ช่างซ่อมแบคโฮใจหล่อมาก-เก็บเงินในตู้ช่องฝากเงินธนาคารแจ้งตำรวจตามหาเจ้าของ

ช่างซ่อมแบคโฮใจหล่อมาก-เก็บเงินในตู้ช่องฝากเงินธนาคารแจ้งตำรวจตามหาเจ้าของ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พลเมืองดีที่น่าชื่นชม ไม่คิดนำเงินของผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง หลังพบเงินในตู้ช่องฝากธนาคาร ได้รีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ธนาคาร ติดต่อหาเจ้าของ

(14 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบหนุ่มช่างซ่อมรถแบคโฮ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ได้เดินทางมาพร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคาร กรุงไทย ลงบันทึกจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังเมื่อช่วงสายของวันนี้ ได้นำเงินไปฝากเพื่อชำระ ค่าล็อตเตอรี่ผ่านธนาคารกรุงไทย

โดยขณะที่กำลังใช้ ตู้เงินฝากโดยกดรหัส เป็นที่เรียบร้อย และกำลังจะนำเงินใส่ช่องฝาก เมื่อช่องฝากเปิดออกมา ก็พบกับเงินจำนวน 13,000 บาท อยู่ในตู้ เป็นธนบัตร ใบละ 1,000 บาท 10 ฉบับ ธนบัตร 500 บาท 6 ฉบับ

และด้วยความตกใจ จึงรีบเดินทางมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที พร้อมกับได้ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานในจำนวนเงินที่พบเพื่อติดต่อเจ้าของมารับเงินคืนไป

โดย นายพีรวัส เจียมอยู่ อายุ 26 ปี ได้ให้เปิดเผยว่า ตนเองทำงานเป็นช่างซ่อมรถแบคโฮ อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของ วันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปโอนเงินที่ตู้รับฝากเงินธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดผลไม้ตะพง

โดยเข้าไปฝากเงินต่อจากผู้ชาย อายุประมาณ 35 ปี ใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น  แต่ขณะกำลังจะกดหมายเลขบัญชี ปรากฏว่า ช่องรับฝากเงินได้เปิดออก และ พบเงินจำนวนหนึ่งอยู่ภายในช่องฝากเงิน จึงรีบหยิบเงินออกมาคาดว่า เป็นของผู้ชายที่เข้าฝากเงินก่อนหน้า

ตนจึงหยิบเงินออกมาเพื่อจะนำไปคืน แต่ผู้ชายเจ้าของเงินได้ขี่ รถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ ไม่ทราบทะเบียน ออกไปพอดี จึงรีบขี่ จยย.ไล่ตามทันที ทั้งบีบแตร กวักมือ และ ตะโกนเรียก แต่ก็ตามไม่ทัน จึงเก็บเงินไว้ แล้วยังขี่ จยย.กลับมาที่หน้าตู้รับฝากเงินเพื่อทำการฝากเงิน และยังรออยู่ที่หน้าตู้ประมาณ 2 ชม.แต่เจ้าของเงินก็ไม่มา

จากนั้น ตนจึงนำเงินกลับบ้านไปปรึกษามารดา ก่อนที่มารดาพาไปแจ้งกับ นายกิตติ ทิพย์นาค ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.13 ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง จึงพามาแจ้งความเพื่อหาเจ้าของเงินมารับเงินคืนไป

นายพีรวัส ยังกล่าวต่อว่า สำหรับเงินที่พบ ไม่มีความคิดที่จะเก็บไว้เป็นของตัวเองเลย เพราะคิดว่า เจ้าของเงินคงจำเป็นต้องใช้เงิน หากหายไปคงจะเดือดร้อน ในขณะที่เจอก็รีบวิ่งตามทันที เพื่อจะคืนเงินให้เจ้าของเงิน แต่ตามไม่ทัน คาดว่า เจ้าของเงินคงจะเป็นคนในพื้นที่ เพราะขี่ จยย. เข้าไปในหมู่บ้านหลังตลาดผลไม้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบ้นทึกประจำวันไว้ พร้อมเก็บเงินจำนวน 13,000 บาท  ไว้เพื่อรอเจ้าของเงินมารับคืนไป พร้อมทั้งประสานทางธนาคารกรุงไทยสาขาย่อย ตลาดผลไม้ตะพง ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่า ในช่วงเวลาก่อนหน้าที่ นายพีรวัส  เข้าไปทำธุรกรรม ผู้ที่ทำธุรกรรม ก็คือ เจ้าของเงิน ซึ่งหากใครเป็นเจ้าของสามาถติดต่อขอร้บเงินได้ที่ ร.ต.ท.หญิง ชนิษา โพละนก ร้อยเวร สภ.เมือง ระยอง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!