โพลล์ชี้คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยรถไฟประท้วงหยุดวิ่ง

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยวันที่ 23 มิถุนายนถึงผลวิจัย "เอแบคเรียลไทม์โพลล์ เรื่อง ชาวบ้านรู้สึกอย่างไรต่อการหยุดเดินรถไฟและรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีศึกษาประชาชน 18 ปีขึ้นไปใน 18 จังหวัดของประเทศ จำนวน 1,217 ครัวเรือน ดำเนินโครงการวันที่ 22 มิถุนายน 2552 พบว่าประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.2 ไม่เห็นด้วยกับการหยุดเดินรถไฟ เพราะชาวบ้านเดือดร้อนและไม่มีทางเลือกอื่นในการเดินทางเพราะไม่มีเงิน

นอกจากนั้นกลุ่มตัวอย่างยังระบุว่า การหยุดเดินรถไฟทำให้เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก ขายของไม่ได้ และคนเจ็บป่วยไม่สามารถเดินทางไปหาหมอได้ ขณะที่ร้อยละ 24.8 เห็นด้วย เพราะไม่ชอบรัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่ต้องการให้ขายสมบัติชาติ เป็นห่วงอนาคตของการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) ขณะเดียวกันประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 53.8 รู้สึกแย่ ไม่ดีต่อทั้งรัฐบาลและพนักงาน รฟท. หลังเกิดการหยุดเดินรถ ร้อยละ 15.3 รู้สึกแย่ต่อรัฐบาล ร้อยละ 10.8 รู้สึกแย่ต่อพนักงาน รฟท. ขณะที่ร้อยละ 20.1 ไม่รู้สึกอะไร

ส่วนความในใจที่อยากบอกรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า ด้วยเรื่องการปรับเปลี่ยนการบริหารรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.6 อยากบอกให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในแต่ละหน่วยงานดีกว่า ร้อยละ 64.3 อยากบอกว่า หยุดขายสมบัติของประชาชน และร้อยละ 34.8 อยากให้ปรับเปลี่ยนการบริหารของรัฐวิสาหกิจตามแต่รัฐบาลเห็นสมควร และประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 55.7 กำลังรู้สึกลังเลที่จะสนับสนุนรัฐบาล คือ กำลังคิดอยู่ว่าจะสนับสนุนรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ขณะที่ร้อยละ 22.9 ระบุยังคงสนับสนุนรัฐบาล แต่ที่ใกล้เคียงกันคือ ร้อยละ 21.4 ไม่สนับสนุนรัฐบาลแล้ว

ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ปัญหาขาดทุนในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ด้วยการว่าจ้างหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบปัญหาทุจริตคอรัปชั่นและดำเนินคดีความตามกฎหมายอย่างจริงจัง ส่วนการปรับโครงสร้างบริหารให้ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ถ้าจะทำต้องได้รับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงจากคนภายในองค์กรเสียก่อน

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด