ดราม่าหลังเลือกตั้ง เจ้าของรถแห่โร่แจ้งความ โดนผู้สมัคร ส.ส.เบี้ยวค่าจ้างพีอาร์

กลุ่มเจ้าของกิจการรถแห่ป้ายหาเสียง โร่เดินทางไปแจ้งความที่โรงพัก เอาผิด ผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมใจไทย หลังโดนเบี้ยวค่าจ้างช่วยเดินสาย แห่ป้ายหาเสียง เป็นเงินเกือบ 4 แสนบาท
เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) กลุ่มรถแห่หาเสียง ได้เข้าปิดล้อม ที่ทำการสาขาพรรครวมใจไทย ซึ่งมีผู้สมัครมาตั้งสาขาพรรคอยู่ที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี แต่ปรากฏว่าเบี้ยวค่าจ้างบรรดารถแห่หาเสียง รวมเป็นเงินเกือบ 400,000 บาท หลังจากนั้นจะเข้าแจ้งความที่ สภ.สองพี่น้อง กลุ่มรถแห่หาเสียงหอบหลักฐานแจ้งจับผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรครวมใจไทย
นายวิทยา เจ้าของกิจการ น้องมายด์ โฆษณารถแห่ ได้นำรถแห่หาเสียงที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างรถแห่หาเสียงให้กับ นายจตุพล สิงห์มรกต ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรครวมใจไทย ได้เดินทางไปที่สาขาพรรครวมใจไทย ตั้งอยู่ใน ชุมชนคลองมะดัน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นบ้านนายจตุพล และตั้งเป็นสาขาพรรค
นายวิทยา ผู้เสียหายได้เดินทางไปถึงที่บ้านนายจตุพล โดยพบว่าประตูบ้านปิดเอาไว้แน่นหนา จึงได้โทรศัพท์ติดต่อหานายจตุพล แต่ได้รับแจ้งว่าตอนนี้ยังไม่มีเงินจ่ายให้ และกำลังหาเงินอยู่มาชดใช้ให้อยู่ นายวิทยาจึงได้บอกว่า ตนได้ให้เวลามาหลายวันแล้ว และก็ต้องการจะนำเอาเงินไปจ่ายให้ลูกน้องด้วย แต่ก็ถูกปฏิเสธมาตลอด
หลังจากนั้น นายวิทยา จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.สองพี่น้อง เพื่อเอาผิดกับ นายจตุพล ผู้สมัคร ส.ส. สุพรรณบุรี เขต 2 พรรครวมใจไทย ฐานเบี้ยวเงินค่าจ้างรถแห่หาเสียง เป็นเงินเกือบ 400,000 บาท พร้อมกับได้นำหลักฐานและเอกสารต่างๆ ที่ตกลงว่าจ้างกัน รวมทั้งเอกสารการจ่ายเงินด้วยโอนผ่านบัญชีธนาคาร รวมเป็น 75,000 บาท มามอบให้เป็นหลักฐาน
นายวิทยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ตนได้รับการติดต่อว่าจ้างจาก นายจตุพล สิงห์มรกต ผู้สมัคร ส.ส. สุพรรณบุรี เขต 2 พรรครวมใจไทย โดยตกลงกันว่าให้นำรถไปวิ่งแห่หาเสียง จำนวน 2 คัน เป็นเวลา 9 วัน ตกลงราคาวันละ 1,500 บาทต่อ 1 คัน
จากนั้นได้ว่าจ้างเพิ่มอีก 3 คัน รวมเป็น 5 คัน ได้วิ่งแห่หาเสียงแต่ละเขตทั้งหมด 3 เขต รวมเป็น 17 วัน คิดเป็นเงินทั้งหมด 463,500 บาท โดยรับเงินค่าจ้างมา 2 ครั้ง เป็นเงิน 75,000 บาท และยังค้างจ่ายอีกจำนวน 388,500 บาท โดยได้เริ่มต้นวิ่งวันแรก เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ 4 มีนาคม
โดยหลังจากเห็นว่าทางผู้สมัครมีปัญหาเรื่องการเงิน จึงตัดสินใจหยุดวิ่ง และเมื่อทวงถามเงินที่ค้างจ่ายอยู่นั้น ก็ถูกบ่ายเบี่ยงและขอเลื่อนผ่อนผันมาโดยตลอด
กระทั่งล่าสุด นายจตุพล ได้อ้างหน้าตาเฉยว่า พรรคถูกยุบ และยังบอกว่า "อย่าเอาคำพูดตนเป็นหลัก เพราะเงินไม่ได้อยู่ที่ตน" แต่เท่าที่ทราบพบว่าพรรคไม่ได้ถูกยุบ แต่หัวหน้าพรรคได้ลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สองพี่น้อง ให้ช่วยติดตามทวงเงินที่ยังค้างอยู่หรือให้กับดำเนินคดีนายจตุพล
ทางด้าน พ.ต.อ.กฤศ จันทร์สว่าง ผกก.สภ.สองพี่น้อง จึงได้แนะนำให้นายวิทยาผู้เสียหาย ลงบันทึกประจำวันไว้ และมอบเอกสารหลักฐานไว้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งด้านเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน จะได้เรียกนายจตุพล ที่เป็นคู่กรณีเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

