มศว ใช้วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ที่ตาก ทางเลือกใหม่การศึกษา

มศว ใช้วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ที่ตาก ทางเลือกใหม่การศึกษา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
การให้โอกาสทางการศึกษากับเยาวชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกลนั้น แม้สถาบันการศึกษาต่างๆ พยายามเปิดโอกาสโดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีโอกาสได้เข้าเรียนเพิ่มขึ้น หากแต่ยังมีเยาวชนอีกเป็นจำนวนมากยังไม่ได้รับโอกาสเหล่านั้น โดยเฉพาะการต้องเดินทางเข้าสู่เมืองเพื่อเข้าเรียน ดูจะเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิตจริงของเยาวชนเสียเหลือเกิน

จากแนวคิดนี้ทำให้ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวคิดหลังจากที่ได้เดินทางมาเยี่ยมมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และได้ฟังการรายงานความคืบหน้าและริเริมวิทยาลัยทางเลือกใหม่ นั่นก็คือ วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดสระแก้ว ที่เน้นการเรียนการสอนโดยยึดแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหัวใจหลัก อีกทั้งนิสิตที่เข้าเรียนทุกคนต้องมาจากพื้นที่จังหวัดสระแก้ว รับทุนพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เป็นบัณฑิตคืนถิ่นที่ต้องกลับคืนสู่พื้นที่ถิ่นฐานของตัวเองเมื่อสำเร็จการศึกษา

เมื่อได้ฟังแนวคิดนี้ทำให้นายชัยวุฒิ เกิดแนวคิดว่า จังหวัดตากควรจะมีวิทยาลัยทางเลือกอย่างโพธิวิชาลัยบ้าง จึงได้ร่วมหารือกับทีมผู้บริหารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จากนั้นก็นัดแนะกันเพื่อลงพื้นที่ไปจังหวัดตากเพื่อหารือและเตรียมวางแผนจัดตั้งวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดตาก โดยเขตพื้นที่จัดตั้งนั้นอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณสวนป่าพระวอ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด

วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดตาก ที่กำลังเกิดขึ้นนี้เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนจังหวัดตาก อันจะเกิดประโยชน์กับคนในเขตพื้นที่ เพราะจังหวัดตากเป็นจังหวัดที่อยู่บริเวณชายแดนไทยพม่า มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเชื้อชาติ รายได้ ชีวิตความเป็นอยู่ อาชีพของผู้คน ซึ่งการจัดตั้งวิทยาลัยที่เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะช่วยให้ผู้คนและเยาวชนในจังหวัดตากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยมศว เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการให้โอกาส และคืนความรู้ให้สังคม ช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งให้สังคมได้อย่างมาก ที่ผ่านมามศว มีประสบการณ์การจัดตั้งและดำเนินการวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จังหวัดสระแก้วสำเร็จและรับนิสิตเข้าเรียนในปีการศึกษา 2552 รุ่นแรก โดยรับนิสิตเข้าเรียนจำนวน 47 คน ซึ่งทุกคนได้รับทุนพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ เมื่อสำเร็จการศึกษาทุกคนต้องกลับไปทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง

"ผมอยากเห็นวิทยาลัยโพธิวิชาลัยเกิดขึ้นที่จังหวัดตาก เพราะเห็นว่าการศึกษาที่เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะทำให้ผู้เรียนช่วยเหลือตัวเองได้ เข้าใจตัวเอง และที่สำคัญเด็กจะเป็นคนหนักเอาเบาสู้ เนื้อจากหลักสูตรของวิทยาลัยโพธิวิชาลัย นั้นจะเน้นการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติควบคู่กันไป อีกทั้งการเรียนในภาคปฏิบัติก็เน้นฐานคิดการพึ่งพาตัวเองได้ บนฐานเกษตรกรรมที่ไม่ลืมความเป็นไทย ในขณะนี้เราพบว่านิสิต นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษคือหางานทำไม่ได้ ตกงาน อีกทั้งความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมามีไม่ถึงเท่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญที่สุดก็คือขาดการปรับตัวในการเข้าสังคม สิ่งที่เราพบอีกประการหนึ่งก็คือบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจำนวนมากทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง เป็นการสร้างปัญหาให้สังคมโดยที่เราไม่รู้ตัว บางคนไม่เคยใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองเลย เพราะให้พ่อแม่ฝากเข้าเรียนตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งถึงวัยทำงานก็ยังต้องฝากเข้าทำงาน ผมเป็นผู้แทนราษฎรเข้าใจปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี

"เยาวชนในจังหวัดตาก ควรได้เรียนรู้ชีวิตจริง อยู่กับความเป็นจริงในท้องถิ่นของตัวเองในสังคมพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใช่เรียนเพียงเพื่อมุ่งเน้นปริญญาเหมือนมหาวิทยาลัยทั่วๆ ไป ไม่ได้เรียนเพียงเพื่อจะไปเป็นลูกจ้างในบริษัทต่างๆ แต่การเรียนที่วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยนั้นเรียนเพื่อจะกลับไปประกอบอาชีพในท้องถิ่นของตัวเอง หลักสูตรต่างๆ ที่วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตากนั้นจึงต้องมีการสังเคราะห์และคิดร่วมกันโดยภาคีต่างๆในจังหวัด ตั้งแต่ภาควิชาการ ราชการ ธุรกิจเอกชน ประชาสังคม และคนในท้องถิ่นจึงต้องร่วมมือกัน เท่าที่ได้พูดคุยและปรึกษากับทางผู้บริหารมหาวิทยาลัย คาดว่าจะสามารถรับนิสิตเข้าเรียนในปีการศึกษา 2554

ผศ.อำนาจ เย็นสบาย รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่า แม้มศว จะมีประสบการณ์ในการจัดตั้งวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.สระแก้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.ตากต้องเหมือนที่สระแก้ว เพราะพื้นที่แต่ละแห่งย่อมมีความหลากหลาย มีเอกลักษณ์ของตัวเอง การเกิดวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย ตากจึงต้องให้คนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมและระดมความคิดเห็นเพื่อหาความหลากหลายของตัวเองให้ได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคนในพื้นที่ต้องมีความเข้าใจว่าการศึกษาในรูปแบบโพธิวิชชาลัยนั้น เป็นการศึกษาทางเลือกใหม่ อีกทั้งคนในพื้นที่ต้องมีความต้องการแบะเห็นคุณค่า วิทยาลัยโพธิวิชชาลัยจึงจะเกิดได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้คนในเขตพื้นที่อย่างนายสมประสงค์ มั่งอะนะ ผอ.โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ซึ่งได้มาฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดตั้งวิทยาลัยโพธิวิชาลัย จังหวัดตาก แสดงความคิดเห็นด้วยความตั้งใจว่าผมมาอยู่ที่อำเภออุ้มผางซึ่งเป็นพื้นที่กันดาร โรงเรียนกับบ้านอยู่ห่างไกลกัน อีกทั้งประสบปัญหายากจน พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีความรู้และไม่เข้าใจว่าส่งลูกไปเรียนมันจะเกิดประโยชน์อะไร เด็กไม่มีโอกาสได้เรียนเพราะไม่ได้รับการส่งเสริมแม้ว่าเด็กคนนั้นจะอยากมาโรงเรียนก็ตาม เมื่อ 8 ปีที่แล้วมีนักเรียนเพียง 300 คน มาถึงวันนี้เด็กเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 กว่าคนซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่เราพยายามส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสได้เข้าสู่โรงเรียน แต่ปัญหาที่ยิ่งใหญ่และเป็นปัญหาของระบบราชการไทยคือการดูแลช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือที่ๆ ห่างไกล ยัภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขที่แข็งตัวมาก อย่างเช่นโรงเรียนอุ้มผางที่ผมดูแลอยู่เป็นโรงเรียนที่สอนปกติคือนักเรียนมาเรียนตอนเช้าแล้วกลับตอนเย็น แต่ระบบราชการไม่เคยมองความเป็นจริง ซึ่งโรงเรียนตั้งอยู่ในที่ๆ ห่างไกล เราจำเป็นต้องรับนักเรียนมาพักที่โรงเรียนเพื่อให้เด็กมีโอกาสได้เข้าเรียน แต่เนื่องจากว่าโรงเรียนอุ้มผางไม่ใช่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เราจึงไม่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายเกี่ยวในเรื่องที่พัก หรือาหารเด็ก ขณะที่รัฐจัดค่าอาหารกลางวันให้ก็ดูตามรายชื่อเด็กที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร รัฐจะไม่ดูแลเด็กที่ไร้สัญชาติและไม่ดูแลเด็กเหล่านี้ในวันหยุด ทางโรงเรียนต้องหาทุนและงบประมาณเอง ด้วยการขอความช่วยเหลือจากภาคเอกชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวที่ อ.อุ้มผาง ใครอยากช่วยเหลือเด็กหรือทำบุญเขาจะเข้าไปที่โรงเรียนเพราะเราทำโรงเรียนให้เป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวเมื่อไปเห็นโรงเรียนก็เกิดความชื่นชมและศรัทธาอยากช่วยเหลือ อีกทั้งเด็กๆ ที่อยู่ในโรงเรียนเป็นเด็กที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเพราะอุ้มผางอยู่ในเขนชายแดนไทยพม่า

"ในฐานะที่เราเป็นครูเราอยากเห็นเด็กได้เรียนต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือมัธยมศึกษาปีที่6 แต่จากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในหลายๆ จนถึงวันนี้แม้สถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งมีโครงการช้างเผือก โครงการเพชรในตม รับนักเรียนเก่งๆ ของโรงเรียนในต่างจังหวัดหรือในถิ่นทุรกันดารเข้าไปเรียน แต่เมื่อเราส่งเด็กของเราไปแล้วกลับพบว่าเด็กของเราสู้เด็กในเขตเมืองไม่ได้ เมื่อโครงการโพธิวิชชาลัย จังหวัดตากกำลังจะเกิดขึ้น ผมอยากเห็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กอย่างทั่วถึง ควรกระจายโอกาสทางการศึกษาไปสู่โรงเรียนในทุกสถานนะ โดยไม่จำเป็นต้องเน้นการสอบแข่งขันกันเพียงอย่างเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่เราคัดเด็กที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดเข้าสู่การแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ ปรากฏว่านักเรียนอุ้มผางวิทยาลัยไม่เคยมีโอกาสเลยสักครั้งเดียว เพราะเราไปพ่ายแพ้โรงเรียนที่มีโอกาสดีกว่าเรา พร้อมกว่าเรา

วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.ตาก แม้จะเป็นการเปิดพื้นที่เพื่อให้เยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา หากแต่ถ้าดำเนินการอย่างไม่ระมัดระวัง มิฉะนั้นก็เท่ากับเราไปส่งเสริมให้โอกาสกับคนที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่น ดังนั้น ถ้าวิทยาลัยโพธิวิชชาลัย จ.ตาก ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้จึงควรกระจายโอกาสสู่เยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล