พ่อขับเก๋งให้ปากคำ ชี้รถเหม็นไหม้แบบนี้กว่า 2 ปี แต่ไม่เคยใช้ไปไหนไกล

พ่อขับเก๋งให้ปากคำ ชี้รถเหม็นไหม้แบบนี้กว่า 2 ปี แต่ไม่เคยใช้ไปไหนไกล
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อเข้าให้ปากคำปมขับรถแล้ววูบหมดสติ พบอาการเหม็นไหม้เกิดขึ้นมานานกว่า 2 ปี แต่ไม่เคยใช้รถคันนี้ขับทางไกล ส่วนผลทางการแพทย์ชัดคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนัยนันท์ อายุ 31 ปี หนึ่งในผู้ประสบเหตุมีอาการหมดสติ ระหว่างขับรถยนต์บนทางด่วนยกระดับบูรพาวิถี พร้อมกับภรรยาและลูกสาว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้เดินทางมาเข้าพบ ร.ต.อ.สุริยา ภูมิวัฒน์ พนักงานสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทราแล้ว

หลังจากทางแพทย์โรงพยาบาลทหารเรือ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้อนุญาตให้ นายธนัยนันท์ พร้อมด้วยลูกสาวออกมาโรงพยาบาล เพื่อกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน ขณะที่ภรรยานั้นแพทย์ให้นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลต่ออีกคืน

โดยระหว่างที่เข้ามาพบพนักงานสอบสวน นายธนัยนันท์ ได้เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนจะเดินทางกลับทันที ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน

ขณะที่ ร.ต.อ.สุริยา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทราบว่า ในวันนี้ทางผู้ประสบเหตุหมดสติในรถได้เข้ามาให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องของการใช้รถ พร้อมกับอดีตภรรยาที่เป็นผู้ใช้รถยนต์คันดังกล่าวเป็นประจำ โดยพบว่ามีกลิ่นเหม็นไหม้ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งและระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อราวๆ 2 ปีที่ผ่าน

แต่ระยะเวลาที่ผ่านมานั้น ยังไม่เคยใช้รถยนต์คันนี้ขับออกไปไหนในระยะทางไกลมาก่อน โดยมักจะขับระยะทางสั้นๆ ในกรุงเทพฯ เท่านั้น และจากผลการตรวจเลือดของทีมแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการนั้น ยังพบว่าผู้ประสบเหตุทั้ง 3 คน มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์อยู่ในกระแสเลือด เป็นสาเหตุที่ทำให้มีอาการสะลึมสะลือ อ่อนเพลีย มึนงงก่อนที่จะช็อกหมดสติลง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เร่งรัดประสานให้ทางเจ้าหน้าที่วิศวกรรมยานยนต์ จากกรมการขนส่งทางบกช่วยมาทำการตรวจสอบรถยนต์คันนี้ให้อย่างรวดเร็วที่สุด เพราะถือเป็นเหตุเร่งด่วนเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นต่อไป

>> เปิดใจ 3 พ่อแม่ลูกหมดสติคาเก๋ง อยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ทุกคน
>> หวิดสลด เก๋งมีกลิ่นไหม้-พ่อประคองรถจอดทัน ก่อนหมดสติไปทั้งพ่อแม่ลูก
>> กูรูวิเคราะห์ สาเหตุ 3 ชีวิตวูบคาเก๋ง สงสัยทำไมไม่เปิดกระจกตั้งแต่ได้กลิ่น

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!