ชาวบ้านส่ายหัว เจ้าอาวาสอารมณ์ร้อนไล่ทุบโอ่งทิ้ง อ้างไม่ได้ขอให้มาถวาย

ชาวบ้านสุดทน เจ้าอาวาสอารมณ์ร้อนทุบโอ่งทิ้ง อ้างไม่รู้ใครถวาย ไม่ได้ขอให้มาบริจาค ฝ่ายปกครอง-ตำรวจเข้าตรวจสอบ ยังยืนเป็นสิทธ์ของพระในวัด ญาติโยมส่ายหัวขอเจ้าคณะอำเภอเรียกไปอบรม
(25 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมกับตำรวจ สภ.แม่ริม เข้าตรวจสอบที่วัดปางลุง ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ พระภาสกร มณีฉาย เจ้าอาวาสวัด ที่มีพฤติกรรมอารมณ์ร้อนชอบทำลายข้าวของและทรัพย์สินภายในวัด ล่าสุดยังทุบทำลายโอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ศรัทธานำมาถวายให้กับวัดจนพังเสียหาย สร้างความเอือมระอาให้กับชาวบ้าน
จากการตรวจสอบหน้ากุฏิพบโอ่งปูนขนาดใหญ่ 3 ใบ ถูกทุบจนเป็นรูโหว่ไม่สามารถใช้การได้ 1 ใบ ส่วนอีกสองใบมีร่องรอยถูกทุบด้วยเช่นกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่พร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ กรรมการวัด ได้นิมนต์พระภาสกรไปสอบถามข้อเท็จจริงภายในวิหาร
พระภาสกร ยอมรับว่า เป็นผู้ที่ทุบทำลายโอ่งจนเสียหายจริง โดยบอกว่าโอ่งทั้ง 3 ใบ มีผู้ที่นำมาบริจาคมอบให้กับวัดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ผู้ที่นำมาถวายให้ไม่ยอมเปิดเผยตัวว่าเป็นใคร และทางวัดก็ไม่ได้ขอให้ใครมาบริจาค
ขณะที่ทางวัดมีแท้งค์น้ำไฟเบอร์ไว้ใช้อยู่แล้ว 4 ใบ เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และเมื่อเห็นว่าโอ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ ประกอบกับอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ พระจึงมีสิทธิ์ที่จะดำเนินการอะไรก็ได้ตามที่เห็นสมควร จึงลงมือทุบทิ้ง แต่มีชาวบ้านมาพบเข้าเสียก่อนจึงทุบไม่หมด
พระภาสกร ยอมรับว่าอารมณ์ร้อน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าจะให้ชดใช้ค่าเสียหายก็ไม่มีปัญหา ส่วนโอ่งที่ยังเหลืออยู่ ยืนยันจะไม่ซ่อมแซมและหากไม่มีใครมาเอาไปจะทุบทิ้งให้หมดเพราะเป็นสิทธิ์ของวัด
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านที่ไปร่วมรับฟังและเห็นว่า แม้จะเป็นที่วัด แต่การดำเนินการอะไรก็ควรแจ้งให้กับผู้ใหญ่บ้านหรือตัวแทนชาวบ้านได้ทราบ จะทุบโอ่งทิ้งก็ควรถามคนในหมู่บ้าน เพราะไม่ว่าผู้บริจาคถวายให้จะเป็นใครก็ตาม แต่ก็ถือเป็นทรัพย์สินที่ควรนำมาใช้ประโยชน์ส่วนรวม คนในหมู่บ้านควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งพฤติกรรมของพระรูปนี้ทำให้ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาและขอให้คณะสงฆ์ระดับตำบลและอำเภอเรียกไปว่ากล่าวตักเตือน
ขณะที่ นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม ที่เข้าตรวจสอบครั้งนี้ บอกว่า การทุบทำลายทรัพย์สินถือในวัดถือว่าไม่เหมาะสม ข้ออ้างที่ไม่ทราบว่าใครนำมามอบให้ไม่ใช่เหตุผล ในทางกฎหมายการทุบทำลายโอ่งซึ่งหากเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา ถือว่าเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ซึ่งหลังจากนี้ทางอำเภอจะทำหนังสือไปถึงพนักงานสอบสวน สภ.แม่ริม เพื่อดูว่าจะดำเนินคดีในข้อหาใดได้บ้าง พร้อมกับจะนำเรียนเจ้าคณะอำเภอแม่ริม เพื่อให้ว่ากล่าวตักเตือนเจ้าอาวาสรุปนี้ ก่อนที่จะเกิดความเสียหายมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่ไปร่วมตรวจสอบในวันนี้ อ้างว่าพระภาสกรที่จำพรรษาที่วัดเพียงรูปเดียว มีพฤติกรรมทำลายข้าวของมาก่อน ก่อนหน้านี้ยังเคยโมโหเผาทำลายข้าวของในวัดมาครั้งหนึ่งแล้ว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

