ตั้ง3แสนรางวัลนำจับโจรปล้นรถขนทอง

ตั้ง3แสนรางวัลนำจับโจรปล้นรถขนทอง

ตั้ง3แสนรางวัลนำจับโจรปล้นรถขนทอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตำรวจ สภ.บางเสาธง สเกตซ์ภาพ 1 ใน 5 คนร้ายปล้นทองคำหนัก 15 กก.แล้ว กองปราบฯร่วมภาค1ร่วมคลี่คลายคดี ผบช.ภ. 1 ได้เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนอีกครั้ง พร้อมตั้งรางวัลนำจับ3 แสนให้คนชี้เบาะแสโจรปล้นรถขนทองคำ

(23มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณี 5 คนร้ายก่อเหตุใช้ปืนปล้นรถขนทองคำของบริษัท บางกอกเอสเสย์ ออฟฟิต จำกัดเลขที่ 155 หมู่ 15 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ขณะที่ 2 พนักงานนำทองคำแท่ง ไปส่งให้ลูกค้าที่เยาวราช เหตุเกิดบริเวณช่องยูเทริ์นบริเวณใต้สะพานข้ามคลองมหาชื้นด้านหน้าห้างโลตัส สาขาซิตี้ปาร์คเมืองใหม่บางพลี ก่อนจับมัดมือปิดตาและนำมาปล่อยที่ริมถนนบางนาตราด กม.22 โดยคนร้ายได้ทองคำแท่งหนัก 15 กก. ทองคำขาว 48 กรัม เครื่องเงิน 2 กก.หนีไป เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้(23มิ.ย.)พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร 1 เรียกประชุมชุดสืบสวนภูธร จ.สมุทรปราการ ร่วมคลี่คลายคดี ซึ่งความคืบหน้าตำรวจได้สเกตซ์ภาพ 1 ใน 5 คนร้ายแล้ว ที่ไม่ได้สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า ขณะลงมือก่อเหตุ และได้แจกจ่ายภาพสเกตซ์ไปตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ละแวกที่เกิดเหตุ รวมไปถึงกล้อง CCTV หน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านเคหะบางพลี เมืองใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถต้องสงสัยที่อาจเป็นรถยนต์ของคนร้ายแล้ว จำนวน 1 คัน เป็นรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีขาว รุ่น อีคาร์ ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียน ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถคันดังกล่าวใครเป็นผู้ครอบครอง แต่ก็ยังพบปัญหาว่ากล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ อยู่ในระยะที่ไกล จึงไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของรถได้ชัดเจน

สำหรับกลุ่มคนร้าย ที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยว่า อาจเป็นคนใน เพราะรู้ความเคลื่อนไหวบริษัทฯ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบรายละเอียดพนักงานที่เคยลาออกไปก่อน หน้านี้ เพราะจากการลงมือของคนร้ายในครั้งนี้ รู้ความเคลื่อนไหวของภายในบริษัทเป็นอย่างดี ว่าจะมีการนำทองรูปพรรณไปส่งให้ลูกค้าเวลาใด ประกอบกับคนในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่มีใครทราบว่าบริษัทฯดังกล่าวประกอบกิจการอะไร คนงานที่ทำงานอยู่ภายในบริษัททั้งหมดเป็นคนนอกพื้นที่ นอกจากนี้การขนทองคำของบริษัทดังกล่าว ไม่มีอาวุธอะไรให้พนักงานที่ขนส่งทองไปส่งให้ลูกค้า เพื่อป้องกันตัวหรือป้องกันทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไปแต่อย่างใด มีเพียงวิทยุสื่อสารที่ติดตั้งเอาไว้ภายในรถเพียงตัวเดียวเท่านั้น

ต่อ มาเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.ธนเดช แก้วภิญโญ พนักงานสอบสวน (สบ.2 ) สภ.บางเสาธง ได้เชิญนายอดิศักดิ์ พิสมร อายุ 24 ปี และนายอดิศักดิ์ อารีสวัสดิ์ อายุ 30 ปี พนักงานขับรถยนต์ขนทองคำคันเกิดเหตุ มาทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บางเสาธง อีกครั้ง จากนั้นได้ให้พนักงานทั้ง2 คน ไปพิมพ์ลายนิ้วมือเอาไว้ เพื่อที่จะเป็นหลักฐานนำเอาไปเปรียบเทียบกับลายมือแฝงที่พบบนรถคันที่ถูกก่อ เหตุ เพื่อที่จะแยกว่าอันไหนเป็นลายนิ้วมือของคนร้าน อันไหนเป็นลายนิ้วมือของคนก่อเหตุ

พล.ต.ต. คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการติดตามผลการทำงานของตำรวจชุดคลี่คลายคดี ทราบว่าคืบหน้าในการค้นหาเบาะแสของคนร้ายบ้างแล้ว และได้ประสานกับตำรวจทางหลวง ตำรวจนครบาล เพื่อที่จะตรวจสอบเส้นทางหลบหนีของคนร้าย และได้กำชับให้พนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำนายอดิศักดิ์ พิสมรและนายอดิศักดิ์ อารีสวัสดิ์ 2 พนักงานขับรถยนต์ขนทองคำคันเกิดเหตุ อย่างละเอียด เนื่องจากข้อมูลบางอย่างให้การไม่ตรงกัน โดยวันพรุ่งนี้ (24มิ.ย.) เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดีอีกครั้ง เพื่อนำขอมูลมาวิเคราะห์ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของคดี

กองปราบฯร่วมภาค1คลี่คลายคดีปล้นรถขนทอง

คดีนี้ในส่วนของกองบังคับการปราบปราม โดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก. 2 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นิรันดร์ ปิตะกาศ รองผกก. 2 บก.ป. พร้อมกำลังเข้าประสานงานกับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค 1 และมอบหมายให้ชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. เข้าตรวจสอบขั้นตอนการขนทองคำจากบริษัทว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เนื่องจากเชื่อว่า คนในของบริษัทอาจจะมีส่วนรู้เห็นในคดีนี้

นอกจากนี้ชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. ยังได้เข้าตรวจสอบจุดรับซื้อทองคำแท่ง รวมทั้งโรงงานหลอม และผลิตทองคำ เพื่อดูความเคลื่อนไหวของทองคำที่สูญหายไป พร้อมกันนั้นยังได้แจกจ่ายภายถ่ายทองคำแบบเดียวกับที่ถูกปล้นไปให้กับ ประชาชน รวมทั้งร้านทองช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหากพบเห็นเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับคดี นี้

ตั้ง3แสนรางวัลนำจับโจรปล้นรถขนทอง

เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ. 1 ได้เรียกประชุมตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมคลี่คลายคดี 5 คนร้าย ปล้นทองคำ อีกครั้ง ที่ห้องประชุม สภ.บางเสาธง อีกครั้ง และกล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพสเกตซ์ ของ 1 ใน 5 คนร้ายที่ไม่สวมหมวกไหมพรหม ทางตำรวจได้นำไปให้กับคนงานของบริษัท บางกอกเอสเสย์ ออฟฟิตจำกัด ดูแล้ว ก็ยังไม่พบว่าเป็นคนภายในบริษัท การลงมือของคนร้ายทำในเวลากลางวัน อีกทั้งที่เป็นช่วงการจราจรคับคั่ง คิดว่าน่าจะมีผู้เห็นเหตุการณ์บ้าง แต่ไม่กล้าที่จะเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ

"ขณะนี้ทางตำรวจได้ตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 3 แสนบาท ให้กับคนที่ชี้เบาะแสคนร้าย หากใครเห็นหรือพบผู้ต้องสงสัยลักษณะคล้ายกับชายในภาพสเกตซ์ ก็สามมารถแจ้งตำรวจให้ไปตรวจสอบภายในทันที" พล.ต.ท.ฉลอง กล่าว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล