ตัวแทนนักเรียน ยื่นฟ้องจุฬาฯ กรณีประกาศเกณฑ์ย้อนหลังรับตรงปี 53

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ตัวแทนนักเรียน ยื่นฟ้องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว กรณีประกาศเกณฑ์ย้อนหลังรับตรงปี 2553 ขณะที่อธิการบดีจุฬาฯ ยืนยัน หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้โอกาสเด็กส่วนใหญ่ นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ เปิดเผยว่า ตัวแทนนักเรียน ได้ยื่นฟ้องจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต่อศาลปกครองจังหวัดระยอง ในวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา กรณีออกประกาศรับนิสิตผ่านระบบรับตรงแบบพิเศษและแบบปกติ ประจำปีการศึกษา 2553 ในลักษณะย้อนหลัง โดยระบุให้ใช้ผลสอบการวัดความถนัดทั่วไป (GAT) และการวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) ครั้งที่ 1 เดือนมีนาคม 2552 เพิ่มเติมเข้ามาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการรับตรงแบบปกติและแบบพิเศษ จากเดิมที่ระบุว่าในการรับตรงวิธีพิเศษใช้ผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เดือนกรกฎาคม 2552 เท่านั้น ส่วนการรับตรงวิธีปกติใช้ผลสอบที่ดีที่สุดระหว่างผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เดือนกรกฎาคม 2552 และครั้งที่ 3 เดือนตุลาคม 2552 เท่านั้น ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งเสียสิทธิ์เนื่องจากไม่ได้สอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 1 ในเดือนมีนาคม หรือสอบไม่ครบทุกวิชา ทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการ ประชาสัมพันธ์ตลอดมาว่าไม่จำเป็นต้องสอบครบทั้ง 3 ครั้ง อีกทั้งการกำหนดใช้ผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 1,2 และ 3 สร้างภาระ และทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันระหว่างเด็กในเมืองและชนบท เนื่องจากการสอบทั้ง 3 ครั้ง เด็กยังไม่จบหลักสูตร ม.6 จึงผลักดันให้เด็กทิ้งห้องเรียน เพื่อไปกวดวิชา ตลอดจนจุฬาฯ ไม่ควรใช้ผลการเรียนเฉลี่ยมัธยมศึกษาตอนปลาย 5 ภาคร้อยละ 10 มาเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการรับตรงด้วย เนื่องจากโรงเรียนมีมาตรฐานในการให้เกรดต่างกัน ด้าน นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าการนำผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 1 เดือนมีนาคม 2552 มาใช้ เป็นการให้โอกาสแก่เด็กมากที่สุดเพราะมีผู้เข้าสอบครั้งที่ 1 มากถึง 200,000 คน ส่วนผู้ที่ไม่เข้าสอบ ก็คงมีจำนวนหนึ่ง แต่คงน้อยกว่า ซึ่งเรามองถึงการให้โอกาสแก่เด็กส่วนใหญ่มากกว่า ส่วนการใช้ผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 1,2,3 ซึ่งเด็กยังไม่จบเนื้อหา ม.6 นั้น การรับตรงของจุฬาฯ ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนตัดรายชื่อการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา (แอดมิสชั่น) ประจำปีการศึกษา 2553 ทำให้ไม่สามารถรอใช้ผลสอบ GAT และ PAT ครั้งที่ 4 เดือนมีนาคม 2553 ได้ เพราะจะกระทบต่อกระบวนการแอดมิสชั่น การเสนออะไรจึงควรคำนึงความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติด้วย ซึ่งเรื่องนี้คงทำให้ถูกใจทุกคนไม่ได้ แต่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่