเอลวิส เพรสลี่ย์ ตอนนี้ราคาปาเข้าไป 250,000 ดอลล่าร์แล้ว และเขาก็หวังว่า การลงทุนในวันนี้ จะเป็นการลงทุนที่ดี

แลร์รี่ เอ็ดเวิร์ด นักร้องนักแสดงเลียนแบบทีน่า เทอร์เนอร์ วัย 55 ปีจากลาสเวกัส บอกว่า เขาเติบโตมากับมิกกี้เม๊าส์ และก็อยากจะมาประมูลภาพมิกกี้เม๊าซ์ เพราะภาพแบบนี้มีชิ้นเดียว และมันยิ่งมีความหมายกับเขามากขึ้นเมื่อแจ็คสันจากไป

เอดเวิร์ดเตรียมทุ่มเงินสำหรับภาพนี้ 1,000 ดอลล่าร์ แต่ปรากกฏว่าราคาเริ่มต้นก็ปาเข้าไป 1,500 ดอลล่าร์แล้ว และท้ายที่สุดแล้วภาพนี้ถูกประมูลไปในราคา 20,000 ดอลล่าร์ ยังไม่รวมค่าคอมมิซชั่นอีก 25 เปอร์เซ็นต์

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล