โซเชียลประทับใจ คุณแม่วัย 83 ไม่ยอมแซงคิวหาหมอ ทั้งที่ลูกชายเป็นรัฐมนตรี

โซเชียลประทับใจ คุณแม่วัย 83 ไม่ยอมแซงคิวหาหมอ ทั้งที่ลูกชายเป็นรัฐมนตรี
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(16 ส.ค.62) รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า แม้ว่าจะผ่านพ้นช่วงวันแม่แห่งชาติประจำปี 2562 แล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าในโซเชียลมีเดียมีการแสดงความเห็นและความรู้สึกซาบซึ้งชื่นชมเป็นจำนวนมากอย่างกว้างเกี่ยวกับโพสต์ที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Narutat Chareonsedtasin” บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแม่ที่เป็นแบบอย่างการใช้ชีวิตให้กับลูกๆ รวมทั้งผู้คนทั่วไป โดยโพสต์ระบุว่า ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารกับแม่และครอบครัวในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา แม่ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ที่แม่ของตัวเองอายุ 83 ปี ได้ไปรอคิวที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อพบแพทย์ตรวจสุขภาพ ซึ่งต้องรอคิวนานประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วยังไม่ได้พบแพทย์

โดยแม้จะเป็นแม่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ในขณะนั้น) และมีลูกเขยเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลดังกล่าวด้วย อีกทั้งมีพยาบาลเสนอที่จะให้บริการอำนวยความสะดวกเป็นกรณีพิเศษเพื่อความรวดเร็ว แต่แม่ปฏิเสธที่จะแซงคิวผู้ป่วยคนอื่นๆ ซึ่งระหว่างที่นั่งรอคิวและดูรายการข่าวทางโทรทัศน์อยู่นั้น ปรากฏว่ามีการเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐมนตรีฯ ที่เป็นลูกชายพอดี และผู้หญิงสูงอายุอีกคนหนึ่งที่นั่งรอคิวอยู่ด้วยกันพูดชื่นชมการทำงานของรัฐมนตรีฯ ว่าเป็นคนดี แม่จึงบอกออกไปว่า “จนด้วย” ทำให้ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวถามกลับมาว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งแม่ได้ตอบว่ารัฐมนตรีฯ เป็นลูกของตัวเอง แต่ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวไม่เชื่อ และหัวเราะเยาะ พร้อมบอกกับคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ด้วยกันว่าแม่ของตัวเองสติไม่ดีและเดินหนีไป โดยแม่บอกว่าไม่รู้สึกอาย และภูมิใจอีกต่างหากที่ทำตัวเท่าเทียมกับคนอื่นๆ

ขณะที่จากการสอบถาม นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ อายุ 51 ปี นักธุรกิจเจ้าของเชียงใหม่ซู อควาเรียม และเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Narutat Chareonsedtasin” ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าว เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นน้องชายของนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเมื่อช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารกับแม่ พร้อมทั้งพี่น้องและครอบครัวในช่วงวันแม่แห่งชาติที่ผ่านมา นางนิภาพร แซ่เตีย อายุ 83 ปี แม่ของตัวเอง ได้เล่าเรื่องราวดังกล่าวให้ลูกๆ หลานๆ ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณเดือน ม.ค.62 ที่แม่ไปหาหมอเพื่อตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่พี่เขยของตัวเองเป็นผู้บริหารอยู่ด้วย แต่แม่ปฏิเสธที่จะรับการบริการหรือการอำนวยความสะดวกเป็นพิเศษแต่อย่างใดทั้งสิ้น

นอกจากนี้ระหว่างที่รอคิวอยู่แม่ยังถูกคนที่รอคิวอยู่ด้วยกันคิดว่าสติไม่ดีด้วย เพราะช่วงรอคิวอยู่รายการข่าวโทรทัศน์มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับรัฐมนตรีฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของตัวเอง แล้วคนที่รอคิวอยู่ด้วยกันกล่าวชื่นชมรัฐมนตรีฯ ว่าเป็นคนดี และแม่บอกเสริมออกไปว่า “จนด้วย” จนถูกถามกลับมาว่ารู้ได้อย่างไร ซึ่งแม่ได้ตอบว่ารัฐมนตรีฯ เป็นลูกของตัวเอง แต่ผู้หญิงสูงอายุคนดังกล่าวไม่เชื่อว่าแม่ของรัฐมนตรีฯ จะต้องมานั่งรอคิวเช่นนี้ เพราะน่าจะต้องร่ำรวยและได้รับสิทธิพิเศษ อีกทั้งหัวเราะเยาะและเดินหนีไป โดยแม่เล่าเรื่องราวนี้อย่างอารมณ์ดีมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม พร้อมบอกด้วยว่าไม่รู้สึกอายใดๆ และภูมิใจอีกต่างหากที่ไม่ใช้สิทธิพิเศษใดๆ ทำให้ลูกหลานต่างมีรอยยิ้มไปด้วยและภาคภูมิใจที่แม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้

สำหรับการโพสต์เรื่องราวดังกล่าวนั้น นายนฤทัต บอกว่า เนื่องจากเรื่องราวดังกล่าวที่แม่เล่าให้ฟังนั้น ทั้งสร้างรอยยิ้มและความประทับใจ อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลานทุกคนในครอบครัว เหมือนที่แม่ทำมาตลอดจนเลี้ยงลูกหลานให้มีหน้าที่การงานที่ดีทุกคน ทำให้ตัวเองรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ จึงอยากจะบันทึกเรื่องราวนี้ไว้และแบ่งปันให้เพื่อนฝูงคนรู้จักได้ทราบ และเพื่ออาจจะเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนในสังคมได้บ้าง แต่ปรากฏว่ากระแสตอบรับที่เกิดขึ้นมากกว่าที่คาดคิดไว้ จนแอบคิดแบบขบขันว่าบางทีผู้หญิงสูงอายุคนที่ได้พูดคุยกับแม่ของตัวเองในวันนั้นอาจจะได้รับทราบเรื่องราวนี้ด้วย ซึ่งหากได้รับทราบอยากจะบอกว่าแม่ของผมเป็นแม่ของรัฐมนตรีจริงๆ แต่แม่ภูมิใจที่จะทำทุกอย่างเท่าเทียมกับคนอื่นๆ โดยไม่ใช้สิทธิพิเศษใดๆ 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!