เธอยังไม่สูญพันธุ์ ค้นพบ "ผึ้งตัวใหญ่ที่สุดในโลก" หลังสาบสูญไป 38 ปี

นักวิจัยบังเอิญค้นพบ "ผึ้งตัวใหญ่ที่สุดในโลก" หลังจากที่มีไม่ใครพบเห็นอีกเลยตลอด 38 ปี เป็นหลักฐานยืนยันว่า ผึ้งพันธุ์นี้ยังไม่ได้สูญพันธุ์ไปจากบนโลกใบนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ค้นพบผึ้งยักษ์สายพันธุ์หายาก ที่จัดอยู่ในสปีชีส์มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ หลังจากที่ผึ้งยักษ์พันธุ์ถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อประมาณ 38 ปีก่อน แต่ล่าสุดได้พบผึ้งยักษ์อีกครั้งในผืนป่าลึกในประเทศอินโดนีเซีย
กลุ่มนักวิจัยโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าโลกได้ค้นพบและถ่ายภาพหลักฐานของผึ้งยักษ์ หรือ ผึ้งยักษ์สายพันธุ์วอลเลซ ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Megachile pluto โดยการค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณผืนป่าดงดิบในหมู่เกาะมาลูกู ทะเลบันดา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
หลังจากที่กลุ่มนักวิจัยได้ทำการเก็บข้อมูลและศึกษาค้นคว้า เพื่อออกตามหาและพิสูจน์ว่าผึ้งยักษ์สายพันธุ์นี้ยังไม่ได้สูญพันธุ์ไปจากโลกใบนี้ ครั้งนี้จึงกลายเป็นการค้นพบที่สำคัญของนักอนุรักษ์สัตว์ ความโดดเด่นของผึ้งยักษ์สายพันธุ์นี้คือขนาดตัวใหญ่กว่าผึ้งธรรมดาทั่วไป เพราะขนาดกางปีกยาวถึง 6.3 เซนติเมตร และลำตัวยาวเกือบ 4 เซนติเมตร จึงจัดว่าเป็นผึ้งที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก

จากข้อมูลที่มีการบันทึกเอาไว้พบว่า ผึ้งยักษ์สายพันธุ์นี้ถูกค้นพบโดย "อัลเฟรด รัสเซล วอลเลซ" นักธรรมชาติวิทยาและนักชีววิทยา ชางอังกฤษ โดยเขาได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่เกาะต่างๆ ของอินโดนีเซียและอินโดจีน ในศตวรรษที่ 20
เขาคือผู้ที่ทำให้ชาวโลกได้รู้จักกับผึ้งยักษ์พันธุ์นี้ ก่อนที่จะไม่มีใครได้พบเห็นอีก จนกระทั่งในปี 1981 นักชีววิทยา ชาวอเมริกัน "อดัม เมสเซอร์" ได้ค้นพบผึ้งสายพันธุ์นี้บนเกาะบาคันและเกาะมาลูกู ที่ช่วยยืนยันทฤษฎีการค้นพบของวอลเลซมากยิ่งขึ้น แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีให้เห็นผึ้งยักษ์เหล่านี้อีกเลย จนปัจจุบันล่วงเลยมาถึง 38 ปี
อย่างไรก็ตาม การค้นพบผึ้งยักษ์สายพันธุ์วอลเลซอีกครั้ง ทำให้มีหลักฐานยืนยันว่าผึ้งสายพันธุ์นี้ยังไม่สูญพันธุ์หมดไปจากโลก เพียงแต่ยังเพาะพันธุ์อยู่ในผืนป่าดิบชื้นและความอุดมสมบูรณ์สูง โดยหลังจากนี้จะมีการค้นคว้าศึกษาขยายผลต่อไป โดยหวังว่าจะพบผึ้งยักษ์สายพันธุ์วอลเลซในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี