โจรอำมหิตกระหน่ำแทง "ยายร้านของชำ" เจ็บปางตาย เย็บนับร้อยเข็ม

โจรอำมหิตกระหน่ำแทง "ยายร้านของชำ" เจ็บปางตาย เย็บนับร้อยเข็ม
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ยายร้านของชำตื่นมาเข้าห้องน้ำ เผชิญหน้าโจรย่องเบาพอดี โดนบุกทำร้ายใช้มีดแทงไม่ยั้ง ตะโกนสั่งหลานโทรหาญาติ-ล็อกห้อง กระทั่งรอดตายมาได้ แต่ต้องเย็บแผลถึง 108 เข็ม

(21 ก.พ.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปุณธพัฒน์ คุณอาสาศิริสกุล สว.(สอบสวน) สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่าเหตุมีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ภายใน ต.หนองสาหร่าย อ.ดอนเจดีย์ จึงเดินทางไปพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สุพรรณบุรี นำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ริมถนนภายในหมู่บ้าน ตรวจสอบภายในร้านพบรอยเลือดหลายจุด ข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายเกลื่อน ส่วน นางสมหมาย อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน ถูกร้ายทำร้ายร่างกายอย่างหนักมีแผลที่บริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส นั่งเลือดท่วมตัวในสภาพอิดโรยอยู่ที่ทางเดินหน้าประตูร้าน

กระทั่ง นายพัฒนา วีระวงษ์ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน กับเพื่อนบ้านมาช่วยนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลดอนเจดีย์ให้แพทย์รักษา ตรวจสอบคนเจ็บถูกคนร้ายใช้ของมีคมแทงหลายแผลทั่วทั้งใบหน้า หน้าผาก ลำตัว แขนขวา ที่กระพุ้งแก้มขวาถูกแทงทะลุ มีบาดแผลนับสิบแผล แพทย์ต้องเย็บแผลช่วยเหลือถึง 108 เข็ม

จากการสอบสวน ด.ญ.หน่อย (นามสมมติ) หลานสาววัย 12 ปี เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งเศษ ขณะกำลังนอนอยู่ในห้องกับนางสมหมาย ผู้เป็นยาย รู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาในห้อง แต่ไม่ได้คิดเอะใจอะไรนึกว่าฝันไป


จากนั้นยายได้ลุกขึ้นไปจะเข้าห้องน้ำ จึงได้เปิดไฟโทรศัพท์มือถือให้ยายเพื่อเดินไปเข้าห้องน้ำ กระทั่งได้ยินเสียงยายร้องตะโกนออกมาในลักษณะเหมือนถูกทำร้าย พร้อมกันนี้ยายยังได้ตะโกนบอกกับตนด้วยว่า “ไม่ให้ออกมาจากห้อง ล็อกประตูไว้ โทรบอกเพื่อนบ้านให้มาช่วยว่า มีคนร้ายบุกเข้ามา”

news32-1หลานสาวของยายที่บาดเจ็บ ให้การกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุที่เกิดขึ้น

เมื่อเด็กหญิงตั้งสติได้ จึงโทรศัพท์ไปหา นางวาสนา อายุ 52 ปี ญาติที่อยู่ใกล้เคียงกัน ขอความช่วยเหลือเพราะมีคนร้ายบุกเข้ามาในบ้านลงมือทำร้ายร่างกายยาย ทำให้นางวาสนาโทรศัพท์ไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน รีบมาให้การช่วยเหลือนำส่ง โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

เด็กหญิงยังกล่าวอีกว่า ระหว่างที่เกิดเหตุได้ตะโกนเสียงดัง เพื่อบอกให้คนร้ายได้ยินด้วยว่า “โทรแจ้งเพื่อนบ้านและโทรแจ้งตำรวจแล้ว” แต่อันที่จริงตนยังไม่ได้โทรแจ้งตำรวจ ซึ่งทำให้คนร้ายที่กำลังลงมือทำร้ายยายอยู่ได้ตื่นตัว เกรงกลัวและรีบหลบหนีไป ไม่เช่นนั้นยายอาจจะเสียชีวิตได้

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าทรัพย์สินที่หายไปเป็นเงินสดเป็นธนบัตรและสตางค์เหรียญ รวมกว่า 1,000 บาท พร้อมกับบัตรเติมเงินอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ คนร้ายยังได้ทิ้งรองเท้าแตะแบบสวม ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ 1 คู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

นายพัฒนา ผู้ใหญ่บ้าน ได้กล่าวเสริมด้วยว่า นางสมหมาย ปกติจะขายกับข้าว ของสด และขายของชำ มักจะตื่นนอนตั้งแต่ตอนตี 4 เพื่อไปซื้อกับข้าวในตลาดดอนเจดีย์ เมื่อ 13 ปีก่อนนางสมหมาย เคยถูกคนร้ายดักชิงเงินไปและทำร้ายร่างกาย ทำให้ นางสมหมาย ตาบอดไปข้างหนึ่งแล้ว

นอกจากนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ที่ร้านขายของชำของนางสมหมายเคยโดนคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์สินภายในร้าน ในช่วงกลางวันแสกๆ ระหว่างที่ปิดร้านอยู่ และไม่มีใครอยู่ร้าน คนร้ายได้ทรัพย์เงินทองไปหลายรายการ กระทั่งครั้งล่าสุดนี้เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

เคราะห์ยังดีที่ว่าตั้งสติต่อสู้กับคนร้าย และหลานสาวโทรศัพท์หาเพื่อนบ้านและหลานสาวยังตะโกนหลอกคนร้ายว่าได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจแล้วด้วย คนร้ายจึงหลบหนีไป ถ้าไม่เช่นนั้นคนร้ายอาจจะลงมือทำร้ายหลานสาวที่หลบอยู่ในห้องอีกคนก็อาจเป็นไปได้

news32-2กระเบื้องหลังคาถูกแงะออก เป็นช่องทางที่คนร้ายย่องเข้ามา

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าคนร้ายปีนโอ่งจากด้านหลังร้าน ก่อนจะขึ้นหลังคางัดกระเบื้องเปิดหลังคาห้องน้ำเข้ามาในร้าน บุกมายังห้องนอนคว้าเอาเงินและบัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่เจ้าของบ้านวางไว้บนตะกร้าในห้องนอน ก่อนที่จะออกไปรื้อข้าวของเงินทองในร้านเพิ่มเติม

น่าจะเป็นจังหวะเดียวกับที่นางสมหมายเดินมาเข้าห้องน้ำ ก่อนจะมาพบกับคนร้ายพอดี นางสมหมายจึงถูกคนร้ายใช้ของมีคมกระหน่ำแทงหลายสิบแผล ซึ่งขณะนั้นทางนางสมหมายก็ได้ต่อสู้กับคนร้าย พร้อมตะโกนบอกหลานสาวที่อยู่แต่ในห้อง

ทั้งนี้ นางสมหมาย บอกว่า คนร้ายสวมหมวกไหมพรมแบบคลุมใบหน้า รูปร่างลักษณะผอม สูงประมาณ 160-165 เซนติเมตร ขณะต่อสู้กับคนร้ายได้ยินเสียงคนร้ายขู่บอกว่าจะฆ่าให้ตาย

พ.ต.อ.ยิ่งยส เขินอำนวย ผกก.สภ.ดอนเจดีย์ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อำพล ภัทรมงคลกุล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธนกฤษณ์ คล้ายทอง สว.สส. แบ่งทีมสืบสวนกระจายกำลังออกหาข่าวสืบสวนติดตามคนร้าย ส่วนในพื้นที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด เนื่องจากเป็นร้านขายของชำในหมู่บ้าน

แต่อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลัก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ทราบความเคลื่อนไหวของเหยื่อว่าอยู่กันตามลำพังยายหลาน 2 คน เท่านั้น จึงได้เข้ามาก่อนเหตุลักทรัพย์แต่เป็นจังหวะที่นางสมหมายเหยื่อเข้าห้องน้ำมาพบเข้า จึงถูกทำร้ายร่างกาย

ล่าสุด ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่สืบลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย ตรวจสอบประวัติผู้ต้องสงสัยที่เคยถูกจับ และพ้นโทษออกมา หรือกลุ่มวัยรุ่นที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้านและในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สพฐ.7 (ภ.จว.สุพรรณบุรี) ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง เก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ในที่เกิดเหตุ และที่รองเท้าแตะของคนร้ายทิ้งเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐาน คาดว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ในเร็วๆ นี้

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!