รถเจ้าหน้าที่พลิกคว่ำกลางป่าทุ่งใหญ่ฯ ชาวบ้านวอนปรับปรุงถนนหวั่นเกิดเหตุซ้ำ

รถเจ้าหน้าที่พลิกคว่ำกลางป่าทุ่งใหญ่ฯ ชาวบ้านวอนปรับปรุงถนนหวั่นเกิดเหตุซ้ำ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ 27 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ของวานนี้ (26 พ.ค. 62) ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบยกสูง เสียหลักพลิกคว่ำทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนเส้นทางหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง-น้ำตกสะละวะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งตั้งอยู่กลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จึงเดินทางไปตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบยกสูง หมายเลขทะเบียน รษ 2840 กทม. อยู่ในสภาพพลิกตะแคงขวา และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง ซึ่งเป็นสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอสังขละบุรี 1 ราย เบื้องต้นพบว่า กระดูกไหปลาร้าหัก เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสังขละบุรี ส่วนคนขับและผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่นั่งมาด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจ สภ.สังขละบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี อส.อ.สังขละบุรี ครูโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาห้องเรียนพิเศษสาละวะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้ระดมกำลังช่วยกันกู้รถให้พลิกกลับมา เพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทาง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าวได้นำคณะเจ้าหน้าที่อำเภอสังขละบุรีเดินทางมุ่งหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาห้องเรียนพิเศษสาละวะ หมู่ 4 ต.ไล่โว่ เมื่อผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทองมาได้ประมาณ 2 กม. รถเกิดเสียหลักลื่นไถลก่อนพลิกคว่ำ ซึ่งสาเหตุมาจากถนนซึ่งเป็นดินโคลนลื่น ประกอบกับเป็นทางลาดชัน อีกทั้งก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

สำหรับเส้นทางจากตัวอำเภอสังขละบุรี – โรงเรียนฯ รวมระยะทางประมาณ 30 กม.เศษ ซึ่งปกติจะต้องใช้เวลาในการเดินทางกว่า 2 ชม. และจะอันตรายมากช่วงเส้นทางระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง-น้ำตกสะละวะ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางป่าเขา ที่ยากลำบาก มีลักษณะขึ้นลงเขาลาดชัน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน ที่ผ่านมามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมีผู้เสียชีวิตจากเส้นทางดังกล่าว อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านได้พยายามเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเส้นทางให้มีความสะดวกปลอดภัยมากขึ้น เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุอันจะนำมาซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน