Ready-to-Wear เพชฌฆาตเงียบ เสียบ Tailor-made กระจุย !

Ready-to-Wear เพชฌฆาตเงียบ เสียบ Tailor-made กระจุย !

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4106

คอลัมน์ STORY

โดย ทีมงาน DLife

ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้าสำเร็จรูป พากันไหลบ่าเข้ามาพร้อมกระแสแฟชั่นโลกที่ไวยิ่งกว่าความเร็วแสง

ช็อปนับพันนับหมื่นช็อปทั่วประเทศก็ผุดขึ้นให้เราๆ ท่านๆ ได้เลือกเสื้อผ้า รองเท้าคุณภาพดี คัตติ้งเนี้ยบ ได้สบายตามแต่กำลังทรัพย์

ไม่นับเสื้อผ้าจากฝีมือเพื่อนบ้านที่ทะลักเข้ามาเป็นกองทัพมด เปิดขายตามตลาดนัดทั่วกรุง มีคุณภาพยุโรป ราคาเอเชีย เพียงแค่มีเงิน 100-200 บาทก็หาซื้อเสื้อผ้าดีๆ ใส่ได้แล้ว

ท่ามกลางความสำเร็จรูปที่ซื้อง่ายขายคล่อง กลับทำให้เสน่ห์ของแฟชั่นดั้งเดิมอย่างร้านรับสั่งตัดเสื้อผ้า ร้านสั่งตัดรองเท้า ค่อยๆ ถูกลืมเลือน

ร้านรับสั่งตัด ค่อยๆ ลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย

อาจไม่เกิน 30-40 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจน้อยกว่านั้น

เสียงหายใจที่ DLife เฝ้าติดตาม จึงอาจเป็นเสียงหายใจสุดท้ายของแฟชั่นสั่งตัด หรือแฟชั่นเทเลอร์เมด (tailor-made) ในเมืองไทย !

ไม่หาย ไม่ตาย แต่แผ่วเบา

ทุกวันนี้มีร้านรับสั่งตัดเสื้อผ้าเหลืออยู่น้อยมาก ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะน้อยกว่า ผิดกับประเทศอังกฤษที่ร้านเทเลอร์เมดยังอยู่ได้ ร้านดังๆ นี่อยู่กันเป็น 100 ปีเลยนะ

นั่นคือสิ่งที่ดีไซเนอร์รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ของไทย อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ แห่งห้องเสื้อ ZENITH บอกเล่า

...สมัยก่อน ร้านตัดเสื้อจะบูมมาก ใครๆ ก็ต้องตัดเสื้อผ้าใส่ เพราะจะไม่เหมือนใคร แต่พอเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามาในเมืองไทย คนก็หันมาใส่เสื้อผ้า ready-to-wear กันมากขึ้น ถ้าจะให้มองว่าทำไมหันมาใส่แบบนี้กันมากขึ้น คงเป็นเพราะความใจแคบของคนไทยที่หากเห็นใครใส่เสื้อผ้าไม่เหมือนกันแล้วจะวิจารณ์บ้างล่ะ ชอบกัดเขาบ้างล่ะ ตรงนี้แหละที่ทำให้บางคนไม่มีความมั่นใจ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง กลายเป็นว่าคนไทยต้องชอบอะไรเหมือนๆ กัน

อีกอย่างหนึ่งก็คือร้านตัดเสื้อผ้าไม่ได้เปลี่ยนไปตามโลก ไม่ดูว่าปัจจุบันเขาเปลี่ยนวิธีการแต่งตัวไปถึงไหนกันแล้ว คัตติ้งแบบเดิมๆ ไม่เป็นที่นิยม ก็ต้องเปลี่ยนมาศึกษาคัตติ้งแบบใหม่ๆ แต่สำคัญคือพวกเขาไม่เปลี่ยน ยิ่งแรงงานที่ใช้หนีไปเข้าโรงงานกันหมด แรงงานฝีมือดีๆ ที่ตัดเย็บเสื้อผ้าเก่งๆ จึงหายไป หันมาทำงานเย็บเสื้อผ้าโหล ตัวละ 5 บาทแทน มิหนำซ้ำเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ใครจะมานั่งรอเวลา กว่าเสื้อผ้าจะเสร็จ ราคาก็สูงกว่า สู้มีเงินแล้วซื้อมาใส่เลยไม่ได้ คนไทยจึงผิวเผิน

แต่ถึงอย่างไรในสายตาของห้องเสื้อดังของเมืองไทยที่มีผู้นิยมไปซื้อหาและสั่งตัดเสื้อผ้ากับแบรนด์ของเขา อดิศักดิ์ก็ยังมองโลกในแง่ดี

ร้านสั่งตัดเสื้อผ้าไม่มีวันหายไปไหนหรอก กลุ่มลูกค้าที่มีใจรักชอบเสื้อผ้าแบบสั่งตัดยังมี กลุ่มนี้ต้องการอะไรไม่เหมือนคนอื่น ไม่ต้องการใส่เสื้อผ้าซ้ำ ไม่ยอมเปลี่ยนตามแฟชั่น อย่างสูท หรือกางเกงของผู้ชายที่มาตัดกับผม เพราะบางคนเห็นว่า ที่มีขายอยู่ตามห้าง ใส่ไม่สวย ส่วนผู้หญิงก็ไม่เข้ารูป ที่ร้านเราจึงมีลูกค้าที่มาสั่งตัดกางเกง เสื้อสูทไม่น้อย

...การตัดเสื้อผ้านี่ เป็นความละเอียดอ่อนนะ เป็นเรื่องของรสนิยม !

ร้านตัดเสื้อผ้า ห้องเสื้อดังๆ ในกรุงเทพฯเหลือน้อย เพราะกรุงเทพฯกลายเป็นศูนย์รวมของคนหลายภูมิภาค มีคนรากหญ้ามาอยู่เยอะ พวกนี้มีรายได้น้อย รสนิยมไลฟ์สไตล์ของพวกเขาก็จะเป็นแบบหนึ่ง พอมากๆ เข้าก็แชร์อัตราส่วนของผู้มีรสนิยมในกรุงเทพฯ ทำให้เมืองนี้ดูแปลกๆ ไป แต่ก็เชื่อว่าคนพื้นเพกรุงเทพฯที่มีรสนิยมการตัดเสื้อผ้ายังคงนิยมร้านพวกนี้อยู่

ต้องอยู่ให้รอด ชีวิตช่างตัด ที่ไม่เกี่ยงงาน

ยุพิน อารีย์ เจ้าของห้องเสื้อคุณนาง ย่านบางนา เป็นรายหนึ่งที่เปิดกิจการมา 27 ปี และมองเห็นความแรงของเพชฌฆาตร้ายอย่าง ready-to-wear

เพื่อนๆ ที่เรียนตัดเสื้อผ้ามาด้วยกัน และมาเปิดร้านตัดเสื้อผ้าของตัวเองกว่า 10 ร้าน เจ๊งไปหมดแล้ว สาเหตุสำคัญคือเขาไม่เปลี่ยนกัน คือค่าตัดเสื้อผ้าที่รับกันตกประมาณ 1,500-2,000 บาท พอเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามา ทำให้ลูกค้าซื้อเสื้อผ้าได้ถูกกว่า แถมร้านตัดเสื้อผ้าก็ไม่ยอมเปลี่ยนราคา เคยถามเขาเหมือนกัน เขาว่า ถ้าให้ปรับราคาลงมาแล้วกำไรน้อย เขาไม่รับเลยดีกว่า กลายเป็นว่าเจ๊ง

ยุพินว่า ตั้งแต่กระแสเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น คนนิยมมากขึ้น ทำให้ร้านตัดเสื้อผ้าอย่างเธอต้องปรับตัว คือรับทั้งตัดเสื้อผ้ารายบุคคล และตัดเสื้อผ้าตามจำนวน อีกทั้งยังเปิดช่องทางรับงานผ่านออนไลน์เพิ่มอีกทางด้วย

ร้านเราจะคิดค่าตัดเสื้อผ้าไม่แพง คือชุดละ 600-700 บาท เป็นกลุ่มวัดตัวตามบุคคล ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูที่นิยมมาตัดชุดผ้าไหม นอกจากนี้ก็มีรับทำเสื้อผ้าตามไซซ์มาตรฐาน คือ S M L ถ้าเป็นไซซ์พวกนี้ ราคา 500 ต่อชุด เราอาศัยไม่เกี่ยงงาน รับหมด เพราะค่าเช่าร้านแพง จึงต้องหางานเข้ามา อะไรก็ได้ เพราะมีช่างที่ต้องดูแล 10 ชีวิต

นอกจากเปิดรับงานแบบไม่เกี่ยงเพื่อหล่อเลี้ยงร้านตัดเสื้อให้อยู่รอดแล้ว ช่องทางออนไลน์ที่เธอเปิดทางอินเทอร์เน็ตยังเป็นส่วนหนึ่งที่ดึงดูดลูกค้านานาชาติให้มาสั่งตัดเสื้อกับเธอ ทั้งญี่ปุ่น ดูไบ ออสเตรเลีย แต่กลุ่มนี้จะนิยมสั่งเป็นจำนวน

ความไม่เกี่ยงงานทำให้ร้านตัดเสื้อผ้าของยุพินอยู่ได้มาจนทุกวันนี้ แต่นี่ก็เป็นลมหายใจที่ดูเหมือนเธอนำมาใช้หล่อเลี้ยงรสนิยมการตัดเสื้อผ้าเฉพาะบุคคลที่นับวันจำนวนคนสั่งตัดแบบนั้นน้อยเต็มทน

Maneesilp...ตัดให้ตามใจสั่ง

อีกหนึ่งแบรนด์ไทยไปไกลถึงเมืองนอก...Maneesilp คือร้านรองเท้าหนังสั่งตัดให้ตามใจลูกค้าที่อยู่คู่เมืองไทยมากว่าทศวรรษ

ของดีของเด็ดไม่ใช่แค่ไปเปิดหน้าร้านถึงอิตาลี แค่ที่สยามสแควร์ย่านเดียวเขามีมากถึง 5 ร้าน ก็ตั้งแต่ร้านแรกที่สาขามาบุญครอง ค่อยๆ ขยับขยายเรื่อยมา ไล่มาสาขาสยามสแควร์ซอย 2 สยามสแควร์ซอย 3 พอมาถึงซอย 5 ซอยเดียวเปิดอีก 2 ร้าน นี่ยังไม่รวมสาขาอื่นๆ อย่างสาขาสุรวงศ์ สาขาภูเก็ต และสาขาเชียงใหม่

ยั่งยืนอยู่มานาน แถมขยับขยายจนมีสาขามากมาย จึงไม่ต้องสงสัยกับชื่อเสียงและความนิยม ธนศักดิ์ แก้วคำ ผู้ดูแลร้าน Maneesilp สาขาสยามสแควร์ซอย 3 เล่าให้ฟังว่า ลูกค้าส่วนมากที่มาสั่งตัดรองเท้าหนัง มักเป็นผู้ชายวัยตั้งแต่เรียนมัธยมไปจนถึงวัยทำงาน รูปทรงและแบบไม่แตกต่างกันมาก แต่จะมีกิมมิกยิบย่อยที่ต่างกันออกไป โดยสาขาที่สยามฯทรงสปอร์ตหัวแหลม ส้นไม่มี เน้นโทนสีขาว หรือหนังแก้วที่เป็นสีๆ นี่แหละโดนใจกันนัก

นอกเหนือจากดีไซน์ที่ออกแบบไว้สำเร็จเสร็จสรรพ ตั้งโชว์ไว้หน้าร้านให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกเพียงไซซ์ที่เหมาะกับเท้ากว่า 300 แบบแล้ว ลูกค้าสามารถดัดแปลง แต่งเติม เพิ่มสี เปลี่ยนสี เปลี่ยนวัสดุหนัง ตลอดจนเพนต์ลาย พิมพ์ชื่อไว้ที่รองเท้าได้ด้วย เรียกว่า อยากได้แบบไหน ร้านเขาทำให้ได้ตามใจ (ลูกค้า) สั่ง

สนนราคารองเท้าสั่งตัด 2,500-3,000 บาท ซึ่งทางร้านจะต้องนำแบบไปสั่งให้โรงงานที่สุขุมวิทผลิตแบบคู่ต่อคู่

ซึ่งการทำมือเน้นความชำนาญเป็นหลัก จึงต้องใช้เวลาสักหน่อย ปกติสั่งทำ 1 เดือน หลังจากนั้นลูกค้าก็มารับรองเท้าแบบโดนใจไปใส่ได้แล้ว โดยเสียค่ามัดจำไว้เป็นตัวประกัน 1,000 บาท (ซึ่งทรงและไซซ์เดียวกันนี้ ขายที่อิตาลี ราคาอาจพุ่งสูงถึง 8,000-9,000 บาท)

ลูกค้าบางรายออกแบบทรงมาเองก็มี แปลกๆ เลยก็มี แบบติดปีกอะไรงี้ ที่ร้านจะบอกว่าอันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ ส่วนมากจะทำให้ได้ ยกเว้นแต่ว่าที่โรงงานจะไม่มีวัสดุตามที่ต้องการ หรือไม่มีบล็อกรองเท้าอย่างที่อยากได้ ที่ร้านจะเจอลูกค้าที่ต้องการอะไรที่ยูนีค อย่างเช่นรองเท้าแต่งงาน ที่เจ้าบ่าวอาจจะอยากสูงเท่ากับเจ้าสาว ก็มาตัดรองเท้าเสริมส้น หรือไม่ก็พิมพ์ชื่อใส่เข้าไปที่มุมซ้าย-มุมขวา หรือไม่เพนต์ลายที่พื้น เป็นต้น

นอกเหนือจากความยูนีคแล้ว Maneesilp ยังโดนใจลูกค้าด้วยเซอร์วิส ถ้าใช้รองเท้าหนังแบบดูแลดีหน่อย อาจใส่ได้นานถึง 4-5 ปี แต่ถ้าใช้ทุ่มแบบคุ้มทุน ถ้าแค่ซ่อมแซมเล็กๆ น้อยๆ ที่ร้านเขาก็บริการซ่อมให้ได้ ฟรีด้วย ยกเว้นแต่ว่าต้องเปลี่ยนวัสดุ หรือแต่งเติมอะไรเพิ่ม ก็คิดแต่ค่าวัสดุ

อย่าแปลกใจ หากลูกค้าที่เหนียวแน่นติดหนึบของ Maneesilp เป็นลูกค้าประจำมากถึง 80%

คลื่นจีนรบกวนรองเท้าสั่งตัดในไทย

ไม่เพียงแค่เสื้อผ้าเท่านั้นที่โดนผลกระทบจากการไหลบ่าของบรรดาแฟชั่นสำเร็จรูป

รองเท้า...ก็เป็นอีกหนึ่งที่โดนกระแสนี้เข้าไปเต็มๆ

ร้านรับสั่งตัดรองเท้าชื่อดังของไทยอย่าง Ballet ที่อยู่มานานกว่า 50 ปี เป็นรายหนึ่งที่มองเห็นกระแสนี้

กิตยา คงเดชะกุล เจ้าของร้าน บอกว่า ร้านเราทำมา 50 ปี รับสั่งตัดรองเท้าให้กับพนักงานบนสายการบิน รับสั่งตัดรองเท้าทั่วไป ซึ่งต้องยอมรับว่าเวลานี้รองเท้าสั่งตัดโดนรบกวนจากเมืองจีนมาก เพราะรองเท้าจีนซื้อง่ายขายคล่อง เราเองก็พยายามปรับตัวให้สู้ได้ เราเองจึงพยายามชูจุดเด่นในเรื่องของงานคุณภาพ งานหนังแท้ แฟชั่นไม่ล้าสมัย ใส่ได้เรื่อยๆ

นอกจากรับสั่งตัดรองเท้าเป็นที่ขึ้นชื่อแล้ว Ballet ยังมีรองเท้าสำเร็จรูปบางส่วนขายที่หน้าร้านด้วย

เรามีจำหน่ายรองเท้าที่หน้าร้านเอาไว้ให้กับคนที่อยากได้รองเท้าเลยและมีไซซ์ตรงกับเขา แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มาตัดรองเท้ากับเราก็ยังนิยมการตัดรองเท้าเหมือนเดิม กลุ่มลูกค้าเราไม่ถึงกับหาย อย่างที่สาขาเอราวัณ จะเป็นคนทำงาน ผู้ใหญ่ หรือผู้มีปัญหาเกี่ยวกับเท้า ซึ่งขนาดของเท้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนสูง ต่ำ เล็ก ใหญ่ ผอม ยาว เราพยายามทำตามที่ลูกค้าต้องการ

ร้าน Ballet ที่สาขาเอราวัณยังเด่นเรื่องการตัดรองเท้า

บัลเลต์ส่งออกไปต่างประเทศด้วย แต่แบบนั้นต้องตัดเป็นจำนวน ขณะที่ความนิยมของลูกค้าในเมืองไทยที่ยังคงตัดรองเท้ากับร้านนี้ มีทั้งกลุ่มเด็กวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน

พรชนก คงเดชะกุล เจเนอเรชั่นล่าสุดที่เข้ามาดูแลกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น โดยเธอรับผิดชอบร้าน Ballet ที่สยามสแควร์ เธอว่า...ตั้งแต่เข้ามาดูแลร้านเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดูแลไลน์สินค้าที่เป็นวัยรุ่น ร้านนี้ยังอยู่ได้ เพราะยังมีลูกค้าวัยรุ่นที่ไม่ต้องการเหมือนใคร แต่ก็ติดตรงที่ว่ารองเท้าสั่งตัดต้องรอ ต้องใช้ช่าง 2 ส่วน คือส่วนเย็บและประกอบคู่ เท่าที่สัมผัสกับวงการ มีหลายคนอยากมาทำตรงนี้ แต่ทำไม่ได้ เพราะงานละเอียด วุ่นวาย

รองเท้าที่ร้านไม่เน้นแฟชั่นมาก เน้นเป็นทรงคลาสสิก แต่หลากสีสัน งานทำมือแบบเรา ทำตามแฟชั่นคงไม่ทัน ส่วนราคาของเรา ถ้าคำนวณแล้วก็พอๆ กับในห้าง เราคิด 2,500 บาทขึ้นไป มีจุดเด่นตรงดีไซน์ สีสัน แต่ต้องรอประมาณ 2 อาทิตย์เท่านั้น ขณะเดียวกันที่ร้านก็จะมีรองเท้าสำเร็จรูปอย่างรองเท้าแตะ ราคา 950-1,500 บาท รองเท้าคัสชูล์ ราคา 1,500-3,500 บาท เอาไว้ให้กับลูกค้าที่ไม่อยากรอนาน

ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เดินเข้ามาสู่หนทางธุรกิจรับสั่งตัดรองเท้า เธอมองภาพรวมของร้านรับสั่งตัดรองเท้าในเมืองไทยว่า

ร้านรับสั่งตัดรองเท้าในไทย อาจจะอยู่ได้ไม่นาน เพราะด้วยความที่ต้องใช้ช่างฝีมือ เสียเวลากว่าระบบโรงงาน ค่าจ้างแรงงานจึงสูง จึงทำให้หลายกิจการในประเภทเดียวกันอยู่ไม่ได้ ส่วนร้าน Ballet เราคิดว่ายังอยู่ได้ เพราะเรายังมีช่างฝีมือ ยังมีลูกค้าที่นิยมตัดรองเท้ากับเราเป็นจำนวนมาก

เธอยืนยันว่า ถึงแม้เธอจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาดูแลกิจการ แต่เธอยังอยากรักษากิจการรับสั่งตัดรองเท้าอันเป็นจุดเด่นของครอบครัวเอาไว้

พรชนกจึงมีโครงการขยายกิจการตรงสยามสแควร์ให้ใหญ่กว่าเดิม จะเปิดรับสั่งตัดกระเป๋าและขายเสื้อผ้าเพิ่มเติมด้วย !

................

หากถามว่า งานสั่งตัดในเมืองไทยยังอยู่ได้อีกนานเพียงใด

คงตอบได้เพียงว่า...อยู่ได้ หากรสนิยมของการเสพงานฝีมือยังไม่ถูกความสะดวกสบายเบียดแทรกไปซะก่อน !

แล้วคุณล่ะ รักความสะดวกสบาย หรือรักงานฝีมือ ! :D

ถึงจะเลิกตัดเสื้อผ้าใส่ไปนานแล้ว แต่พลอยเองก็เห็นคุณค่าของงานแบบนี้นะ เพียงแต่ไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของพลอย เพราะการตัดเสื้อผ้าจะต้องไปลองอย่างน้อย 4 ครั้งถึงจะแก้ให้พอดี พลอยไม่มีเวลาขนาดนั้น ก็เลยหันไปใส่เสื้อผ้าสำเร็จรูป พลอยใส่ของโซดา ฟลายนาวทรี แล้วพอดีกับตัวพลอย รู้สึกว่าเข้ากับวิถีชีวิตของเรามากกว่า นอกจากว่า ถ้ามีงานสำคัญจริงๆ อย่างงานแต่งงาน แบบนั้นก็เลี่ยงไม่ได้

...พลอยคิดว่า ถ้าร้านรับสั่งตัดจะปรับเวลาให้ไม่ต้องรอนาน น่าจะโอเคกว่านี้นะ อย่างตอนนี้ คุณแม่ของพลอยเองก็ยังนิยมตัดเสื้อผ้าใส่อยู่ แต่ช่างตัดของคุณแม่มีรูปแบบใหม่มากขึ้น เป็น tailor-made appointment only ไม่ต้องมีหน้าร้าน เขาจะใช้โทร.นัดกันไปวัดตัว ลดค่าใช้จ่ายไปเยอะ แถมยังเข้ากับยุคสมัย แต่ดีไซเนอร์คนนั้นต้องมีฝีมือที่ลูกค้าเชื่อถือได้นะ

ร้านรับสั่งตัดนี่ ถือเป็นงานฝีมือที่หายาก ทำให้ทุกคนต้องวิ่งไปหา เป็นไปได้ไหม ถ้าเราจะมีย่านของร้านพวกนี้โดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว อย่างย่าน sevile row ในอังกฤษ เป็นย่านดังที่คนทั่วโลกรู้ว่าตัดเสื้อสูทผู้ชายได้สวย ของแบบนี้ ถ้าอนุรักษ์ไว้น่าจะดี อย่างพลอยเป็นนักเดินทาง ชอบเปิดไกด์บุ๊ก จะสังเกตเห็นเลยว ่า ไกด์บุ๊กระดับโลกหลายเล่มพยายามหาที่อยู่ร้านพวกนี้มาลง พลอยยังเคยเปิดไกด์บุ๊กของหลุยส์ วิตตอง แล้วเจอร้านเครื่องประดับทำมือ เก่าแก่ในเวนิซเลย

พลอย จริยะเวช เจ้าแม่ไลฟ์สไตล์

หนูเป็นคนชอบเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากกว่าเสื้อผ้าสั่งตัด เพราะสะดวกในการซื้อ เปลี่ยนได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เคยตัดเสื้อบ้าง เวลาไปงาน แต่ก็ให้คุณแม่ตัดให้ ในมุมมองของหนูคิดว่า ร้านตัดเสื้อจะอยู่ได้จะต้องเก่งจริงๆ เนื่องจากความนิยมเปลี่ยน ราคาเสื้อผ้าสำเร็จรูปถูกกว่า

ธีมา รักษะจิตร วัยรุ่นคนดัง ลูกสาวช่างตัดเสื้อฝีมือดี พิจิตร บุณยรัตพันธุ์

สำหรับตุ๊ย ชุดปกติที่ใส่ในชีวิตประจำวันจะซื้อ เพราะง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นโอกาสพิเศษจะสั่งตัด เนื่องจากตุ๊ยชอบออกแบบเอง ก็จะคุยกับช่างให้เขาตัดได้อย่างที่เราต้องการ ร้านประจำที่ตุ๊ยชอบไปตัดคือ Kalom ค่ะ ตุ๊ยคงเหมือนคนทั่วๆ ไป ที่ตอนนี้ชอบความสะดวกสบายมากขึ้น ก็ถ้าจะให้ตัดเสื้อผ้า มีข้อเสียคือต้องใช้เวลา

ทิพนันท์ ไกรฤกษ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง เซเลบริตี้และเจ้าของแบรนด์กระเป๋า Tui (หน้าพิเศษ D-Life) หน้า 7

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล