''อารักษ์ ชลธาร์นนท์'' ซีอีโอ ''ไทยคม'' กับภารกิจบุกเบิก''ไอพีสตาร์''

''อารักษ์ ชลธาร์นนท์'' ซีอีโอ ''ไทยคม'' กับภารกิจบุกเบิก''ไอพีสตาร์''

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของนายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และเป็นไปตามที่ น.ส.พ.ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2426 ได้นำเสนอข่าวว่า อารักษ์ จะเข้ามานั่งตำแหน่ง นั้นแน่นอน และ ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหาร ได้มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ จากนี้บทบาทในฐานะแม่ทัพ จะถูกโฟกัสจากทุกสายตา วันนี้ ฐานเศรษฐกิจ เปิดสัมภาษณ์พิเศษ นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ เพื่อจับทิศทางภารกิจที่เขาแบกรับอย่างน่าสนใจ.

*** ภารกิจหลักที่ท้าทายวันนี้

ทำให้บริษัทมีกำไร เพราะธุรกิจของ ไทยคม สินค้าส่วนใหญ่ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ธุรกิจดาวเทียม คือ ไทยคม และ ไอพีสตาร์,บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส (ลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมในประเทศกัมพูชาและลาว ผ่านทางบริษัท กัมพูชา ชินวัตร จำกัด และบริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส จำกัด ซึ่งเป็นการบริษัทร่วมทุนกับรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปัจจุบัน บมจ. ไทยคมถือหุ้นอยู่ 51% และบริษัท เอเชีย โมบาย โฮล์ดิ้ง พีทีอี จำกัด ถือหุ้นอยู่ 49% (ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท กาตาร์ เทเลคอม และ บริษัท เอสที เทเลมีเดีย) และ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด(มหาชน) ภายใต้บริษัทดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท วัฏฏะ คลาสสิฟายด์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ที่ลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ และ บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย จำกัด

สำหรับ บริษัท เชนนิง ตันฯ และ บมจ. ซีเอสล็อกซฯการบริหารธุรกิจไม่มีปัญหา แต่ในส่วนที่ต้องเร่งดำเนินงาน คือ ไอพีสตาร์ เพราะเป็นดาวเทียมที่ใหญ่มากเพิ่งเป็นจุดเริ่มต้น และ นั่นเป็นสาเหตุที่ทางผู้บริหารมอบหมายให้เข้ามาบริหารจัดการ

ที่ผมได้รับมอบหมายเพราะ ไอพีสตาร์ เป็นธุรกิจบุกเบิกมีพื้นที่ควบคุม 14 ประเทศ

** ตอนนี้พื้นที่ให้บริการควบคุมได้ทั้งหมด

ตอนนี้ ไอพีสตาร์ ก็เริ่มให้บริการไปเกือบทุกประเทศเหลือเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ อินเดีย และ ไต้หวัน แต่ละประเทศปัญหาการให้บริการต้องขออนุญาตและกฎระเบียบแต่ละประเทศแตกต่างกัน ดาวเทียมของเราไม่เหมือนคนอื่นให้บริการในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการรายอื่นไม่มีนั้นคือจุดแข็งของบริษัท

**** แล้วจะแก้ปัญหากับสองประเทศอย่างไร

พยายามชี้ให้รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศเห็นความสำคัญของความต้องการลูกค้าที่ต้องใช้

***จำเป็นพึ่งรัฐบาลไทยให้เข้ามาช่วยหรือไม่

ถามว่าเราต้องการตั้งนานแล้วแต่ภาครัฐไม่เคยเข้ามาช่วยไม่ใช่เพิ่งเป็นนะเรื่องนี้เป็นมานานแล้วเพราะรัฐบาลเข้ามาช่วยคงลำบากใจเพราะถ้าเข้ามาช่วยเอกชนก็ถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างประเทศอื่นรัฐบาลเข้ามาช่วยเยอะมาก เพราะหน่วยงานราชการ หรือ คนไทยเอง มีความรู้สึกว่า ไทยคม ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายเดิม

*** ภาพลักษณ์องค์กรก็ยังสลัดไม่หมด

เป็นเรื่องลำบากที่จะให้ภาพลักษณ์ของ บมจ.ไทยคม สลัดภาพลักษณ์ออกจากผู้ถือหุ้นรายเดิม (ผู้ถือหุ้นเดิมคือครอบครัวชินวัตร และ ดามาพงศ์ ปัจจุบันได้ขายหุ้นทั้งหมดให้กับกองทุนเทมาเสกโฮลดิ้ง จากประเทศสิงคโปร์) เนื่องจากเป็นความรู้สึกและทัศนคติของบุคคลภายนอกที่สะท้อนเข้ามาภายในองค์กร ดังนั้นภารกิจลำดับต้นที่ต้องบริหารจัดการคือการให้น้ำหนักกับ CSR ( Corporate Social Responsibility:ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม) แบบเดียวกับบมจ.ชินคอร์ป และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เน้นในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

สิ่งที่เราทำเพื่อให้คนรู้ว่าผู้ถือหุ้นเดิมไม่ได้เกี่ยวข้องมานานแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนเราเหมือนคนกลางใครมีใบอนุญาตถูกต้องเราก็ให้ใช้งานปกติ เมื่อมีเหตุการณ์ความมั่นคงเราก็ทำตาม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล