ปชป.แฉแผนเสื้อแดงจรยุทธ์ ฝึกอาวุธจ้องล้มรัฐเตรียมยึดอีสานใต้

ปชป.แฉแผนเสื้อแดงจรยุทธ์ ฝึกอาวุธจ้องล้มรัฐเตรียมยึดอีสานใต้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
อภิสิทธิ์ สุดมึนถูกป้ายสี จัดฉากทุบรถตัวเอง วอนเลิกสร้างความสับสน หันหน้าสร้างความปรองดอง เผยเหตุจำเป็นงัดพรบ.ความมั่นคง มาใช้ช่วงการประชุมอาเซียนฯที่เกาะภูเก็ต แต่ขอเวลาหารือในครม.เสียก่อน ขณะที่ โฆษกปชป. ปูดแผนจรยุทธ์เมืองล้มอำนาจรัฐ อ้างแอบฝึกในพื้นที่อีสานตอนล่าง ระบุนายกฯสั่ง เทพเทือก จับตาใกล้ชิด ด้านแกนนำเสื้อแดงตบเท้าแถลงข่าว ประกาศเดินหน้าชุมนุม 10 พ.ค. ที่วัดไผ่เขียว ดอนเมือง ในหัวข้อ ความจริงวันนี้ ใครทำร้ายประเทศไทย โวลั่นมีหลักฐานเด็ดที่กระทรวงมหาดไทย ตู่ ไล่จวกยับ รัฐทหาร จ่อยื่นขอเปลี่ยนตัว ธานี-อำนวย อ้างตร.ทำคดีสองมาตรฐาน ที่โรงแรมดุสิตธานี เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 8 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ระหว่างการจัดการประชุมอาเซียน +3+6 ที่จ.ภูเก็ตกับประเทศคู่เจรจาในเดือนมิ.ย.นี้ ว่า กำลังดูข้อกฎหมาย และความ จำเป็นที่ชัดเจน เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาทั้งในส่วนของกองทัพ ตำรวจ และรัฐบาล ซึ่งคงจะประกาศเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้นแต่ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งเพราะจะต้องนำเข้าไปให้ ครม.พิจารณาดูข้อกฎหมายให้มันสอดคล้องสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการปิดถนนตั้งแต่จ.ประจวบฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดรายละเอียดถึงขนาดนั้นและการประกาศต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย

ส่วนจะต้องควบคุมพื้นที่กี่จังหวัดและกี่วันนั้นกำลังให้ดูรายละเอียดและความจำเป็น ในการประชุม ครม.วันพุธที่ 13 พ.ค. หากคณะกรรมการอำนวยการบริหารด้านการรักษาความปลอดภัยของผู้นำอาเซียนได้ข้อสรุปและหารือเรื่องข้อกฎหมายเรียบร้อยก็คงจะเสนอให้ครม. พิจารณาได้ อย่างไรก็ตามเราต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าเหตุผลที่ใช้ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯคืออะไร และใช้แล้วจะมีผลอย่างไร

ต่อข้อถามว่า การประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคงฯ เป็นความต้องการของประเทศที่จะมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ เป็นเรื่องภายในของเราเกี่ยวกับอำนาจตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเข้า-ออกเคหสถาน หรือการกำหนดเงื่อนไขในการใช้เส้นทางคมนาคม เพราะฉะนั้นจะมีการยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง และตนคิดว่าการที่จะไปสรุปว่าจะใช้มาตรการอย่างนั้นอย่างนี้ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อย่างที่เรียนภาพกว้างก็คือ ต้องการใช้บุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน และมีอำนาจในการดูแลเรื่องเส้นทางคมนาคมเป็นหลัก

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้ให้สัมภาษณ์ที่นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุว่านายกฯไม่ได้นั่งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกทุบในกระทรวงมหาดไทย ว่า ตนก็ไม่เข้าใจเพราะมีคนจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์และทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น หลายคนก็รู้ ว่าตนก็อยู่ในรถ รู้สึกแปลกใจเหมือนกันทำไมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่มีเหตุผลที่จะให้เวลาและสร้างความสับสนในเรื่องนี้ ตนอยากให้เวลานี้นักการเมืองทุกคนมานั่งคิดถึงเรื่องที่จะเดินทางไปข้างหน้าว่าจะสร้างความปรองดอง

จะเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ได้อย่างไร ในเมื่อการปราศรัยบนเวที 2-3 วันก่อนหน้านั้นพูดถึงการที่จะจับตัวผม ผมคงไม่สามารถไปทำให้แกนนำพูดอย่างนั้นบนเวที แล้วมีการวางแผนไปที่พัทยาบ้าง กระทรวงมหาดไทยบ้าง ผมคงไม่มีความสามารถที่จะไปทำตรงนั้น ได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทกับนายจตุพรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดยังไม่ได้ยินนายจตุพร กล่าวหาว่าอะไร คิดว่าทุกคนรู้ข้อเท็จจริงดี และเป็นเรื่องแปลกแทนที่เขาจะแสดงความรับผิดชอบกับกลุ่มคนที่แสดงเจตนาไปทำร้ายคนอื่นกลับมากล่าวหาคนที่จะถูกทำร้ายเป็นเรื่องที่แปลกมาก เมื่อถามว่า นายจตุพร ระบุด้วยว่าทหารสวมรอยใส่เสื้อแดงทุบ นายกฯย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า สรุปแล้วแกนนำสั่งทหารได้ใช่ไหม แกนนำบนเวทีเป็นใคร ทุกคนก็เห็นอยู่ มีหมายจับอยู่ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าอย่าสร้างความสับสนเพิ่มเติม มาร่วมกันแก้ปัญหาดีกว่า

ต่อข้อถามว่า การใช้ข้อมูลแบบนี้จะเป็นการปลุกประชาชนขึ้นมาเกลียดชังรัฐบาลหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ประชาชนคงจะมองเห็นความน่าเชื่อถือและความไม่น่าเชื่อถือของคนมากกว่า เพราะข้อเท็จจริงมันชัดเจน พยานหลักฐานอะไรต่าง ๆ มีพร้อมหมดอยู่แล้ว ตนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไปหยิบเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงกัน และความจริงมีพยานหลักฐานต่าง ๆ พร้อมอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ไม่อยากนำบางภาพขึ้นมา เพราะเดี๋ยวจะหาว่าสร้างความเกลียดชัง แต่ภาพบนเวทีพูดถึงการไล่ล่าตนมีอยู่แล้ว

ด้าน พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ. ทอ.ให้สัมภาษณ์ถึงการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่ จ.ภูเก็ตว่า ทางกองทัพได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ ในเรื่องของการรักษาความปลอดภัย ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม รับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยท่านได้ประชุมต่อเนื่องมาหลายครั้งรวมถึงการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ในครั้งนี้เราได้มีการวาง แผนครอบคลุมในทุกด้านจะไม่ยอมให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตต้องเกิดขึ้นอีก และประชาชนในจ.ภูเก็ต เห็นถึงความสำคัญเพราะเป็นหน้าเป็นตาเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนั้นคงเกิดขึ้นไม่ได้อีกและจะเป็นไปด้วยความราบรื่น ฉะนั้นทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมใจให้การสนับสนุน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคยังกังวลถึงการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุม เพราะขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่กระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการฯ โดยเฉพาะการพยายามจะบิดเบือนความจริงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปใช้เป็นประเด็นหลักในการชุมนุม 10 พ.ค.นี้ สิ่งที่สอดรับกับ นปช. คือการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมใหม่ ที่ประกอบด้วยกลุ่มองค์กรในอดีตที่ปฏิเสธแนวทางสันติวิธี มีการพูดถึงการจับอาวุธล้มอำนาจรัฐ การทำให้เกิดสภาวะเหมือน 3 จังหวัดภาคใต้ในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึง กทม.ซึ่งสอดรับกับรายงานข่าวการฝึกปฏิบัติการจรยุทธเมืองอีสานตอนล่าง

ต่อข้อถามว่า การฝึกปฏิบัติการจรยุทธเมืองอีสานตอนล่างมีจำนวนมากหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ ตอบว่า มีรายงานว่ามากกว่าหนึ่งแห่ง และในเบื้องต้นมีรายงานว่าเป็นการฝึกที่ถูก กล่าวอ้างว่าใช้เป็นการ์ด นปช.แต่ก็มีการแทรกซึมเข้ามาใน กทม.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากเป็นการทำงานของอดีตแนวร่วมส่วนน้อยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แต่นายกฯก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายให้นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานคณะทำงานร่วมทำงานกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เพื่อให้โอกาสทุกคนพัฒนาประเทศชาติ แทนที่จะตกเป็นเครื่องมือของกระบวนการใต้ดิน

หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มพ่อค้า ประชาชนในจังหวัดลพบุรี เดินทางมารวมตัวถือป้ายคัดค้านกลุ่มเสื้อแดงที่นัดชุมนุมบริเวณลานด้านหลังวงเวียนเทพสตรีหรือวงเวียนสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในช่วงเย็นวันที่ 9 พ.ค.นี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความแตกแยกและต้อยุดทำร้ายประเทศ ด้านนายจารุพงศ์ พลเดช ผวจ.ลพบุรี ได้มารับหนังสือจากแกนนำและจะไปขอร้องกลุ่มเสื้อแดงเพื่อให้ยกเลิกการชุมนุม แต่ถ้าไม่สามารถยกเลิกได้ก็จะขอให้ดำเนินการตามแนวทางประชาธิปไตยด้วยความสงบ โดยมีการเตรียมกำลังตำรวจและ อส.มารักษาความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวแกนนำ นปช. ที่อิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นายวีระ มุสิกพงศ์ พร้อมด้วยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด ร่วมกันแถลงยืนยันว่า กลุ่ม นปช.ยังคงนัดชุมนุมในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 16.00-24.00 น.เป็นต้นไป ที่วัดไผ่เขียว เขตดอนเมือง โดยมีเวทีปราศรัยและกิจกรรมบันเทิงที่ไม่แตกต่างไปจากเดิม จะใช้หัวข้อ ความจริงวันนี้ ใครทำร้ายประเทศไทย โดยยึดนโยบาย สมานฉันท์ สามัคคี สันติภาพ สงบสุข จะต้องมีความเสมอภาคตามระบอบประชาธิปไตย ทำให้สังคมไทยใช้กฎหมายเป็นกฎหมายอย่างแท้จริง จะไม่มีการปะทะหรือกระทบกระทั่งกับใคร ซึ่งอยากให้ไปฟังกันเองว่าเป็นใครที่ไม่ต้องการให้ประชาธิปไตยเกิดขึ้น ใครที่ทำร้ายประเทศไทย แต่จะไม่มีการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯรวมทั้งยืนยันจะไม่ขัดขวางการประชุมอาเซียนที่ภูเก็ต

นายจตุพร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทางแกนนำเตรียมหารือเพื่อขอให้เปลี่ยนทีมพนักงานสอบสวนที่ดำเนินคดีกับคนเสื้อแดงที่นำโดย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เพราะกรณีที่เสื้อเหลืองยึดสนามบินก็ยังไม่คืบหน้าอ้างว่าต้องสอบพยานอีก 200-300 ปาก แต่ขณะที่เสื้อแดงกลับออกหมายจับอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสอบพยาน นอกจากนี้ยังพยายามที่จะ ออกหมายจับผู้ชุมนุมเสื้อแดงอีกกว่า 60 คนก็ขอท้าให้ออกหมายจับเลยจะได้รู้ว่าบ้านเมืองมี 2 มาตรฐานและอยากเรียกร้องให้ตำรวจได้ออกหมายจับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปทุบรถนายกฯที่กระทรวงมหาดไทยอีกจะได้รู้ว่าแดงจริงหรือไม่ เพราะทราบว่ามีทั้งทหารบกและทหารเรือใส่เสื้อแดงเพื่อสร้างสถานการณ์

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในวันที่ 10 พ.ค. ทางกลุ่ม นปช.จะนำภาพที่แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่ได้อยู่ในรถคันที่ถูกทุบ มีการเปลี่ยนรถแล้วลวงให้เข้าใจว่านายกฯยังอยู่ภายในรถถือเป็นกระบวนการจัดฉาก เพื่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะเหตุการณ์ทั้งในพัทยาและที่อนุสาวรีย์ก็ ได้สงบไปแล้ว ซึ่งจะได้รู้ว่าใครพูดเท็จพูดจริง ดังกล่าว ขณะนี้น่าเป็นห่วงว่ารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ กำลังบริหารประเทศเหมือนเป็น รัฐทหาร ไปแล้วเพราะจะเห็นว่าได้ให้ทหารเข้ามาแก้ปัญหาทุกเรื่องทำหน้าที่แทนตำรวจไปแล้ว เช่น การจับกุมพ่อค้าแม่ค้าย่านพัฒน์พงศ์ หรือการให้ทหารใส่ชุดลายพราง อาวุธครบมือไปยืนบริเวณถนนสีลม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล