เสนอชุมชนเกาะลิบง ใช้ “โดรน” บินเฝ้าดูแลฝูงพะยูน

เสนอชุมชนเกาะลิบง ใช้ “โดรน” บินเฝ้าดูแลฝูงพะยูน
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

ดีป้าร่วมกับ พอช. หนุนชุมชนเกาะลิบง ใช้ “โดรน” อนุรักษ์ฝูงพะยูน ส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมาย

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ดีป้า ร่วมกับ พอช. เปิดตัว “โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล” สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบงใช้ “โดรน” อนุรักษ์ฝูงพะยูนและทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อพัฒนาชุมชน (depa Digital Transformation Fund for Community)

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้ชุมชน นำเทคโนโลยีโดรน มาประยุกต์ติดกล้อง บินสำรวจตำแหน่งและจำนวนของฝูงพะยูนเพื่อตรวจสอบจำนวนและวางแผนอนุรักษ์ แทนการใช้เรือประมงออกตระเวนหาจุดที่พะยูนอาศัย ซึ่งไม่มีความแม่นยำและสิ้นเปลืองพลังงานมาก รวมทั้งการจัดทำแนวทางการใช้โดรนบินเก็บภาพพะยูน ก่อนส่งสัญญาณภาพกลับมายังชมรมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์เกาะลิบง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นฝูงพะยูนผ่านหน้าจอโปรเจคเตอร์แบบเรียลไทม์ และอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่สะดวกขึ้น-ลงเรือ อาทิ ผู้สูงอายุ หรือคนพิการ ที่ต้องการชมพะยูนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมายอีกด้วย

สำหรับการดำเนินการของโครงการนี้ จะเริ่มด้วยการจัดซื้อโดรน 1 เครื่อง การบริหารจัดการเพื่อให้โครงการมีความยั่งยืน และการฝึกอบรมการใช้โดรน ซึ่งจะเริ่มภายในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมนี้

ด้านนายอิสมาแอน เบ็ญสอาด ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง กล่าวว่า เกาะลิบงเป็นแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนอุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ราว 20,000 ไร่ มีพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 170-180 ตัว แต่ที่ผ่านมามีเรือประมงต่างถิ่นลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบจับพะยูน ซึ่งส่งผลให้หญ้าทะเลถูกทำลาย รวมไปถึงการลักลอบตัดไม้บนเกาะ

“เราจะใช้โดรนขึ้นบินสำรวจพื้นที่ที่อาจมีเรือประมงลักลอบเข้ามาจับพะยูน หรือตัดไม้บนเกาะ นอกจากนี้จะใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูน และต่อสัญญาณภาพมาที่จอโปรเจคเตอร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู โดยไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ ๆ เพราะเป็นการรบกวนพะยูน และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย เพราะที่ผ่านมาเคยมีเรือ สปีดโบ๊ทชนพะยูนตาย” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าว

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!