''อารักษ์ ชลธาร์นนท์'' ซีอีโอ ''ไทยคม'' กับภารกิจบุกเบิก''ไอพีสตาร์''
*** ภารกิจหลักที่ท้าทายวันนี้
ทำให้บริษัทมีกำไร เพราะธุรกิจของ ไทยคม สินค้าส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจดาวเทียม คือ ไทยคม และ ไอพีสตาร์,บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส (ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศกัมพูชาและลาว ผ่านทางบริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด และบริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส จำกัด ซึ่งเป็นการบริษัทร่วมทุนกับรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบัน บมจ. ไทยคมถือหุ้นอยู่ 51% และบริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้ง พีทีอี จำกัด ถือหุ้นอยู่ 49% (ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท กาตาร์ เทเลคอม และ บริษัท เอสที เทเลมีเดีย) และ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด(มหาชน) ภายใต้บริษัทดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด
สำหรับ บริษัท เชนนิง ตันฯ และ บมจ. ซีเอสล็อกซฯการบริหารธุรกิจไม่มีปัญหา แต่ในส่วนที่ต้องเร่งดำเนินงาน คือ ไอพีสตาร์ เพราะเป็นดาวเทียมที่ใหญ่มากเพิ่งเป็นจุดเริ่มต้น และ นั่นเป็นสาเหตุที่ทางผู้บริหารมอบหมายให้เข้ามาบริหารจัดการ
ที่ผมได้รับมอบหมายเพราะ ไอพีสตาร์ เป็นธุรกิจบุกเบิกมีพื้นที่ควบคุม 14 ประเทศ
** ตอนนี้พื้นที่ให้บริการควบคุมได้ทั้งหมด
ตอนนี้ ไอพีสตาร์ ก็เริ่มให้บริการไปเกือบทุกประเทศเหลือเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ อินเดีย และ ไต้หวัน แต่ละประเทศปัญหาการให้บริการต้องขออนุญาตและกฎระเบียบแต่ละประเทศแตกต่างกัน ดาวเทียมของเราไม่เหมือนคนอื่นให้บริการในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการรายอื่นไม่มีนั้นคือจุดแข็งของบริษัท
**** แล้วจะแก้ปัญหากับสองประเทศอย่างไร
พยายามชี้ให้รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศเห็นความสำคัญของความต้องการลูกค้าที่ต้องใช้
***จำเป็นพึ่งรัฐบาลไทยให้เข้ามาช่วยหรือไม่
ถามว่าเราต้องการตั้งนานแล้วแต่ภาครัฐไม่เคยเข้ามาช่วยไม่ใช่เพิ่งเป็นนะเรื่องนี้เป็นมานานแล้วเพราะรัฐบาลเข้ามาช่วยคงลำบากใจเพราะถ้าเข้ามาช่วยเอกชนก็ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างประเทศอื่นรัฐบาลเข้ามาช่วยเยอะมาก เพราะหน่วยงานราชการ หรือ คนไทยเอง มีความรู้สึกว่า ไทยคม ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายเดิม
*** ภาพลักษณ์องค์กรก็ยังสลัดไม่หมด
เป็นเรื่องลำบากที่จะให้ภาพลักษณ์ของ บมจ.ไทยคม สลัดภาพลักษณ์ออกจากผู้ถือหุ้นรายเดิม (ผู้ถือหุ้นเดิมคือครอบครัวชินวัตร และ ดามาพงศ์ ปัจจุบันได้ขายหุ้นทั้งหมดให้กับกองทุนเทมาเสกโฮลดิ้ง จากประเทศสิงคโปร์) เนื่องจากเป็นความรู้สึกและทัศนคติของบุคคลภายนอกที่สะท้อนเข้ามาภายในองค์กร ดังนั้นภารกิจลำดับต้นที่ต้องบริหารจัดการคือการให้น้ำหนักกับ CSR ( Corporate Social Responsibility:ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม) แบบเดียวกับบมจ.ชินคอร์ป และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เน้นในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
สิ่งที่เราทำเพื่อให้คนรู้ว่าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ได้เกี่ยวข้องมานานแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนเราเหมือนคนกลางใครมีใบอนุญาตถูกต้องเราก็ให้ใช้งานปกติ เมื่อมีเหตุการณ์ความมั่นคงเราก็ทำตาม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


