อนาคตใหม่แถลงจัดตั้งรัฐบาลเอง! ธนาธรลั่นจะเป็นนายกรัฐมนตรี สกัดสืบทอดอำนาจ

อนาคตใหม่แถลงจัดตั้งรัฐบาลเอง! ธนาธรลั่นจะเป็นนายกรัฐมนตรี สกัดสืบทอดอำนาจ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันนี้ (16 พ.ค.) ว่า พรรคอนาคตใหม่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเอง และนายกรัฐมนตรีจะชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา ยังมีความคลุมเครือ ซึ่งยิ่งทำให้พรรคพลังประชารัฐ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประโยชน์

"ภายใต้ภาวะสิ้นหวังของประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ฝ่ายที่ได้ประโยชน์มากสุดคือ 'พรรคพลังประชารัฐ' เมื่อไม่มีใครอาสาเป็นแกนนำในการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. พรรคอนาคตใหม่ขออาสาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง ผม 'พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี' เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช." นายธนาธร กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างแถลงข่าว

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ไม่ใช่มติของ 7 พรรคแนวร่วม ที่เคยลงนามในหนังสือบันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แต่อย่างใด

ตัวเชื่อมสร้างสามัคคี

นายธนาธร แถลงว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นทางเลือกเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เกิดความสามัคคี และเป็นพรรคเดียวที่จะสมานแผลของนักการเมืองทุกค่ายทุกฝ่าย ให้มาร่วมงานกันได้อีกครั้ง และทำให้เป้าหมายในการทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เกิดขึ้น

"เราเชื่อว่ามีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่จะดึงความสามัคคีของทุกพรรคการเมืองกลับเข้ามาด้วยกันได้ มีแต่พรรคอนาคตใหม่เท่านั้นที่จะเยียวยาบาดแผลความขัดแย้งของพรรคการเมืองและนักการเมืองค่ายต่างๆ ให้กลับมาทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคือ การส่งทหารกลับเข้ากรมกอง แก้รัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย มีแต่พรรคอนาคตใหม่ในวันนี้เท่านั้น ที่จะทำภารกิจนี้ให้ลุล่วงได้" นายธนาธร กล่าว

ไม่แคร์ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมวินิจฉัยคุณสมบัติ

นอกจากนี้ การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าตนขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาของวันนี้ (16 พ.ค.) ไม่มีผลต่อการตัดสินใจในวันนี้ เพราะเชื่อในพยานหลักฐานและเอกสารที่มี และตัวเองมีกำลังใจดี

"ไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยงหรอกครับ กกต. ยังไม่กล้าตัดสินใจเลยนะครับ เรามั่นใจเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าไม่มีผลอะไรนะครับ กับคุณสมบัติการสมัครเป็น ส.ส. ของผมนะครับ ดังนั้น ไม่ได้เป็นประเด็น ไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย"

นายธนาธรมองว่า การที่ กกต. ทำเช่นนี้เป็นความพยายามของ คสช. ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ โดยเริ่มที่การกำจัดตัวเองก่อน แล้วค่อยกำจัดพรรคอนาคตใหม่ต่อ

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นกับการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ และย้ำว่า การกระทำของ กกต. ในวันนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการประกาศเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในวันนี้ และไม่เคยอยู่ในสมการเลย

>> กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. ของธนาธร ปมถือหุ้นสื่อ

เตรียมคุยทุกพรรคร่วมตั้งรัฐบาล ต้าน คสช.

นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า หลังจากนี้จะมีการเดินทางไปยังพรรคต่างๆ เพื่อประสานร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคไม่มีวาระซ่อนเร้นใดๆ มีเพียงจุดประสงค์เดียวคือ การหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.

"มีการพูดคุยกัน ผมคงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาไม่มีการพูดคุยอะไรกับใครเลยนะครับ เพราะว่ามันไม่จริงนะครับ ก็มีการพูดคุยกับพรรคอื่น ก็เป็นเรื่องปกติ" นายธนาธร กล่าว

"ผมก็ต้องบอกว่า หลังจากนี้ต่อไปนะครับ ผมก็จะเดินทางไปขอพบนะครับ คุณอนุทินด้วยตัวเอง ผมก็จะเดินทางไปขอพบคุณจุรินทร์ด้วยตัวเองนะครับ ผมก็จะเดินทางไปขอพบคุณหนูนา คุณท็อปด้วยตัวเอง เพื่อจะบอกทุกคนว่ามาทำงานร่วมกันเถอะ ถึงเวลาแล้วที่พวกเราพรรคการเมืองจะต้องมาทำงานร่วมกัน แล้วหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช."

เชื่อ "เพื่อไทย" สนับสนุน

นายธนาธร กล่าวระหว่างการแถลงว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเปิดกว้างตลอดว่า ส.ส. จากพรรคอื่นที่เป็นแนวร่วมเดียวกัน สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ไม่จำเป็นว่าต้องมาจากพรรคเพื่อไทย และตนคาดว่าพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่เช่นกัน

จวก ส.ว. ไร้ความน่าเชื่อถือ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อไปว่า การตั้งรัฐบาลของพรรคอนาคตใหม่ไม่ยากนัก เพราะขณะนี้แนวร่วมในฝั่งประชาธิปไตยมี ส.ส. รวมกันแล้วอย่างน้อย 245 เสียง เหลือเพียงอีก 5 เสียงเท่านั้นจะถึงครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร จึงอยากเชิญชวนทุกพรรคมาร่วมกันเป็นรัฐบาลกับพรรคอนาคตใหม่ เพื่อให้เสียงของ ส.ส. มีมากเพียงพอต้านสมาชิกวุฒิสภา ที่ทั้งหมดมาจากการแต่งตั้งของ คสช. ได้

"ถ้าเรารวมเสียงได้มากพอ ผมไม่คิดว่า ส.ว. จะกล้าโหวตสวนความต้องการของประชาชน เพราะอะไรครับ? เพราะถามว่า ส.ว. มีความน่าเชื่อถือทางสังคมเหลืออยู่ในไหมครับ ณ วันนี้ ไม่มีความน่าเชื่อถือของสังคมอยู่แล้วที่จะไปโหวตสวนกับเสียงของประชาชน ไม่มี นะครับ" นายธนาธร กล่าว

"ดังนั้นก็ต้องบอกว่า ความไม่ชอบธรรมของ ส.ว. ต้นทุนที่ต่ำเตี้ยติดดินของการได้มาของ ส.ว. นี่เอง ทำให้เรามั่นใจว่า ถ้าเรารวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้มากเพียงพอ กระแสสังคมจะช่วยกดดันให้ ส.ว. รับมติของประชาชน"

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!