เจ้านายเหี้ยม! ใช้งานโต้รุ่งเป็นปี แถมให้ส่งไลน์ถี่ยิบว่า "ยังไม่นอน" จนลูกน้องฆ่าตัวตาย

เจ้านายเหี้ยม! ใช้งานโต้รุ่งเป็นปี แถมให้ส่งไลน์ถี่ยิบว่า "ยังไม่นอน" จนลูกน้องฆ่าตัวตาย

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องสุดช็อกและสลดใจอย่างมาก เพราะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ต.ค.) ลูกจ้างหนุ่มชาวญี่ปุ่น 2 คน และญาติของเพื่อนร่วมงานหญิงที่เสียชีวิต ได้ร่วมกันยื่นฟ้องอดีตนายจ้าง ซึ่งเป็นประธานบริษัท บี ไฮเออร์ อิงค์ ในกรุงโตเกียว ที่ใช้งานผู้ตายและลูกจ้างหนุ่ม 2 คนนี้เยี่ยงทาส แถมโกงเงินเดือนอีกด้วย

ซื้อของแพงหลอกให้ตายใจ

เรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อลูกจ้าง 3 คนนี้เข้าทำงานที่บริษัทดังกล่าว ในรูปแบบลูกจ้างภายนอก (เอาท์ซอร์ส) ซึ่งนายจ้างปฏิบัติไม่ต่างจากพนักงานประจำ และต่อมายังซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม รองเท้า และของใช้ราคาแพงอื่นๆ ให้อีกด้วย แต่นายจ้างไม่ได้ให้ของเหล่านี้ฟรีๆ เพราะถือว่าเป็นหนี้บริษัท และหักเงินออกจากเงินเดือนของพนักงาน 3 คนนี้ โดยให้พนักงานที่เหลืออีก 2 คนเป็นผู้ค้ำประกัน เพื่อไม่ให้หนีหนี้

ริบเงินเดือนใช้หนี้

โชคร้ายที่พนักงานคนหนึ่งนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คนนอกฟัง แต่เจ้านายจับได้ จึงเรียกค่าเสียหายอีก 10 ล้านเยน (2.9 ล้านบาท) เพราะอ้างว่า ผิดเงื่อนไขสัญญาจ้างงาน ที่ระบุว่าจะรักษาความลับของบริษัท จึงหักเงินเดือนเพิ่ม ทำให้ทั้ง 3 คนแทบไม่ได้รับเงินเดือนเลย จนทำให้จ่ายค่าที่พักและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ไหว

เจ้านายจึงเสนอให้มากินอยู่และมานอนที่ออฟฟิศ ทั้งๆ ที่ไม่มีห้องอาบน้ำ แถมยังต้องปูผ้าเช็ดตัวนอนที่พื้น เพราะไม่มีเตียงและโซฟาให้นอน แถมยังหมดข้ออ้างว่าทำงานไม่ได้ในช่วงดึก เพราะกินนอนในออฟฟิศ

เสนอนอนออฟฟิศแลกทำงานโต้รุ่ง

ไม่ใช่แค่นั้น ประธานบังคับให้ลูกจ้างเคราะห์ร้ายแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ ว่ายังทำงานอยู่ในออฟฟิศในช่วงกลางดึก และติดกล้องวงจรปิดในออฟฟิศเพื่อดูว่าลูกจ้างกลุ่มนี้ทำอะไร ยิ่งไปกว่านั้น ยังตามส่องแม้กระทั่งจีพีเอสในโทรศัพท์มือถือด้วย

ภาพข้อมูลการแชทในแอปพลิคชันไลน์ 起きてます (โอคิเตะมัส) แปลว่า ยังตื่นอยู่

โจทก์ระบุอีกว่า ประธานบริษัทรายนี้มักตะคอกต่อหน้าพวกเขาว่า "เพราะพวกแกมีชีวิตอยู่บนโลก ฉันเลยเดือดร้อน" แถมยังเคยพูดอีกว่า "ฉันขอแช่งให้พวกแกโดนรถชนตาย เพราะถ้าลงมือฆ่าพวกแกเอง ฉันคงเดือดร้อน"

ไล่ไปตายก่อนลูกจ้างหญิงลาโลก

เมื่อเดือน ก.พ. ปีนี้ ลูกจ้างหญิงได้เปิดใจพูดกับประธานบริษัทว่า จะดีกว่าไหมถ้าตนตาย เหตุนี้ทำให้เขาโมโหและทำลายคอมพิวเตอร์ที่ต่อหน้า แถมตอบกลับว่า "แกก็คงจะกลายเป็นแค่ขยะอีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น" ทำให้ผู้ตายตัดสินใจจบชีวิตลงในบ่ายวันเดียวกัน จึงเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ลูกจ้างหนุ่มอีก 2 คนทนไม่ไหว และฟ้องศาลในที่สุด

ลูกจ้างที่เหลือสุดทน ฟ้องศาลเรียกเงิน 25 ล้าน

หลังจากฟ้องศาล อดีตลูกจ้าง 2 คนนี้ได้แถลงข่าวพร้อมกับทนายเมื่อวันพุธ (17 ต.ค.) ซึ่งโจทก์คนหนึ่งระบุว่า เวลาที่ประธานบริษัทอยู่กับลูกค้า จะทำตัวเป็นคนดีมาก ทำให้คนภายนอกไม่ทราบว่า เขาปฏิบัติกับลูกน้องราวกับไม่ใช่คน ดังนั้นการที่มายื่นฟ้องอดีตเจ้านายและบริษัทที่เคยทำงาน หวังว่าจะช่วยให้คนอื่นๆ ไม่โดนกระทำแบบเดียวกัน และได้เรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่า 88 ล้านเยน (25.56 ล้านบาท)

ส่วนเหตุผลที่ตนไม่ยอมลาออกจากบริษัท เพราะห่วงว่าเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน จะต้องจ่ายหนี้แทนตัวเอง

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!