ศาลสั่งประหารชีวิต "ท้าวพูล้า" หนุ่มลาวใจโหด ฆ่าปาดคอยายหลาน 2 ศพ

ศาลสั่งประหารชีวิต "ท้าวพูล้า" หนุ่มลาวใจโหด ฆ่าปาดคอยายหลาน 2 ศพ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณียายและหลานสาว ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตในบ้านพักที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ย. 61 ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ชื่อ นางมะลิ หรือ ยายแร่ อายุ 68 ปี และด.ญ.อิห์สยา หรือ น้องจิว อายุ 12 ปี ส่วนอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ชื่อ ด.ญ.อาภารัตน์ หรือ น้องข้าวหอม อายุ 9 ปี นอกจากนี้แมวที่เลี้ยงไว้ก็ถูกฆ่าปาดคอตายด้วย

ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วคือ "ท้าวพูล้า" อายุ 22 ปี สัญชาติลาว ขณะกำลังจะหลบหนีข้ามฝั่งโขง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (21 มี.ค. 62) ศาลจังหวัดสมุทรปราการอ่านคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายพูล้า อายุ 22 ปี สัญชาติลาว เป็นจำเลยว่า กระทำผิดกฎหมายฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ฐานบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ฐานฆ่าชิงทรัพย์ นางมะลิ อายุ 68 ปี ฆ่าเด็กหญิงอิสห์ยา อายุ 12 ปี ฐานพยายามฆ่าเด็กหญิงอาภารัตน์ อายุ 9 ปี โดยทารุณโหดร้าย เพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ เพื่อปกปิดความผิด และฐานฆ่าแมวอันเป็นทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุสมควร

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยหยิบอาวุธมีดจากในครัวแล้วงัดช่องลมห้องน้ำปีนเข้าไปในบ้านของนางมะลิ เพื่อลักทรัพย์ พบนางมะลิจึงบีบคอ ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธมีดปาดลำคอนางมะลิ แล้วหยิบเอาทรัพย์ไป เมื่อเด็กหญิงอิสห์ยาและเด็กหญิงอาภารัตน์ ตื่นขึ้นร้องโวยวาย จำเลยจึงใช้อาวุธมีดปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยาและเด็กหญิงอาภารัตน์ แล้วหลบหนีไปที่ จ.มุกดาหาร เพื่อจะกลับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้เสียก่อน

การที่จำเลย ใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและมีขนาดความยาวรวมด้าม 40 ซม. ปาดลำคอนางมะลิ กับใช้อาวุธมีดซึ่งมีความแหลมคมและขนาดความยาวรวมด้าม 39 ซม. ปาดลำคอเด็กหญิงอิสห์ยาจนถึงแก่ความตาย และปาดคอเด็กหญิงอาภารัตน์ จนเกิดบาดแผลฉีกขาดที่ลำคอด้านหน้า ขนาดใหญ่และลึกถึงขนาดทำให้หลอดลมและหลอดอาหารฉีกขาด เสียเลือดปริมาณมาก ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นการกระทำโดยทารุณโหดร้าย จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เพราะจำเลยกระทำโดยอุกอาจต่อหญิงชราและเด็กหญิงอย่างโหดเหี้ยมทารุณผิดวิสัยมนุษย์ นับเป็นภัยต่อสุจริตชน จึงไม่มีเหตุอันควรปราณีที่จะลดโทษให้ กับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 เป็นเงินคนละ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็น เงิน 1,800,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 3 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันก่อเหตุเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ 

>> เด็กหญิง 9 ขวบเหยื่อ "พูล้า" ปาดคอ รอดชีวิตแต่ยังต่อหลอดลมไม่ได้

>> สะเทือนใจ ด.ญ.9 ขวบ รอดเงื้อมือหนุ่มลาวฆ่าปาดคอ ฟื้นขึ้นมา เขียน "ยาย-เสียใจ"

>> รอดคนเดียว! ฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ 3 ยายหลาน โจรเดินตัวเปื้อนเลือดออกจากบ้าน

>> รวบแล้ว "หนุ่มลาว" ฆ่าปาดคอยายหลาน 2 ศพ นั่งจิบเบียร์ชิลล์ๆ รอหนีข้ามโขง 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!